[Fic] ---สามี--- Part 19-20

posted on 23 Oct 2011 10:34 by bronun-yunjae in Husband

บ้านตระกูลคิมที่กลับมาเงียบเหงาเหมือนเดิมอีกครั้งเมื่อยามที่ไม่มีจุนซู  แต่สิ่งที่แตกต่างนั่นคือคุณหนูของบ้านอย่างแจจุงสนใจงานในครัวมากขึ้นมากขึ้นอาจเป็นเพราะสัญชาติญาณในความเป็นแม่กำลังกระตุ้นให้เขาคิดที่จะปรับปรุงตัวให้ดีขึ้น

                “ทำอะไรกันอยู่ครับคุณแม่  หอมออกไปถึงข้างนอกเลย”  แรงสวมกอดจากทางด้านหลังทำให้ร่างบางตกใจเล็กน้อยแต่หลังจากนั้นใบหน้าก็เต็มไปด้วยรอยยิ้มเพราะความเขินที่ถูกเรียกว่า”คุณแม่”ต่อหน้าสาวใช้

                “ขนมเค้กน่ะ  หัดทำเอาไว้”  แจจุงจินตนาการไปถึงลูกของเขาเวลาที่กลับมาจากโรงเรียนคงจะอยากทานอาหารว่างที่เขาทำเอง

 

                “ว่าแต่...คุณหนูไม่แพ้ท้องอีกเหรอคะ”

                “อืม...ไม่แล้วล่ะคุณหมอให้ยามาเยอะแยะคงมียาแก้แพ้ท้องด้วยล่ะมั๊ง”  ถุงยาเยอะแยะที่ว่าแจจุงไม่เคยดูเลยว่ามันคือยาอะไรมีหน้าที่กินเขาก็กินอย่างเดียว

                “อะไรกัน....นี่คุณทานยาโดยไม่รู้ว่ายาอะไรเหรอครับ”  ยุนโฮเสียงแข็งขึ้นมาทันทีที่ได้ยินคำตอบที่ไม่น่าพอใจจากว่าที่คุณแม่

                “ต่อไปนี้คุณต้องเอายาทั้งหมอที่มีมาให้ผมดูผมจะจัดการเอง”  พูดแกมสั่งจนคนโดนสั่งอย่างคุณหนูแจจุงหน้างอง้ำด้วยความไม่พอใจ

                “เพราะผมเป็นห่วงคุณกับลูกมากนะครับ”  จนกระทั่งประโยคต่อมาถึงทำให้คุณหนูเอาแต่ใจยิ้มได้

                “แล้วเมื่อไหร่จะรู้ล่ะคะว่าคุณหนูตัวน้อยในท้องเป็นผู้ชายหรือว่าผู้หญิง”  แม่บ้านวัยกลางคนที่เปรียบเสมือนแม่คนที่สองของแจจุงก็พลอยตื่นเต้นไปกับข่าวดีที่สุดของบ้าน

                “อาทิตย์หน้าหมอนัดทำอัลตร้าซาวน์แล้วล่ะครับ”  มือบางลูบท้องตัวเองไปพลางด้วยความสุขใจที่อีกไม่นานเขาก็จะได้เห็นหน้าลูกแล้ว

                “แล้วเรื่องของคุณยูชอนล่ะ”  แจจุงเล่าเรื่องต่างๆ ให้ยุนโฮฟังรวมไปถึงเรื่องที่ยูชอนมีลูกโดยที่ไม่ได้ตั้งใจกับรุ่นพี่คนสวยที่เคยมาติดพันชายหนุ่มด้วย

                “ตอนนี้มิยองไปเก็บตัวอยู่ที่นิวยอร์ก  คลอดเมื่อไหร่ลูกก็จะเป็นของยูชอนแต่เพียงผู้เดียว”  แจจุงพูดด้วยน้ำเสียงเศร้าใจ  การโดนแยกห่างจากลูกของตัวเองไม่ใช่เรื่องดีเลยสักนิด  ลูกที่อุตส่าห์เฝ้าถนุถนอมอยู่ตั้งแต่ในท้องกลับไม่มีโอกาสได้อยู่ด้วยกัน

