[Fic] ---สามี--- Part 19-20

posted on 23 Oct 2011 10:34 by bronun-yunjae in Husband

บ้านตระกูลคิมที่กลับมาเงียบเหงาเหมือนเดิมอีกครั้งเมื่อยามที่ไม่มีจุนซู  แต่สิ่งที่แตกต่างนั่นคือคุณหนูของบ้านอย่างแจจุงสนใจงานในครัวมากขึ้นมากขึ้นอาจเป็นเพราะสัญชาติญาณในความเป็นแม่กำลังกระตุ้นให้เขาคิดที่จะปรับปรุงตัวให้ดีขึ้น

                “ทำอะไรกันอยู่ครับคุณแม่  หอมออกไปถึงข้างนอกเลย”  แรงสวมกอดจากทางด้านหลังทำให้ร่างบางตกใจเล็กน้อยแต่หลังจากนั้นใบหน้าก็เต็มไปด้วยรอยยิ้มเพราะความเขินที่ถูกเรียกว่า”คุณแม่”ต่อหน้าสาวใช้

                “ขนมเค้กน่ะ  หัดทำเอาไว้”  แจจุงจินตนาการไปถึงลูกของเขาเวลาที่กลับมาจากโรงเรียนคงจะอยากทานอาหารว่างที่เขาทำเอง

 

                “ว่าแต่...คุณหนูไม่แพ้ท้องอีกเหรอคะ”

                “อืม...ไม่แล้วล่ะคุณหมอให้ยามาเยอะแยะคงมียาแก้แพ้ท้องด้วยล่ะมั๊ง”  ถุงยาเยอะแยะที่ว่าแจจุงไม่เคยดูเลยว่ามันคือยาอะไรมีหน้าที่กินเขาก็กินอย่างเดียว

                “อะไรกัน....นี่คุณทานยาโดยไม่รู้ว่ายาอะไรเหรอครับ”  ยุนโฮเสียงแข็งขึ้นมาทันทีที่ได้ยินคำตอบที่ไม่น่าพอใจจากว่าที่คุณแม่

                “ต่อไปนี้คุณต้องเอายาทั้งหมอที่มีมาให้ผมดูผมจะจัดการเอง”  พูดแกมสั่งจนคนโดนสั่งอย่างคุณหนูแจจุงหน้างอง้ำด้วยความไม่พอใจ

                “เพราะผมเป็นห่วงคุณกับลูกมากนะครับ”  จนกระทั่งประโยคต่อมาถึงทำให้คุณหนูเอาแต่ใจยิ้มได้

                “แล้วเมื่อไหร่จะรู้ล่ะคะว่าคุณหนูตัวน้อยในท้องเป็นผู้ชายหรือว่าผู้หญิง”  แม่บ้านวัยกลางคนที่เปรียบเสมือนแม่คนที่สองของแจจุงก็พลอยตื่นเต้นไปกับข่าวดีที่สุดของบ้าน

                “อาทิตย์หน้าหมอนัดทำอัลตร้าซาวน์แล้วล่ะครับ”  มือบางลูบท้องตัวเองไปพลางด้วยความสุขใจที่อีกไม่นานเขาก็จะได้เห็นหน้าลูกแล้ว

                “แล้วเรื่องของคุณยูชอนล่ะ”  แจจุงเล่าเรื่องต่างๆ ให้ยุนโฮฟังรวมไปถึงเรื่องที่ยูชอนมีลูกโดยที่ไม่ได้ตั้งใจกับรุ่นพี่คนสวยที่เคยมาติดพันชายหนุ่มด้วย

                “ตอนนี้มิยองไปเก็บตัวอยู่ที่นิวยอร์ก  คลอดเมื่อไหร่ลูกก็จะเป็นของยูชอนแต่เพียงผู้เดียว”  แจจุงพูดด้วยน้ำเสียงเศร้าใจ  การโดนแยกห่างจากลูกของตัวเองไม่ใช่เรื่องดีเลยสักนิด  ลูกที่อุตส่าห์เฝ้าถนุถนอมอยู่ตั้งแต่ในท้องกลับไม่มีโอกาสได้อยู่ด้วยกัน

                “เขาก็รวยกันทั้งคู่ทำไมไม่จัดงานแต่งงานกันซะให้สิ้นเรื่องไปนะ”  ยุนโฮคิดว่าแค่เพียงประกาศแต่งงานกันไปซะพ่อแม่ลูกจะได้ไม่ต้องถูกพรากจากกัน  แต่นั่นก็เป็นความคิดที่ง่ายเกินไปสำหรับยูชอนเพราะเขาเกลียดการโดนผูกมัดอย่างสิ้นเชิง  คนที่จะได้ใช้ชีวิตร่วมกับยูชอนนั้นนับว่าต้องเป็นคนที่ชายหนุ่มรักด้วยหัวใจที่แท้จริง

