Title ::::::::::: เมียหลวง (ภาคต่อของเรื่อง “สามี”) 
Auther :::::::: Bronun
Genre ::::::::: Drama Romantic (MPREG)
Category :::::::: ยุนโฮแจจุง
Link Index ::::::::::::  สามี  http://bronun-yunjae.exteen.com/category/Husband


QUOTE
เรื่องย่อ...สามี... (สำหรับคนที่ไม่เคยอ่านแล้วขี้เกียจไปตามอ่าน)

แจจุงคือลูกชายคนเดียวของคิมจุงอิลนักธุรกิจรายใหญ่ของเกาหลี  จุงอิลป่วยเป็นโรคร้ายแต่ยังห่วงแจจุงที่สุดแสนจะเอาแต่ใจ  กลัวว่าหากตนเองตายไปแล้วจะไม่มีใครดูแลแจจุงได้  จึงได้คัดสรรผู้ชายที่ที่ดีสุดที่ชื่อ  ชอง  ยุนโฮ  มาแต่งงานกับแจจุง

คุณหนูแจจุงแสนเอาแต่ใจก็ไม่รู้ว่าพ่อเป็นโรคร้าย  ตั้งแง่เกลียดยุนโฮไม่เข้าใจว่าพ่อจะมาบังคับให้แต่งงานกันทำไม  จนกระทั่งวันแต่งงานได้มาถึง  อาการของจุงอิลทรุดหนักต้องเข้าโรงพยาบาลเป็นวันที่แจจุงได้รู้ว่าพ่อของตัวเองใกล้จะตาย  และมีเพียงยุนโฮที่คอยปลอบใจทำให้รู้สึกดีดีกับยุนโฮขึ้นมาบ้าง

จนกระทั่งจุงอิลเสียชีวิตทนายประจำตระกูลแจ้งว่าหากแจจุงไม่แต่งงานกับยุนโฮจะต้องแบ่งทรัพย์สินทั้งหมดของตระกูลคิมเป็นสองส่วนแล้วแบ่งให้ยุนโฮส่วนหนึ่ง  แจจุงจึงเกลียดยุนโฮอีกครั้งและยอมแต่งงานตามเงื่อนไขที่ต้องอยู่ด้วยกันสองปีถึงจะหย่าได้  

ในที่สุดความดีและความอบอุ่นของยุนโฮก็เอาชนะคุณหนูเอาแต่ใจอย่างแจจุงได้และตั้งท้องลูกคนแรก(คังแจ)  แต่อุปสรรคยังไม่จบสิ้นเมื่อ จุนซู  ลูกพี่ลูกน้องของยุนโฮย้ายเข้ามาอยู่ในบ้านด้วย  จุนซูมีอาการทางจิตและรักยุนโฮมาก  จุนซูคิดแผนการกำจัดเด็กในท้องของแจจุงจนทำให้ต้องคลอดก่อนกำหนด  ระบบประสาทเด็กถูกทำลายจนกลายเป็นเด็กที่มีพัฒนาการช้า  

และท้ายที่สุดจุนซูก็ถูกนำส่งโรงพยาบาลรักษาอาการทางจิต  ส่วนยูชอนก็เป็นเพื่อนสนิทของแจจุงที่ไปทำสาวท้องด้วยความคึกคะนองและได้ลูกสาวนามว่าชอนมีมาหนึ่งคน

---------------




INTRO 

“ความรัก” ต้องมาพร้อมกับ “ความเชื่อใจ” 
หากรักเต็มร้อยแต่ความเชื่อใจไม่มี....ชีวิตคู่อาจต้องพังทลาย
เพราะ....
ความเชื่อใจไม่ได้เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ...มันถูกสร้างไว้ให้กันด้วยความตั้งใจของคนสองคน

.

.

.

.

.