                “เขาก็รวยกันทั้งคู่ทำไมไม่จัดงานแต่งงานกันซะให้สิ้นเรื่องไปนะ”  ยุนโฮคิดว่าแค่เพียงประกาศแต่งงานกันไปซะพ่อแม่ลูกจะได้ไม่ต้องถูกพรากจากกัน  แต่นั่นก็เป็นความคิดที่ง่ายเกินไปสำหรับยูชอนเพราะเขาเกลียดการโดนผูกมัดอย่างสิ้นเชิง  คนที่จะได้ใช้ชีวิตร่วมกับยูชอนนั้นนับว่าต้องเป็นคนที่ชายหนุ่มรักด้วยหัวใจที่แท้จริง

                “อายุของลูกคงใกล้เคียงกันนะ”  แจจุงเริ่มนึกถึงวันที่ลึกของเขาและลูกของยูชอนจะเป็นเพื่อนเล่นกัน

                “คุณจะส่งลูกไปเรียนที่อเมริกาอีกหรือเปล่า”  ทั้งแจจุงและยูชอนต่างก็เรียบที่เมืองนอกมาตั้งแต่เด็ก  แต่สำหรับยุนโอแล้วเขาไม่อยากให้ลูกอยู่ไกลจากเขาเลย  เพราะการเติบโตมาด้วยตัวคนเดียวนั้นมันว้าเหว่เพียงใดเขารู้ดี

                “ให้ถึงตอนนั้นแล้วค่อยมาคิดก็ได้...เอ้อแล้วจุนซูเป็นยังไงบ้าง”  เวลาเดินผ่านมาร่วมสัปดาห์แล้วนับตั้งแต่วันที่ร่างเล็กเข้าโรงพยาบาลจนกระทั่งตอนนี้จุนซูก็ยังคงต้องใส่เครื่องช่วยหายใจนอนเป็นเจ้าชายนิทราอยู่อย่างนั้น

                “บางทีเขาอาจจะกำลังชดใช้กรรมที่ทำกับลูกแมวตัวนั้นอยู่ก็ได้นะ”  ชีวิตของจุนซูที่ไม่เคยเห็นความสำคัญของชีวิตสัตว์ตัวใด  ตอนนี้เขาต้องชดใช้มัน

                “หวังว่าฟื้นขึ้นมาจะหายบ้านะ”  และแล้วคุณหนูปากจัดจอมเหวี่ยงคนเดิมก็ยังไม่ได้หายไปไหน

                “แจจุง...คุณน่ะห้ามว่าคนอื่นเด็ดขาดเลยนะเดี๋ยวจะมาเข้าตัวลูกเราหมด”  ดังสุภาษิตไทยที่ว่า...ว่าแต่เขาอิเหนาเป็นเอง...

                “แล้ววันนี้จะไปเยี่ยมจุนซูหรือเปล่า”  ปกติยุนโฮจะไปดูร่างเล็กทุกวันเพราะไม่สามารถทำอะไรได้มากกว่านั้น  บางครั้งก็เหมือนจะมีการตอบสนองเวลาที่ชายหนุ่มเขาใกล้จนแจจุงมักจะแซวว่าเขาเป็นเจ้าชายที่จะมาปลุกเจ้าหญิงนิทรา

                “ไม่ล่ะ....คุณนัดกับคุณยูชอนไว้ไม่ใช่เหรอ”  ชายหนุ่มนึกขึ้นมาได้ว่าภรรยาสุดที่รักของเขามีนัดกับเพื่อนรักที่ร้านราเมงสุดโปรดย่านชานเมืองซึ่งเขาไม่มีทางปล่อยให้แจจุงขับรถไปเองไกลขนาดนั้น

                “อืม...แล้วมันเกี่ยวอะไรกับนายล่ะ”  แจจุงกับยูชอนนัดกันออกจะบ่อยและทุกครั้งเขาก็ไปคนเดียว

                “เกี่ยวสิ...ผมเป็นสามีของคุณไง”  ยุนโฮพูดพร้อมกับรอยยิ้มที่ทำให้ร่างบางอายจนแทบจะม้วนลงไปบนโต๊ะทำอาหาร