                “อายุของลูกคงใกล้เคียงกันนะ”  แจจุงเริ่มนึกถึงวันที่ลึกของเขาและลูกของยูชอนจะเป็นเพื่อนเล่นกัน

                “คุณจะส่งลูกไปเรียนที่อเมริกาอีกหรือเปล่า”  ทั้งแจจุงและยูชอนต่างก็เรียบที่เมืองนอกมาตั้งแต่เด็ก  แต่สำหรับยุนโอแล้วเขาไม่อยากให้ลูกอยู่ไกลจากเขาเลย  เพราะการเติบโตมาด้วยตัวคนเดียวนั้นมันว้าเหว่เพียงใดเขารู้ดี

                “ให้ถึงตอนนั้นแล้วค่อยมาคิดก็ได้...เอ้อแล้วจุนซูเป็นยังไงบ้าง”  เวลาเดินผ่านมาร่วมสัปดาห์แล้วนับตั้งแต่วันที่ร่างเล็กเข้าโรงพยาบาลจนกระทั่งตอนนี้จุนซูก็ยังคงต้องใส่เครื่องช่วยหายใจนอนเป็นเจ้าชายนิทราอยู่อย่างนั้น

                “บางทีเขาอาจจะกำลังชดใช้กรรมที่ทำกับลูกแมวตัวนั้นอยู่ก็ได้นะ”  ชีวิตของจุนซูที่ไม่เคยเห็นความสำคัญของชีวิตสัตว์ตัวใด  ตอนนี้เขาต้องชดใช้มัน

                “หวังว่าฟื้นขึ้นมาจะหายบ้านะ”  และแล้วคุณหนูปากจัดจอมเหวี่ยงคนเดิมก็ยังไม่ได้หายไปไหน

                “แจจุง...คุณน่ะห้ามว่าคนอื่นเด็ดขาดเลยนะเดี๋ยวจะมาเข้าตัวลูกเราหมด”  ดังสุภาษิตไทยที่ว่า...ว่าแต่เขาอิเหนาเป็นเอง...

                “แล้ววันนี้จะไปเยี่ยมจุนซูหรือเปล่า”  ปกติยุนโฮจะไปดูร่างเล็กทุกวันเพราะไม่สามารถทำอะไรได้มากกว่านั้น  บางครั้งก็เหมือนจะมีการตอบสนองเวลาที่ชายหนุ่มเขาใกล้จนแจจุงมักจะแซวว่าเขาเป็นเจ้าชายที่จะมาปลุกเจ้าหญิงนิทรา

                “ไม่ล่ะ....คุณนัดกับคุณยูชอนไว้ไม่ใช่เหรอ”  ชายหนุ่มนึกขึ้นมาได้ว่าภรรยาสุดที่รักของเขามีนัดกับเพื่อนรักที่ร้านราเมงสุดโปรดย่านชานเมืองซึ่งเขาไม่มีทางปล่อยให้แจจุงขับรถไปเองไกลขนาดนั้น

                “อืม...แล้วมันเกี่ยวอะไรกับนายล่ะ”  แจจุงกับยูชอนนัดกันออกจะบ่อยและทุกครั้งเขาก็ไปคนเดียว

                “เกี่ยวสิ...ผมเป็นสามีของคุณไง”  ยุนโฮพูดพร้อมกับรอยยิ้มที่ทำให้ร่างบางอายจนแทบจะม้วนลงไปบนโต๊ะทำอาหาร

                แจจุงมองชายหนุ่มด้วยแววตาที่เปี่ยมไปด้วยความหมาย  ทั้งรัก  ทั้งมีความสุขจนไม่รู้จะบรรยายออกมายังไง  ถึงตอนนี้เขาอยากจะขอบคุณพินัยกรรมของคุณพ่อที่ทำให้เขามีวันนี้ได้

                “ยุนโฮ...ทำไมนายถึงเป็นผู้ชายแบบนี้นะ” 

                “แบบไหนครับ”

                “แบบเนี๊ยๆๆๆ”  ร่างบางจิ้มนิ้วชี้ไปที่ตัวของร่างสูงซ้ำๆ ตามจังหวะคำพูด  ทำเอายุนโฮหัวเราะร่วนด้วยความไม่เข้าใจ