สี่ปีแล้วที่คิมจุงอิลนักธุรกิจชื่อดังได้จากโลกนี้ไปด้วยโรคร้าย ธุรกิจทุกอย่างของตระกูลคิมจึงตกเป็นหน้าที่ของคิมแจจุงบุตรชายเพียงคนเดียวและชองยุนโฮลูกเขยที่จัดพิธีแต่งงานกันเงียบๆ ตามความต้องการของแจจุง ทั้งสองคนมีทายาทตัวน้อยวัยสี่ขวบชื่อ “ชอง คังแจ” ที่เป็นดังแก้วตาดวงใจ
หนูน้อยคังแจคลอดก่อนกำหนดและมีพัฒนาการช้ากว่าเด็กทั่วไปถึงสองเท่า แต่สี่ปีที่ผ่านมาได้รับการรักษา ฟื้นฟูสติปัญญาจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญทำให้คังแจสามารถเล่น พูดคุยกับเด็กวัยเดียวกันได้ตามปกติและพร้อมสำหรับการเข้าเรียน


“ยุนโฮ...คราวนี้นายจะไปกี่วันน่ะ” เสียงหวานพูดขึ้นในขณะที่มือบางกำลังจัดเตรียมเสื้อผ้าและอุปกรณ์สำหรับการใช้ชีวิตประจำวันลงกระเป๋าเดินทางใบใหญ่ของสามี 


“หนึ่งอาทิตย์ครับ.....อย่าร้องไห้คิดถึงผมล่ะ” ผู้เป็นสามีที่กำลังกึ่งนั่งกึ่งนอนอ่านหนังสืออยู่บนเตียงเอ่ยเย้าภรรยาที่มักจะโทรไปออดอ้อนให้เขารีบกลับทุกครั้งที่เขาต้องไปดูและธุรกิจที่ต่างประเทศ


“ก็นายทิ้งฉันกับลูกให้อยู่กันตามลำพังบ่อยๆ นี่นา” ปากกลมยู่ลงอย่างน่ารัก ช่วงหนึ่งปีหลังมานี้เขาสองคนไม่ค่อยมีเวลาได้อยู่ด้วยกันสักเท่าไหร่เพราะบริษัทของเขากำลังขยายกิจการไปยังต่างประเทศทำให้ท่านประธานบริษัทอย่างชองยุนโฮต้องไปดูแลด้วยตนเองอยู่บ่อยครั้ง


“ผมไปทำงานนี่ครับ....ไม่ได้หนีไปเที่ยวสักหน่อย” ยุนโฮทิ้งหนังสือเล่มโปรดเอาไว้บนเตียงกว้างก่อนจะเดินมานั่งซ้อนหลังภรรยาคนสวยที่นักขัดสมาธิอยู่บนพื้น แขนแกร่งโอบรอบเอวบางพร้อมกับรั้งร่างบางให้ขึ้นมานั่งอยู่บนตัก


“ถ้ารู้ว่าจะไม่ได้อยู่ด้วยกันแบบนี้ฉันไม่ยอมให้ขยายกิจการเด็ดขาดเลย” บ่นอย่างนึกเสียดายที่ยอมเซ็นอนุมัติโครงการสร้างบริษัทอีกหนึ่งสาขาที่ประเทศญี่ปุ่นทั้งที่ก่อนหน้านี้ก็ไปตีตลาดรถยนต์ที่ประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ได้เกือบหมดแล้ว 


เงินทองที่มีอยู่ตอนนี้หากนำไปใช้ในชาติหน้าได้ก็คงจะใช้ต่อๆ กันไปอีกเป็นสิบชาติ และแม้จะมีเงินมากมายแต่ก็ไม่สามารถซื้อความสุขให้กับครอบครัวได้เลยจริงๆ 


“อย่างอแงสิครับ...เดี๋ยวผมก็กลับแล้วนะ” เมื่อเห็นว่ากระเป๋าเดินทางของเขาเสร็จเรียบร้อยแล้ว ยุนโฮก็ช้อนตัวร่างบางของภรรยาขึ้นไปวางบนเตียงทันที 


ดวงตาทั้งสองคู่สบกันในความสว่างของแสงนีออน 

ดวงตาที่สะท้อนภาพของกันและกัน......