                แจจุงมองชายหนุ่มด้วยแววตาที่เปี่ยมไปด้วยความหมาย  ทั้งรัก  ทั้งมีความสุขจนไม่รู้จะบรรยายออกมายังไง  ถึงตอนนี้เขาอยากจะขอบคุณพินัยกรรมของคุณพ่อที่ทำให้เขามีวันนี้ได้

                “ยุนโฮ...ทำไมนายถึงเป็นผู้ชายแบบนี้นะ” 

                “แบบไหนครับ”

                “แบบเนี๊ยๆๆๆ”  ร่างบางจิ้มนิ้วชี้ไปที่ตัวของร่างสูงซ้ำๆ ตามจังหวะคำพูด  ทำเอายุนโฮหัวเราะร่วนด้วยความไม่เข้าใจ

                “นายทำทุกอย่างเพื่อฉัน  ทั้งที่ฉันก็พูดจาไม่ดีกับนายสารพัด”  เมื่อคิดถึงอดีตที่เคยพูดจาทำร้ายคนรักก็ทำให้น้ำตารื้นขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่  หากย้อนเวลากลับไปได้เขาคงเลือกที่จะเปิดใจให้กับผู้ชายคนนี้ตั้งแต่แรก

                “ใครๆ ก็รู้ว่าคุณหนูคิมน่ะร้ายแต่ปาก”  ยุนโฮขยับตัวเข้าไปประชิดร่างบางพร้อมกับแกล้งกระซิบชิดใบหูเสียจนแจจุงต้องเบี่ยงหน้าหนีเพราะความจั๊กจี้

 

                “นายไม่เคยกลัวฉันเลยหรือไง”  ถามไปก็มุดหน้าหนีลมหายใจร้อนๆ ไป  มือบางทั้งสองข้างเกาะอยู่ที่ไหล่หนาเพื่อดันเอาไว้ไม่ให้อีกฝ่ายเข้ามาใกล้มากกว่านี้

                “ไม่เลยสักนิด”  มันคือเรื่องจริงที่เขาไม่เคยถือสาหรือว่ากลัวคุณหนูเอาแต่ใจคนนี้เลยสักนิดเดียว

                “ทำไมล่ะ”  ดวงตากลมโตช้อนมองด้วยความไม่เข้าใจ  ไม่เข้าใจว่าทำไมผู้ชายคนนี้ถึงไม่กลัวเขาเหมือนคนอื่นๆ

                “ก็เพราะผมรักคุณไง....คุณอาจจำไม่ได้...ตอนนั้น...”

 

                สถานเลี้ยงเด็กกำพร้า

            เด็กหนุ่มทายาทตระกูลชองนักธุรกิจใหญ่ระดับประเทศที่ชีวิตพลิกผันเพราะธุรกิจโดนโกงพร้อมกับสูญเสียทั้งพ่อและแม่ไปในเวลาพร้อมกัน  มีเพียงคนๆ เดียวที่ยื่นมือเข้ามาช่วยนั่นคือเพื่อนรักของพ่อที่เขารู้จักในนามคุณลุงคิม  จุงอิล

            คิม  จุงอิลเปิดสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าแห่งนี้ขึ้นมาเพื่อยุนโฮโดยเฉพาะ  สถานเลี้ยงเด็กกำพร้าที่มีทุกอย่างเพียบพร้อมสำหรับการเรียนรู้ครบวงจร  มีคุณครูมาคอยสอนพิเศษภาษาต่างประเทศ  หรือแม้กระทั่งติวเข้มเพื่อเข้าเรียนโรงเรียนชั้นนำระดับประเทศ

 

            “ยุนโฮจ๊ะ...คุณลุงมาจ้ะ”  ทุกคนที่นั่นปฏิบัติต่อยุนโฮเปรียบเสมือนคุณหนูคนหนึ่ง  ซึ่งนั่นเป็นคำสั่งของคิม  จุงอิลอีกเช่นเดิม