                “นายทำทุกอย่างเพื่อฉัน  ทั้งที่ฉันก็พูดจาไม่ดีกับนายสารพัด”  เมื่อคิดถึงอดีตที่เคยพูดจาทำร้ายคนรักก็ทำให้น้ำตารื้นขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่  หากย้อนเวลากลับไปได้เขาคงเลือกที่จะเปิดใจให้กับผู้ชายคนนี้ตั้งแต่แรก

                “ใครๆ ก็รู้ว่าคุณหนูคิมน่ะร้ายแต่ปาก”  ยุนโฮขยับตัวเข้าไปประชิดร่างบางพร้อมกับแกล้งกระซิบชิดใบหูเสียจนแจจุงต้องเบี่ยงหน้าหนีเพราะความจั๊กจี้

 

                “นายไม่เคยกลัวฉันเลยหรือไง”  ถามไปก็มุดหน้าหนีลมหายใจร้อนๆ ไป  มือบางทั้งสองข้างเกาะอยู่ที่ไหล่หนาเพื่อดันเอาไว้ไม่ให้อีกฝ่ายเข้ามาใกล้มากกว่านี้

                “ไม่เลยสักนิด”  มันคือเรื่องจริงที่เขาไม่เคยถือสาหรือว่ากลัวคุณหนูเอาแต่ใจคนนี้เลยสักนิดเดียว

                “ทำไมล่ะ”  ดวงตากลมโตช้อนมองด้วยความไม่เข้าใจ  ไม่เข้าใจว่าทำไมผู้ชายคนนี้ถึงไม่กลัวเขาเหมือนคนอื่นๆ

                “ก็เพราะผมรักคุณไง....คุณอาจจำไม่ได้...ตอนนั้น...”

 

                สถานเลี้ยงเด็กกำพร้า

            เด็กหนุ่มทายาทตระกูลชองนักธุรกิจใหญ่ระดับประเทศที่ชีวิตพลิกผันเพราะธุรกิจโดนโกงพร้อมกับสูญเสียทั้งพ่อและแม่ไปในเวลาพร้อมกัน  มีเพียงคนๆ เดียวที่ยื่นมือเข้ามาช่วยนั่นคือเพื่อนรักของพ่อที่เขารู้จักในนามคุณลุงคิม  จุงอิล

            คิม  จุงอิลเปิดสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าแห่งนี้ขึ้นมาเพื่อยุนโฮโดยเฉพาะ  สถานเลี้ยงเด็กกำพร้าที่มีทุกอย่างเพียบพร้อมสำหรับการเรียนรู้ครบวงจร  มีคุณครูมาคอยสอนพิเศษภาษาต่างประเทศ  หรือแม้กระทั่งติวเข้มเพื่อเข้าเรียนโรงเรียนชั้นนำระดับประเทศ

 

            “ยุนโฮจ๊ะ...คุณลุงมาจ้ะ”  ทุกคนที่นั่นปฏิบัติต่อยุนโฮเปรียบเสมือนคุณหนูคนหนึ่ง  ซึ่งนั่นเป็นคำสั่งของคิม  จุงอิลอีกเช่นเดิม

            “ครับผม”  เด็กหนุ่มที่ใฝ่เรียนรู้เพื่อสักวันจะได้ตอบแทนบุญคุณของคุณลุงที่มีต่อเขามากมายในทุกวิธีที่จะสามารถทำได้

            ยุนโฮเดินออกไปตามทางเดินภายใต้อาคารสูงสามชั้นเพื่อจุดมุ่งหมายคือคุณลุงที่นั่งรอเขาอยู่ในสวนด้านหน้าอย่างเช่นทุกๆ ครั้ง  ร่างสูงหยุดชะงักเมื่อเห็นเด็กผู้ชายอีกหนึ่งคนที่นั่งอยู่กับคุณลุงของเขา  เด็กคนนั้นหน้าตาน่ารักเสียจนแว๊บแรกเขานึกว่าเป็นเด็กผู้หญิง  แต่ด้วยการแต่งกายที่เป็นชายจึงทำให้เขารู้ว่านั่นคือเด็กผู้ชายเช่นเดียวกันกับเขา

            ใบหน้าสวยหวานดูบึ้งตึงไม่สบอารมณ์กับบรรยากาศรอบข้างเลยแม้แต่นิด  ไม่ว่าคุณลุงจะพยายามทำอะไรให้เขาก็ไม่ยอมท่าเดียว  ริมฝีปากบางเชิดขึ้นพร้อมกับมือทั้งสองข้างที่กอดอกตัวเองเอาไว้อย่างถือดี  ท่าทางแบบนั้นทำให้ยุนโฮแอบยิ้มอยู่คนเดียวจนกระทั่ง...