ทุกครั้งที่สัมผัสกับความอ่อนโยนของสามีแจจุงก็นึกขอบคุณบิดาที่ล่วงลับอยู่ในใจ....ขอบคุณที่นำพาผู้ชายแสนดีมาดูแลเขาในยามที่ท่านจากไป แม้เขาจะแต่งงานกับยุนโฮทั้งที่ไม่ได้รักแต่เมื่อเวลาผ่านไปจนกระทั่งถึงตอนนี้เขาสามารถพูดได้เต็มปากว่าชีวิตของเขาขาดผู้ชายคนนี้ไม่ได้อีกต่อไปแล้ว


ลมหายใจเฮือกสุดท้ายที่ผู้เป็นพ่อได้ต่อเอาไว้ให้เขา.....


“อีกสองวันโรงเรียนของลูกจะเปิดเทอม...นายก็อดเห็นตัวแสบใส่ชุดเด็กอนุบาล” ร่างบางจงใจพูดให้ยุนโฮรู้สึกเสียดายที่ไม่ได้อยู่ดูก้าวแรกของลูกชายตัวน้อย หวังอยู่ลึกๆ ว่าสามีจะเลื่อนไฟท์บินออกไปอีกสักหน่อยเพื่อจะได้ไปส่งคังแจไปโรงเรียนวันแรกด้วยกัน แต่มันก็เป็นแค่ความหวังลมๆ แล้งๆ ไม่ว่ายังไงธุรกิจก็ย่อมสำคัญกว่าอยู่แล้ว


“คุณก็ส่งอีเมล์ไปให้ผมดูด้วยสิครับ....ถ่ายรูปลูกใส่ชุดนักเรียน แล้วก็ถ่ายรูปแม่ใส่ชุดวันเกิด” มือหนาขยับยุกยิกอยู่ในเสื้อนอนตัวบางของภรรยาพร้อมกับคำพูดสองแง่สองง่ามที่ทำเอาใบหน้าหวานแดงจัดด้วยความขวยเขิน


“บ้า!!!!!” ใบหน้าสวยหวานเอียงหนีดวงตาคมที่จ้องมองเขาอย่างสื่อความหมาย อีกหนึ่งสัปดาห์ที่เขาจะไม่ได้เจอกันฉะนั้นยุนโฮก็มักจะตักตวงค่ำคืนอันเร่าร้อนเอาไว้ให้ได้มากที่สุด....

.

.

.

วันนี้เป็นวันที่ยุนโฮต้องขึ้นเครื่องไปญี่ปุ่น อีกสามชั่วโมงจะถึงเวลาเช็คอินแต่ชายหนุ่มก็ยังนอนหลับสบายอยู่บนเตียงจนแจจุงอยากจะปล่อยให้นอนอยู่แบบนั้นเพื่อสามีของตนจะได้ไม่ต้องไปไหน แต่หากเขาทำอย่างนั้นก็ไม่ต่างอะไรกับการทำตามใจตนเองโดยไม่คำนึงถึงผลเสียที่ตามมา ร่างบางถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่เมื่อคิดถึงสมัยที่พ่อของเขายังอยู่ เขาสามารถเอาแต่ใจได้อย่างไม่มีขีดจำกัด ไม่ต้องสนใจใคร ไม่ต้องกังวลอะไร แล้วตอนนี้....คุณหนูคิมแจจุงคนนั้นหายไปไหนกัน


แจจุงสะบัดหัวไล่ความคิดที่อยากจะเก็บยุนโฮไว้ที่บ้านคนเดียวทิ้งไปก่อนจะอุ้มลูกชายวัยสี่ขวบให้ขึ้นไปนั่งบนตัวคุณพ่อที่นอนคว่ำหน้าอยู่บนเตียง