            “ครับผม”  เด็กหนุ่มที่ใฝ่เรียนรู้เพื่อสักวันจะได้ตอบแทนบุญคุณของคุณลุงที่มีต่อเขามากมายในทุกวิธีที่จะสามารถทำได้

            ยุนโฮเดินออกไปตามทางเดินภายใต้อาคารสูงสามชั้นเพื่อจุดมุ่งหมายคือคุณลุงที่นั่งรอเขาอยู่ในสวนด้านหน้าอย่างเช่นทุกๆ ครั้ง  ร่างสูงหยุดชะงักเมื่อเห็นเด็กผู้ชายอีกหนึ่งคนที่นั่งอยู่กับคุณลุงของเขา  เด็กคนนั้นหน้าตาน่ารักเสียจนแว๊บแรกเขานึกว่าเป็นเด็กผู้หญิง  แต่ด้วยการแต่งกายที่เป็นชายจึงทำให้เขารู้ว่านั่นคือเด็กผู้ชายเช่นเดียวกันกับเขา

            ใบหน้าสวยหวานดูบึ้งตึงไม่สบอารมณ์กับบรรยากาศรอบข้างเลยแม้แต่นิด  ไม่ว่าคุณลุงจะพยายามทำอะไรให้เขาก็ไม่ยอมท่าเดียว  ริมฝีปากบางเชิดขึ้นพร้อมกับมือทั้งสองข้างที่กอดอกตัวเองเอาไว้อย่างถือดี  ท่าทางแบบนั้นทำให้ยุนโฮแอบยิ้มอยู่คนเดียวจนกระทั่ง...

            “อ้าวยุนโฮ...มาสิ” 

            เด็กหนุ่มรีบเดินเข้าไปตามความต้องการของคุณลุง  และทันทีที่เกินเข้าไปถึงก็เจอกับดวงตากลมโตที่ตวัดมองอย่างไม่สบอารมณ์

            “ใครอ่ะคุณพ่อ”  เด็กน้อยคนนั้นเรียกคุณลุงของเขาว่าพ่อ  หน้าตาน่ารักนั้นแสดงออกอย่างชัดเจนว่าไม่อยากให้เขาเข้าใกล้

 

            “แจจุง  พูดดีดีหน่อยสิลูก”  จุงอิลรีบปรามเมื่อเห็นว่าลูกชายตัวน้อยกำลังจะเริ่มสร้างสงครามขึ้นแล้ว

            “แล้วแจจุงพูดไม่ดีตรงไหนล่ะ”  เสียงเล็กหวานเริ่มแข็งขึ้นอย่างมีอารมณ์โมโหที่โดนคุณพ่อว่าต่อหน้าคนอื่น

            “แจจุงไม่อยากอยู่กับคุณพ่อแล้ว  จะกลับไปหายูชอน”  เป็นเพราะตอนนี้อยู่ในช่วงปิดเทอมใหญ่จุงอิลจึงได้มีโอกาสได้อยู่กับลูกชายคนเดียวสักครั้งในรอบหนึ่งปี

            “ยูชอนไม่อยากอยู่กับเด็กดื้ออย่างแจจุงหรอก”  ได้ผลทุกครั้งที่เอาชื่อของเพื่อนสนิทคนเดียวมาอ้าง

            “คุณพ่อ!!!!”  เสียงหวานตวาดขึ้นตามประสาเด็กถูกเอาใจมาตั้งแต่เด็ก

            “คิคิ”  ยุนโฮแอบหัวเราะกับท่าทางแสดงอาการไม่พอใจของแจจุง  จนดวงตากลมโตตวัดมองด้วยแวดตาที่แข็งกร้าวมากกว่าเดิม

            “ขำอะไรของนาย”  แจจุงเกลียดที่สุดกับเสียงหัวเราะเยาะที่เขาเจอมาตั้งแต่เด็ก  เพราะที่อเมริกามักจะดูถูกคนเอเชียมาตั้งแต่ไหนแต่ไร  ถ้าไม่เก่งจริงก็อยู่ไม่ได้

            “ขอโทษครับ”  ยุนโฮรีบออกตัวเมื่อเห็นว่าเหตุการณ์ชักจะบานปลายไปกันใหญ่และเขาก็ไม่อยากทำให้คุณลุงไม่สบายใจ