            “อ้าวยุนโฮ...มาสิ” 

            เด็กหนุ่มรีบเดินเข้าไปตามความต้องการของคุณลุง  และทันทีที่เกินเข้าไปถึงก็เจอกับดวงตากลมโตที่ตวัดมองอย่างไม่สบอารมณ์

            “ใครอ่ะคุณพ่อ”  เด็กน้อยคนนั้นเรียกคุณลุงของเขาว่าพ่อ  หน้าตาน่ารักนั้นแสดงออกอย่างชัดเจนว่าไม่อยากให้เขาเข้าใกล้

 

            “แจจุง  พูดดีดีหน่อยสิลูก”  จุงอิลรีบปรามเมื่อเห็นว่าลูกชายตัวน้อยกำลังจะเริ่มสร้างสงครามขึ้นแล้ว

            “แล้วแจจุงพูดไม่ดีตรงไหนล่ะ”  เสียงเล็กหวานเริ่มแข็งขึ้นอย่างมีอารมณ์โมโหที่โดนคุณพ่อว่าต่อหน้าคนอื่น

            “แจจุงไม่อยากอยู่กับคุณพ่อแล้ว  จะกลับไปหายูชอน”  เป็นเพราะตอนนี้อยู่ในช่วงปิดเทอมใหญ่จุงอิลจึงได้มีโอกาสได้อยู่กับลูกชายคนเดียวสักครั้งในรอบหนึ่งปี

            “ยูชอนไม่อยากอยู่กับเด็กดื้ออย่างแจจุงหรอก”  ได้ผลทุกครั้งที่เอาชื่อของเพื่อนสนิทคนเดียวมาอ้าง

            “คุณพ่อ!!!!”  เสียงหวานตวาดขึ้นตามประสาเด็กถูกเอาใจมาตั้งแต่เด็ก

            “คิคิ”  ยุนโฮแอบหัวเราะกับท่าทางแสดงอาการไม่พอใจของแจจุง  จนดวงตากลมโตตวัดมองด้วยแวดตาที่แข็งกร้าวมากกว่าเดิม

            “ขำอะไรของนาย”  แจจุงเกลียดที่สุดกับเสียงหัวเราะเยาะที่เขาเจอมาตั้งแต่เด็ก  เพราะที่อเมริกามักจะดูถูกคนเอเชียมาตั้งแต่ไหนแต่ไร  ถ้าไม่เก่งจริงก็อยู่ไม่ได้

            “ขอโทษครับ”  ยุนโฮรีบออกตัวเมื่อเห็นว่าเหตุการณ์ชักจะบานปลายไปกันใหญ่และเขาก็ไม่อยากทำให้คุณลุงไม่สบายใจ

            “ช่างเขาเถอะยุนโฮ”  จุงอิลเห็นเด็กหนุ่มหน้าเสียเพราะความเอาแต่ใจของลูกชายตัวเองก็รีบช่วยทันที  ในขณะที่แจจุงก็แจกค้อนวงโตให้คุณพ่อที่ไม่ยอมเข้าข้างเขาอีกแล้ว 

            “นี่คือคิม  แจจุง ลูกชายคนเดียวของลุง  จำเอาไว้นะยุนโฮ” 

            และนั่นก็คือครั้งแรกที่ยุนโฮกับแจจุงได้เจอกัน  เป็นความประทับใจที่ยุนโฮไม่เคยลืมเลือนแต่สำหรับแจจุง  เหตุการณ์เหล่านั้นไม่เคยอยู่ในความทรงจำเลยแม้แต่นิดเดียว

 

            ร่างบางนั่งฟังพร้อมกับทำตาปริบๆ  ด้วยความสงสัยว่าเขาเคยผ่านช่วงเวลาแบบนั้นมาด้วยเหรอไม่เคยจำได้เลยสักนิด 

                “อย่าบอกนะว่านายรักฉันตั้งแต่ตอนนั้น”  ร่างบางทำตาโตพร้อมกับทำเสียงไม่อยากจะเชื่อ  ส่วนยุนโฮก็เอาแต่ยิ้มไม่ยอมตอบอะไร

                “จริงๆ เหรอยุนโฮ”  มือบางเขย่าแขนว่าที่คุณพ่ออย่างเอาแต่ใจ  แต่ก็ยังไม่ได้รับคำตอบที่ต้องการอยู่เช่นเดิม

                “ถ้าไม่ตอบจะงอนแล้วนะ”  แจจุงทำแก้มป่องพองลมเหมือนแจจุงตัวน้อยที่ยุนโฮเจอวันแรกไม่มีผิด

                “คุณไม่ต้องสนใจหรอกว่าอดีตเป็นยังไง....จำเอาไว้ว่าตอนนี้  ผมรักคุณ  ก็พอแล้ว”  ยุนโฮดึงคุณหนูขี้งอนเข้ามาสู่อ้อมกอด  จะให้เขาบอกได้ยังไงล่ะว่าหลงรักคุณหนูตัวน้อยเอาแต่ใจเข้าไปเต็มเปาตั้งแต่แรกเห็นถึงที่ผ่านมาเขาจะหน้าด้าน  แต่เขาก็เขินเป็นเหมือนกันนะ

 

……..:::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::…….