“ปลุกพ่อสิลูก” เจ้าตัวเล็กหันมามองหน้าคุณแม่ด้วยแววตาใสแจ๋วก่อนจะทิ้งตัวลงนอนทับผู้เป็นพ่อทั้งตัว


“คุณพ่อออออ.....คุณพ่ออค๊าบบ” คังแจตะโกนเสียงดังไปพร้อมๆ กับขย่มตัวอยู่บนแผ่นหลังกว้างของยุนโฮ ส่งผลให้คุณพ่อขี้เซาลืมตาตื่นขึ้นมาก่อนจะพลิกตัวกลับมาคว้าลูกชายลงไปนอนกอดกันอยู่บนเตียง


“หว๊า!!!!” เจ้าตัวเล็กส่งเสียงร้องตกใจเมื่อถลาลงไปอย่างไม่ทันได้ตั้งตัวก่อนจะพากันหัวเราะคิกคักเพราะเล่นจั๊กจี๊กันอยู่ในผ้าห่ม 


แจจุงก็ได้แต่ส่ายหน้าเบาๆ ส่งเจ้าตัวเล็กให้มาปลุกแต่ดูเหมือนจะทำให้คุณพ่อเสียเวลามากขึ้นกว่าเดิมไปซะแล้ว


“ยุนโฮ...อาบน้ำได้แล้วนะเดี๋ยวก็ตกเครื่องกันพอดี” ปากก็บ่นไปขณะที่มือก็จัดเตรียมเสื้อผ้าให้สามีได้ใส่ 


“อ๊า.....คุณพ่อไม่อยากไปเลย” ยุนโฮนอนกอดฟัดลูกชายตัวน้อยอยู่บนเตียงเริ่มออกอาการงอแงติดลูกชายไม่อยากลุกไปทำงาน ก็ใช่น่ะสิ...ลูกของพวกเขากำลังอยู่ในวัยน่ารักน่าชัง กำลังเริ่มต้นเรียนรู้สิ่งต่างๆ แต่เขากลับต้องทำงานไม่ได้อยู่บ้านกับครอบครัวเลย


“คุณพ่อ...จะไปไหน” แม้จะพูดได้ชัดเจนแต่ก็ยังพูดช้ากว่าเด็กทั่วไปเพราะสมองของคังแจประมวลผลช้าแต่นี่ก็ถือว่าดีมากแล้วเมื่อเทียบกับตอนสองขวบที่ไม่ยอมพูดเลย


“คุณพ่อจะไปทำงานครับ....ไปหลายวันเลย คังแจอยู่กับคุณแม่ต้องเป็นเด็กดีนะครับรู้ไหม” เจ้าตัวเล็กพยักหน้าหงึกหงักเป็นอันว่าเข้าใจในสิ่งที่คุณพ่อพูด ยุนโฮยิ้มร่าก่อนจะหอมแก้มลูกชายไปฟอดใหญ่ 


“คังแจอยากได้อะไรบอกคุณแม่นะครับ...เดี๋ยวคุณพ่อซื้อมาให้” สิ่งที่ยุนโฮทำได้ก็มีเพียงเท่านี้.....ซื้อของเล่นมาปรนเปรอให้ลูกได้รู้ว่าพ่อยังไม่ลืม พ่อยังเห็นลูกสำคัญ 


“ครับ...” รับคำขยันขันแข็งเพราะเจ้าตัวเล็กก็เคยชินกับการได้ของเล่นหลังจากที่คุณพ่อกลับมาบ้านซะแล้ว วันไหนที่ไม่มีอะไรติดไม้ติดมือมาฝากก็จะเริ่มงอแงจนต้องพาออกไปซื้อที่ห้างสรรพสินค้าใกล้ๆ บ้าน


ใครจะว่าพวกเขาตามใจลูกจนเสียคน 

ใครจะว่าพวกเขาเลี้ยงลูกไม่เป็น

พวกเขาจะไม่สนใจ.....เพราะทุกสิ่งทุกอย่างคือการตอบแทนในสิ่งที่ลูกได้สูญเสียไปทั้งที่ไม่สมควร....