            “ช่างเขาเถอะยุนโฮ”  จุงอิลเห็นเด็กหนุ่มหน้าเสียเพราะความเอาแต่ใจของลูกชายตัวเองก็รีบช่วยทันที  ในขณะที่แจจุงก็แจกค้อนวงโตให้คุณพ่อที่ไม่ยอมเข้าข้างเขาอีกแล้ว 

            “นี่คือคิม  แจจุง ลูกชายคนเดียวของลุง  จำเอาไว้นะยุนโฮ” 

            และนั่นก็คือครั้งแรกที่ยุนโฮกับแจจุงได้เจอกัน  เป็นความประทับใจที่ยุนโฮไม่เคยลืมเลือนแต่สำหรับแจจุง  เหตุการณ์เหล่านั้นไม่เคยอยู่ในความทรงจำเลยแม้แต่นิดเดียว

 

            ร่างบางนั่งฟังพร้อมกับทำตาปริบๆ  ด้วยความสงสัยว่าเขาเคยผ่านช่วงเวลาแบบนั้นมาด้วยเหรอไม่เคยจำได้เลยสักนิด 

                “อย่าบอกนะว่านายรักฉันตั้งแต่ตอนนั้น”  ร่างบางทำตาโตพร้อมกับทำเสียงไม่อยากจะเชื่อ  ส่วนยุนโฮก็เอาแต่ยิ้มไม่ยอมตอบอะไร

                “จริงๆ เหรอยุนโฮ”  มือบางเขย่าแขนว่าที่คุณพ่ออย่างเอาแต่ใจ  แต่ก็ยังไม่ได้รับคำตอบที่ต้องการอยู่เช่นเดิม

                “ถ้าไม่ตอบจะงอนแล้วนะ”  แจจุงทำแก้มป่องพองลมเหมือนแจจุงตัวน้อยที่ยุนโฮเจอวันแรกไม่มีผิด

                “คุณไม่ต้องสนใจหรอกว่าอดีตเป็นยังไง....จำเอาไว้ว่าตอนนี้  ผมรักคุณ  ก็พอแล้ว”  ยุนโฮดึงคุณหนูขี้งอนเข้ามาสู่อ้อมกอด  จะให้เขาบอกได้ยังไงล่ะว่าหลงรักคุณหนูตัวน้อยเอาแต่ใจเข้าไปเต็มเปาตั้งแต่แรกเห็นถึงที่ผ่านมาเขาจะหน้าด้าน  แต่เขาก็เขินเป็นเหมือนกันนะ

 

……..:::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::…….

 

                4 เดือนผ่านไป

                ร่างที่เคยบอบบางเมื่อสี่เดือนก่อนในตอนนี้แปรเปลี่ยนเป็นร่างอวบอ้วนจากการเจริญเติบโตอย่างเต็มที่ของลูกน้อยในท้อง  ใบหน้าหวานสวยเต่งตึงขึ้นจนแทบจะจำตัวเองไม่ได้  แน่นอนว่าคนรักสวยรักงามอย่างแจจุงย่อมรับไม่ได้ที่ตัวเองอยู่ในสภาพอ้วนฉุอย่างนั้น

                “ยุนโฮ  ฉันไม่อยากกินแล้วนะ”  มือบางผลักใสขนมหวานของฝากจากยูชอนออกไปไกลๆ ซึ่งอันที่จริงแล้วเขาอยากกินมากแต่พยายามห้ามใจตัวเองเอาไว้เพราะน้ำหนักที่เพิ่มขึ้นเกินความพอดี

                “อยากกินก็กินไปสิครับ  ลูกเราจะได้กินด้วย”  มือหยาบลูบหน้าท้องกลมโตด้วยความรักใคร่  อีกเพียงแค่เดือนเดียวเขาก็จะได้เจอหน้าลูกน้อยแล้ว   

                ชายหนุ่มคะยั้นคะยอให้ว่าที่คุณแม่กินขนมเข้าไปอีกตามที่ใจต้องการ  มือหนาหยิบของโปรดป้อนถึงปากบาง

 &nbs