 

                4 เดือนผ่านไป

                ร่างที่เคยบอบบางเมื่อสี่เดือนก่อนในตอนนี้แปรเปลี่ยนเป็นร่างอวบอ้วนจากการเจริญเติบโตอย่างเต็มที่ของลูกน้อยในท้อง  ใบหน้าหวานสวยเต่งตึงขึ้นจนแทบจะจำตัวเองไม่ได้  แน่นอนว่าคนรักสวยรักงามอย่างแจจุงย่อมรับไม่ได้ที่ตัวเองอยู่ในสภาพอ้วนฉุอย่างนั้น

                “ยุนโฮ  ฉันไม่อยากกินแล้วนะ”  มือบางผลักใสขนมหวานของฝากจากยูชอนออกไปไกลๆ ซึ่งอันที่จริงแล้วเขาอยากกินมากแต่พยายามห้ามใจตัวเองเอาไว้เพราะน้ำหนักที่เพิ่มขึ้นเกินความพอดี

                “อยากกินก็กินไปสิครับ  ลูกเราจะได้กินด้วย”  มือหยาบลูบหน้าท้องกลมโตด้วยความรักใคร่  อีกเพียงแค่เดือนเดียวเขาก็จะได้เจอหน้าลูกน้อยแล้ว   

                ชายหนุ่มคะยั้นคะยอให้ว่าที่คุณแม่กินขนมเข้าไปอีกตามที่ใจต้องการ  มือหนาหยิบของโปรดป้อนถึงปากบาง

                “ฉันกินจนจะอ้วนเป็นแม่หมีอยู่แล้วนะ”  ปากบางเบะหนีขนมหวานกลิ่นหอมยั่วยวนที่มาจ่ออยู่ตรงหน้า

                “คุณแม่อ้วนคุณลูกก็อ้วนนะครับ”  ตาเรียวกระพริบปริบๆ เป็นเชิงอ้อนแล้วในที่สุดก็เป็นผลเมื่อร่างบางยอมอ้าปากรับเข้าไปแต่โดยดี

                เมื่อสี่เดือนก่อนทั้งสองตกลงกันตอนที่คุณหมอนัดทำอัลตร้าซาวน์ว่าจะไม่ดูเพศลูก  ขอดูแค่การเจริญเติบโตและให้รู้ว่าลูกแข็งแรงดีเท่านั้น  ตอนนีจึงมีการคาดไปต่างๆ นานาจากเหล่าแม่บ้านว่าคุณหนูในท้องเป็นผู้หญิงบ้างล่ะ  หรือเป็นผู้ชายบ้างล่ะ  ซึ่งไม่ว่าจะหญิงหรือชายอีกเพียงเดือนเดียวทุกคนก็จะรู้

                “เมื่อวานยูชอนโทรมาบอกว่ามิยองจะคลอดลูกสาววันนี้  ให้เราช่วยตั้งชื่อให้หน่อย”  แจจุงเอนหลังพิงสามีที่กางแขนรอรับด้วยความเต็มใจ  ตอนนี้ทั้งสองไม่ได้เข้าบริษัทเลยด้วยเหตุผลที่แจจุงลาคลอดยุนโฮก็เลยต้องมาดูแล  เพราะมีเลขาที่สามารถไว้วางใจได้เขาจึงวางใจ

                “ผู้หญิงเหรอ  มิยองกับยูชอน  อืมมมมมมม  ซอนมี  ดีมะ”  ยุนโฮเอาชื่อของทั้งพ่อและแม่มารวมกันซึ่งก็เป็นชื่อที่เพราะดีในความรู้สึกของแจจุง

                “ดีเลยๆๆๆ  โทรหายูชอนดีกว่า”  ร่างที่เคยบอบบางรีบลุกไปหยิบโทรศัพท์ทิ้งให้ยุนโฮมองตามด้วยความเหนื่อยใจ  ทั้งที่เป็นถึงว่าที่คุณแม่แต่ก็ทำตัวเหมือนเด็กๆ ได้ตลอด  ตั้งแต่เปิดใจกันก็ทำให้เขารู้ได้ว่าจริงๆ แล้วแจจุงก็เป็นเพียงคนๆ หนึ่งที่ต้องการให้ทุกคนตามใจ  และเพียงแค่ได้สิ่งที่ต้องการทุกคนก็จะได้เห็นแต่แมวน้อยเชื่องๆ ในโอวาทของยุนโฮเท่านั้น  ไม่มีอีกแล้วแม่เสือชีต้า