เด็กไร้เดียงสากลับต้องมารับเคราะห์ให้แก่ความริษยาของผู้ใหญ่....มันไม่ยุติธรรมเลยสักนิด

ฉะนั้นคงไม่ต้องสงสัยว่าคังแจโตขึ้นไปจะเหมือนใคร.....

ใครที่โดนตามใจจนดื้อรั้น

ใครที่เอาตัวเองเป็นจุดศูนย์กลางของทุกสิ่ง

ใครคนนั้น....คิมแจจุง....

ดังนั้นคนที่ต้องคอยตามใจทั้งคุณแม่และคุณลูก....ก็หนีไม่พ้น...ชองยุนโฮ ผู้ที่เป็นทั้งคุณพ่อและคุณสามี



*****************************************************************


“ชอนมี....มาทานข้าวได้แล้วนะคะ” เสียงแหบอันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของร่างเล็กร้องเรียกลูกสาววัยสี่ขวบของยูชอนให้มาทานอาหารเช้าก่อนไปโรงเรียน 


ชอนมีเป็นลูกสาวที่เกิดจากความคึกคะนองของยูชอนและมิยอง ความสัมพันธ์ชั่วข้ามคืนที่ก่อเกิดเป็นเด็กหญิงหน้าตาน่ารักน่าชัง ชอนมีอายุมากกว่าคังแจเพียงไม่กี่เดือนแต่ชอนมีเป็นเด็กที่มีพัฒนาการปกติเหมือนเด็กทั่วๆ ไปจึงได้เข้าโรงเรียนก่อนคังแจ 


"มาแล้วค่ะอาจุนซู...” เด็กหญิงในชุดนักเรียนอนุบาลวิ่งเข้ามาพร้อมกับหมวกใบเล็กน่ารักที่ถืออยู่ในมือ จุนซูรับหมวกใบนั้นวางไว้บนโต๊ะเล็กข้างๆ โต๊ะรับประทานอาหารก่อนจะนำถ้วยข้าวต้มพร้อมกับนมสดอุ่นๆ มาเสิร์ฟให้เด็กหญิง


จุนซูมีอาการทางประสาทและลงมือทำร้ายแจจุงที่กำลังตั้งครรภ์คังแจได้อย่างเลือดเย็นทำให้ยุนโฮส่งร่างเล็กเข้าไปบำบัดในโรงพยาบาลสำหรับผู้ป่วยทางจิต ตลอดเวลาสองปีที่จุนซูเข้าไปรับการรักษาในนั้น ยุนโฮไม่เคยเข้าไปเยี่ยมญาติห่างๆของตนเองเลยสักครั้ง เพราะเขาโกรธที่จุนซูเกือบจะทำลายชีวิตลูกของเขา และความโกรธเหล่านั้นก็ไม่สามารถสลายหายไปได้เลยแม้แต่นิด ยิ่งแจจุงก็ไม่ต้องพูดถึง นิสัยคุณหนูเอาแต่ใจยังไม่ได้จางหายใครที่ทำให้ตนเองและคนที่รักได้เจ็บช้ำก็จะทำลายให้ถึงที่สุด แต่ในกรณีจุนซูที่ยังรอดมาถึงทุกวันนี้ได้เพราะยูชอนขอร้องเอาไว้


ยูชอนเกิดความรู้สึกดีดีกับจุนซูตั้งแต่ตอนที่ร่างเล็กแกล้งทำเป็นความจำเสื่อมและทำตัวใสซื่อ หลังจากนั้นเมื่อเข้ารับการรักที่โรงพยาบาลยูชอนก็รู้สึกสงสารเห็นใจเข้าไปเยี่ยมอย่างสม่ำเสมอเพราะในใจลึกๆ ของเขาเชื่อว่าจุนซูไม่ใช่คนเลวร้าย เพียงแค่รักยุนโฮมากจนไม่สามารถควบคุมตัวเองได้ก็เท่านั้นเอง


“ทานให้หมดนะคะ...ป้ามินยองทำเต็มที่เลยนะสาวน้อย” ป้ามินยองคือแม่นมของชอนมีและเป็นแม่ครัวของบ้านตระกูลปาร์ค ส่วนจุนซูเข้ามาอยู่ในบ้านในฐานะพี่เลี้ยงของชอนมีทั้งที่เพิ่งเข้ามาอยู่ได้เพียงหนึ่งปีแต่ดูเหมือนชอนมีจะติดจุนซูมากเป็นพิเศษ เพราะตั้งแต่จุนซูรักษาอาการทางประสาทหายสนิทดีแล้วก็ดูเหมือนจะอ่อนโยนมากขึ้น หรือถ้าจะเรียกให้ถูกก็คือได้ดึงนิสัยที่แท้จริงของตนเองออกมาใช้นั่นเอง


“เย็นนี้ชอนมีจะไปหาน้องคังแจด้วยนะคะ” ทั้งบ้านตระกูลปาร์คและตระกูลคิมไปมาหาสู่กันอยู่เป็นประจำ ทั้งชอนมีและคังแจก็ถูกเลี้ยงมาด้วยกันตั้งแต่เกิดจึงมีความผูกพันกันดั่งพี่น้องร่วมสายเลือด 


จุนซูพยักหน้ารับคำเด็กหญิงน้อยๆ ก่อนจะนั่งมองแก้มตุ้ยนุ้ยนั้นกระเพื่อมขึ้นลงตามจังหวะการเคี้ยวอาหารด้วยรอยยิ้ม 


“ชอนมี....ทานอะไรอยู่คะ” และแล้วบรรยากาศสดใสก็หายไปเมื่อยูชอนเดินโซเซเข้ามาในบ้านพร้อมกับหญิงสาวรูปร่างอวบอัดในชุดสุดเซ็กซี่


“คุณพ่ออ.....ชอนมีกำลังจะทานข้าวต้มค่ะ คุณพ่อทานด้วยกันไหมคะ” ชอนมีกระโดดลงจากเก้าอี้ตัวใหญ่ก่อนจะวิ่งเข้าไปกอดคุณพ่อของเธอด้วยความคิดถึงที่ไม่ได้เจอกันทั้งคืน


“ชอนมีทานเถอะครับ.....คุณพ่อขอขึ้นไปพักผ่อนก่อนนะ” ยูชอนหอมแก้มลูกสาวก่อนจะโอบเอวหญิงสาวที่เดินเข้ามาพร้อมกันขึ้นบันไดไป โดยไม่ได้หันมาสนใจว่าลูกสาวตัวน้อยกำลังมองเขาด้วยสายตาอย่างไร


จุนซูและเหล่าสาวใช้มองภาพเหล่านั้นด้วยความเคยชินและสงสารคุณหนูตัวน้อยจับใจ ขาดแม่ยังไม่พอ พ่อยังไม่ให้ความอบอุ่นแก่เธออีกสิ่งที่ทุกคนทำได้ก็เพียงแค่สงสารเพราะทุกคนยกเว้นจุนซูรู้ว่าเจ้านายของพวกเธอเป็นคนยังไง ก่อนหน้าที่จะมีชอนมียูชอนก็หิ้วสาวๆ กลับมาเป็นว่าเล่นแบบนี้เป็นประจำ