                เพราะยุนโฮคอยรักคอยตามใจไม่ต่างจากคิมจุงอิล  จนแจจุงไม่ต้องการอะไรอีกแล้ว

                “พี่ฮะ”  ร่างเล็กค่อยๆ เดินเข้ามาหายุนฮด้วยท่าทางที่ยังไม่ค่อยชิน

                “จุนซู  ตื่นแล้วเหรอ”

                ใช่...จุนซู  เขาฟื้นขึ้นมาหลังจากหลับไหนนานเป็นเดือน  พร้อมกับความทรงจำอันว่างเปล่า  รวมทั้งอาการทางประสาทที่หายไปร่างกายที่ไม่ได้ใช้งานมานานต้องเริ่มทำกายภาพบำบัดเพื่อให้กลับมาแข็งแรงเหมือนเดิม

                ยุนโฮและแจจุงจึงสร้างความทรงจำใหม่ให้จดจำว่า  จุนซูคือน้องชายของยุนโฮ 

                จุนซูคนใหม่ใสซื่อบริสุทธ์เรียกความรักความเอ็นดูจากทุกคนได้เป็นอย่างดีไม่เว้นแม้กระทั่งยูชอน

                “วันนี้พี่ยูชอนจะมาหรือเปล่า”  ตั้งแต่เป็นจุนซูคนใหม่ก็ดูจะติดเพื่อนรักของพี่สะไภ้มากเป็นพิเศษและคอยถามอยู่ทุกครั้งที่ไม่ได้เจอ

                “พี่ยูชอนเขาติดธุระน่ะ”  ชายหนุ่มไม่อยากทำร้ายจิตใจของจุนซูด้วยการบอกเรื่องลูกของยูชอนและมิยอง  ถึงแม้ว่าทั้งสองจะไม่ได้รักกันก็ตาม

                “เหรอ...”  ร่างเล็กทำหน้าครุ่นคิดอยู่สักพักก่อนจะหันไปสนใจอย่างอื่นแทน 

                ยุนโฮนั่งมองจุนซูด้วยรอยยิ้ม  เขาไม่คิดเลยว่าจะมีวันนี้ได้ไม่รู้ว่าความทรงจำของจุนซูจะกลับมาเมื่อไหร่  รู้แค่เพียงว่าจุนซูคนปัจจุบันนี้ไม่มีพิษมีภัยใดใด

                “เมื่อไหร่พี่แจจุงจะคลอดสักที  ผมอยากเห็นน้องแล้วนะ”  จุนซูที่นั่งดูนิตยาสารสำหรับแม่มือใหม่ที่มีรูปเด็กทารกน่ารักๆ จนจุนซูทนไม่ไหวอยากจะให้เด็กน้อยน่ารักนั้นมีชีวิตจริงๆ

                “ใจเย็นๆ สิ”  ยุนโฮชะเง้อหน้ามองรูปเด็กน้อยน่ารักในนิตยาสารที่จุนซูเปิดดูอยู่ด้วย  ก็อดไม่ได้ที่จะยิ้มไปพร้อมกับรอยยิ้มเล็กๆ ของเด็กๆ ที่ถูกจับมาโพสท่าถ่ายรูป

                “ถ้าคลอดเมื่อไหร่ให้ผมตั้งชื่อน้องนะ”  ร่างเล็กคิดชื่อเด็กๆ เอาไว้เต็มไปหมด  แต่ละชื่อคล้องจองกับทั้งยุนโฮและแจจุงทั้งนั้น

                ความสุขที่เริ่มต้นขึ้นในบ้านจนทำให้ไม่มีใครได้ฉุกใจคิดเลยสักนิดว่าจะมีเรื่องร้ายๆ ตามมาด้วยเรื่องที่คาดไม่ถึง

                ยุนโฮไม่เห็นบางอย่างที่ซ่อนอยู่ภายใต้ดวงตาอันใสซื่อนั้น  ไม่ใช่แค่ยุนโฮแต่ไม่มีใครเห็นเลยต่างหาก

                ดวงตาวาวโรจน์ที่ยิ้มเยาะทุกคนลับหลัง

                ดวงตา....ของคนที่พร้อมจะทำลายทุกอย่างที่ขวางทางให้ย่อยยับไปต่อหน้าต่อตา

 

……..:::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::…….