“ฮึก....คุณพ่อไม่เคยรักชอนมีเลย” เด็กน้อยทรุดตัวนั่งร้องไห้อยู่ตรงนั้นด้วยความน้อยเนื้อต่ำใจ ทุกๆ วันชีวิตของเธอมีแต่คุณครู เพื่อนที่โรงเรียน กลับมาบ้านก็เจอแต่คุณอาจุนซูและสาวใช้ เธอไม่เคยได้ไออุ่นจากอ้อมกอดของพ่อในยามค่ำคืนเลยสักครั้ง


“ไม่ใช่นะคะ...คุณพ่อรักชอนมีที่สุด” จุนซูวิ่งเข้ากอดเด็กน้อยเอาไว้พลางปลอบโยนไม่ให้คิดกับยูชอนในแง่ร้าย 


“ชอนมีไม่รักคุณพ่อแล้ว ฮืออ” เด็กหญิงยังคงร้องไห้ไม่หยุดจนจุนซูจนปัญญาที่จะปลอบ ต้องปล่อยให้เป็นหน้าที่ของแม่นมต่อไป 


“ทำไมคุณถึงใจร้ายกับลูกได้ขนาดนี้” จุนซูมองตามชายหนุ่มขึ้นบันไดไปด้วยความโมโห เขารักชอนมีเหมือนน้องแท้ๆ คนหนึ่งพอได้เห็นน้ำตาของเธอก็ทำให้เขาเจ็บปวดได้ไม่แพ้กัน 


“ฮึกก... ชอนมีจะไปหาแม่แจกับพ่อยุน” เพราะเติบโตมาพร้อมกับคังแจ ชอนมีจึงเรียกแจจุงกับยุนโฮว่าพ่อแม่ตามคังแจไปด้วย แจจุงเองก็ไม่ได้ว่าอะไร ชอบใจเสียด้วยซ้ำไปเพราะในใจของแจจุงนั้นก็นึกสงสารเด็กน้อยที่ไม่มีแม่เป็นทุนเดิมอยู่แล้วเช่นกัน


“เดี๋ยวตอนเย็นอาจุนซูจะพาไปนะคะ” จุนซูเข้าไปกอดเด็กหญิงไว้อีกครั้ง เขาเพียงแค่พูดปลอบใจไปเท่านั้น ใครๆในที่นี้ก็รู้ว่าเขาไม่สามารถเข้าบ้านตระกูลคิมได้ เพราะวีรกรรมที่เขาก่อไว้มันส่งผลให้ลูกชายสุดที่รักของตระกูลต้องเจ็บป่วยมาจนทุกวันนี้ 


“ฮึก...ค่ะ ฮืออ” เด็กหญิงยังร้องไห้ไม่หยุด ซึ่งนับว่าเป็นเรื่องปกติที่เมื่อใดก็ตามที่ชอนมีเห็นว่าพ่อของตนกลับมาพร้อมหญิงสาวสักคนแล้วไม่ยอมทักทาย หรือเมินเธอไปจะทำให้ชอนมีคิดมากและร้องไห้อยู่บ่อยครั้ง


จุนซูใช้ผ้าขนหนูผืนเล็กชุบน้ำเช็ดหน้าให้ชอนมีอีกครั้งก่อนจะอุ้มหนูน้อยไปส่งที่รถคันหรู ที่มีคนขับรถรออยู่ 


“ไปโรงเรียนเป็นเด็กดีนะคะ... เดี๋ยวตอนเย็นคุณลุงจะพาชอนมีไปหาน้องคังแจ” 
เด็กหญิงพยักหน้ารับน้อยๆ บ้านของคังแจทำให้เธอลืมเรื่องรบกวนจิตใจไปได้ทั้งหมด ไปอยู่ที่นั่นเธอไม่จำเป็นต้องทำตัวเป็นเด็กดีเพื่อให้ใครๆ มารัก เธอสามารถเรียกร้อง เอาแต่ใจได้ทุกอย่าง ตามที่เธอต้องการ


บางครั้งเด็กตัวเล็กๆ อย่างเธอก็อดคิดไม่ได้ว่า... ทำไมพ่อของเธอถึงไม่รักเธอเหมือนที่พ่อยุนรักเธอบ้าง


TBC




สวัสดีฮับ >.< ห้ามคิดในใจเด็ดขาดว่า "อินี่เอาฟิคเรื่องใหม่มาลงอีกแล้ว" หรือไม่ก็ "เรื่องที่ดองไว้เมื่อไหร่จะมาต่อสักที" ห้ามคิดๆๆ ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆ

จริงๆ แล้ว "เมียหลวง" แต่งทิ้งไว้นานแล้วล่ะ ตั้งใจจะเอามาลงตั้งแต่สมัยที่ สามี เพิ่งจะจบใหม่ๆ แต่ช่วงนั้นไม่ค่อยว่าง พอตอนนี้ว่างก็เลยมาเปิดคอมนั่งอ่านฟิคที่แต่งๆ ไว้... เออวุ้ย มันมีเรื่องนี้ด้วยนี่หว่า ก็เลยเอามาแบ่งปันกันซะเลย คึ

ยังไงก็ฝากเรื่องนี้ด้วย...ไม่ต้องกลัวว่าจะดอง เพราะแต่งไว้เยอะละ ฮาาาาาา!!! (ไม่ได้สำนึก) 

ขอดูคนที่ติดตามสามีแล้วรอภาคสอง (ใครรอ) หน่อยนะ ถ้ากระแสดีมีคนจำได้เดี๋ยวตอนสองจะมาต่อให้วันอาทิตย์นี้เลย (บอกแล้วว่ามีสะสมไว้เยอะ)

.โบรนัน.

Comment

Comment:

Tweet

ไม่มาลงต่อแล้วหรอ อยากรู้แล้วcry cry cry cry

#9 By (171.96.240.111|171.96.240.111) on 2014-11-22 19:22

ไม่มาลงต่อแล้วหรอ อยากรู้แล้วcry cry cry cry

#8 By (171.96.240.111|171.96.240.111) on 2014-11-22 19:21

มาต่อเถอะน๊าาาา~ ขอร้องล่ะนะไรท์เตอร์ ToT
อยากอ่านต่อมากๆๆๆๆๆเลยอ่า~ *o*

#7 By PatCha (103.7.57.18|81.94.84.36) on 2013-02-03 22:24

มาต่อเถอะค่ะไรเตอร์ 
ชอบเรื่องนี้มากกกกกกกกกก!!!!!!!!
อยาจะเติมก.ไก่ อีกซักห้าร้อยบรรทัด

#6 By tar2 (103.7.57.18|124.122.35.133) on 2012-05-13 01:49

มาอัพต่อเร็วๆนะคะ กำลังสนุก อยากรู้ว่ามือที่สามจะเป็นใคร

#5 By kanda (125.24.54.34) on 2012-04-15 21:00

โฮกกก อะไรเนี่ย
อิปาร์คทำไมทำตัวอย่างนี้
สงสารทั้งจุนซูกะซอนมี
อิหมีจะไปหาเมียน้อยใช่มะ

#4 By fangza38 (113.53.118.71) on 2012-02-19 21:22

ตอนยุนไปต่างประเทศคงไม่มีมือที่สามหรอกนะ

#3 By Sandy TVXQ on 2012-01-09 21:06

สงสารซอนมีอ่ะ ที่ยูชอนทำแบบนี้เนี่ย T^T

#2 By youknowtvxq (124.122.44.41) on 2012-01-09 21:03

มาต่อนะคะอย่ากรู้ว่าชีวิตของแต่ละคนจะเป็นยังไงต่อไปบ้านคิมจะให้อภัยจุนซูได้หรือเปล่าและจุนซูจะหายจากอาการทางจิตรจริงหรือเปล่าน่าติดตามนะคะ

#1 By pj (27.130.184.250) on 2011-12-31 18:04