 

                วันเดิมๆ ของคุณหมอที่ทำงานตั้งแต่เช้าจนถึงเย็นไม่เคยได้เจอกับใครนอกจากคนไข้ที่มาแล้วก็ไป  และลีน่าผู้ช่วยสาวที่อายุมากกว่าสี่ห้าปี  ไม่ว่าใครอยู่ใกล้กันทุกวันก็ย่อมหวั่นไหวเป็นธรรมดา  หัวใจที่เคยมีแต่แจจุงในตอนนี้เริ่มเปลี่ยนไปในแบบที่แม้แต่เจ้าตัวก็ยังไม่รู้ถึงความเปลี่ยนแปลงนั้น

                “มองอะไรจ๊ะหนุ่มน้อย”  นอกเวลาทำงานลีน่ามักจะพูดเล่นแบบนี้กับชางมินเสมอ

                “หน้าป้าเริ่มมีตีนกาแล้วนะ”  จริงๆ ก็ไม่มีหรอกลีน่าเป็นผู้หญิงที่สวยมากถึงมากที่สุด  การดูแลตัวเองเป็นอย่างดีนั้นเป็นเรื่องปกติธรรมดาจนไม่มีทางจะปล่อยให้ตีนกาขึ้นมาอยู่บนหน้าเด็ดขาด

                “หยาบคาย”  มือบางแตะใบหน้าตัวเองเพื่อสำรวจว่ามีรอยเหี่ยวย่นจริงหรือเปล่า

                “หึหึ”  ชายหนุ่มนั่งหัวเราะชอบใจที่เห็นหญิงสาวตื่นตกใจไปกับคำพูดของเขา

                “ป้าน่ะสวยอยู่แล้วล่ะน่า”  ชายหนุ่มพูดก่อนจะเดินหนีไปทิ้งให้หญิงสาวยืนยิ้มภูมิใจอยู่คนเดียว

                สาวสวยรวยเสน่ห์อย่างเธอ  ไม่ว่าใครที่ได้อยู่ใกล้เป็นต้องหลงใหลกันทั้งนั้นล่ะ

 

……..:::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::…….

 

                “พรุ่งนี้จะพาซอนมีไปหานะ”

                ข้อความที่แจจุงได้รับเรียกรอยยิ้มสดใสได้เป็นอย่างดี  การมีเด็กทารกอยู่ในบ้านเช่นนี้ทำให้เขาสามารถฝึกฝนวิธีการเลี้ยงดูลูกไปในตัวด้วย 

                เป็นไปตามที่ทั้งสองตกลงกันเอาไว้  เรื่องที่คลอดลูกออกมาเมื่อไหร่เด็กคนนั้นก็จะเป็นของยูชอนโดยที่มิยองไม่มีสิทธิ์มาเรียกร้องความเป็นแม่ในอนาคตข้างหน้าไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใดใดทั้งสิ้น

                และเป็นธรรมดาที่หนุ่มโสดอย่างยูชอนจะเลี้ยงเด็กทารกไม่เป็น  มีเพียงแม่บ้านผู้ที่เคยเป็นแม่นมเลี้ยงแจจุงมาตั้งแต่เด็กเท่านั้นที่พอจะเป็นที่พึ่งให้เขาได้  เพราะตัวแจจุงเองก็ยังต้องอุ้มท้องลูกน้อยอายุแปดเดือนอยู่ในท้อง 

                ร่างบางรบเร้าให้ยุนโฮพาไปซื้อของใช้สำหรับเด็กทารกมาเตรียมพร้อมให้หนูน้อยซอนมีลูกสาวคนแรกของยูชอน 

                “เราต้องซื้ออะไรบ้างนะ  เปลเด็ก  ผ้าอ้อม  แพมเพิร์ส  อะไรอีกล่ะเนี่ยนึกไม่ออกแล้ว”  นิ้วเรียวแตะปากยามที่ต้องครุ่นคิดอะไรอย่างจริงจัง  จนคนที่นั่งมองอยู่ตรงข้ามต้องอมยิ้มด้วยความเอ็นดู

                “นี่ขนาดไม่ใช่ลูกตัวเองนะเนี่ย”  ยุนโฮเห็นแล้วว่าตอนนี้ทั้งแจจุงและยูชอนเป็นเพื่อนที่รักกันมากจนไม่สามารถที่จะมีอะไรมาแยกความสัมพันธ์ของทั้งสองได้

                “ลูกยูชอนก็ลูกเรานั่นแหละ”  เพราะแจจุงตั้งใจเอาไว้แล้วว่าเขาจะเลี้ยงซอนมีไม่ให้ต่างไปจากลูกของตัวเองเลย  การไม่มีแม่เป็นยังไงเขารู้ดีและไม่อยากให้ซอนมีรู้สึกว่าขาดอะไรไป

                “ครับๆ งั้นเราไปซื้อของให้ซอนมีกันดีกว่า”  ยุนโฮพูดพลางประคองว่าที่คุณแม่ท้องโตขึ้นรถเพื่อไปห้างสรรพสินค้าซื้อของใช้สำหรับเด็กทารกอย่างซอนมี

                คนทั้งคู่ไม่รู้เลยว่าความสุขที่พวกเขาสร้างขึ้น  กำลังจะถูกทำลายด้วยน้ำมือของคนที่ได้ชื่อว่าเป็นน้องชายคนใหม่ 

                “ซอนมี....อย่างนั้นเหรอ” 

                จุนซูตามติดทุกฝีก้าวของแจจุงโดยที่เจ้าตัวไม่เคยรู้เลย  ไม่ว่าร่างบางจะทำอะไรหรือคุยกับใครก็หนีไม่พ้นสายตาของร่างเล็กเลยแม้แต่ครั้งเดียว   เพราะการตื่นขึ้นมาครั้งนี้ไม่ใช่เพื่อการเริ่มต้นชีวิตใหม่อย่างที่ใครๆ คิด  แต่เป็นการสะสางทุกสิ่งทุกอย่างที่ทำให้เขาเจ็บปวดต่างหาก

                “ฉันจะทำให้แกไม่เหลือใครเลยสักคน...คอยดูสิ”  จุนซูใช้ความใสซื่อบริสุทธิ์ในมาดของจุนซูคนใหม่ใกล้ชิดกับแจจุงจนรู้ว่าคนที่มีความสำคัญกับร่างบางมากที่สุดนั่นคือยุนโฮและยูชอน   หากแม้มีใครเพียงสักคนที่ขาดหายไปแจจุงก็จะเจ็บปวดไม่น้อย  และถ้าหากว่าขาดไปทั้งสองคนจุนซูเชื่อว่าแจจุงจะไม่สามารถมีชีวิตอยู่ได้  ซึ่งเขาต้องการให้เป็นอย่างนั้น

                อาการโคม่าจนต้องนอนเป็นเจ้าชายนิทรานั้นคือเรื่องจริง  แต่การตื่นขึ้นมาแล้วความจำเสื่อมนั้นมันคือเรื่องโกหก  การแสดงละครแกล้งทำตัวเป็นคนดีมันไม่ได้ยากเย็นอะไรเลยสักนิดเดียว 

                จุนซูที่ใสซื่อจะทำลายแจจุงจนไม่เหลือใคร  นั่นคือสิ่งที่เขาตั้งมั่นเอาไว้ในใจตั้งแต่ตอนที่ฟื้นขึ้นมาจากความตาย

                “ยุนโฮ....นี่ก็น่ารักนะ”  มือบางหยิบของใช้สำหรับเด็กขึ้นมาหลายต่อหลายอย่าง  ปากบางก็บอกว่าน่ารักไปเสียทุกอย่างจนสุดท้ายก็ต้องซื้อมาจนหมดโดยที่ยุนโฮไม่สามารถขัดใจได้เลย

                “อันนี้ซื้อแล้วนี่นา...สีขาวอ่ะ”  ยุนโฮนึกขึ้นได้ว่าสิ่งที่อยู่ในมือบางนั้นเพิ่งซื้อไปเพียงแค่มันคนละสีกันเท่านั้นเอง

                “ก็อันนี้สีชมพูนี่นาซอนมีเป็นผู้หญิงเหมาะกับสีชมพูที่สุด”  แจจุงยืนยิ้มอยู่คนเดียวเมื่อคิดถึงเด็กหญิงตัวน้อยลูกสาวของเพื่อนรักแม้จะเห็นเพียงแค่รูปที่ส่งมาทางอีเมล์เขาก็หลงรักซอนมีเข้าเต็มเปาแล้ว

                “ว๊า...คุณแม่ของเราเห่อลูกคนอื่นไปซะแล้ว”  ยุนโฮแกล้งทำเป็นก้มลงไปคุยกับลูกน้อยในท้องของร่างบาง   พร้อมกับทำเสียงน้อยอกน้อยใจจนแจจุงต้องเบะหน้าด้วยความหมันไส้

                “ยุนโฮอ่ะ”  แจจุงไม่ได้ตั้งใจจะเห็นลูกคนอื่นสำคัญกว่าลูกตัวเองเพียงแต่ว่าตอนนี้ลูกของเขายังไม่เกิดมาก็เท่านั้นเอง   ความสนใจของเขาก็เลยพุ่งไปที่ซอนมีที่น่าสงสาร  ที่จะต้องเติบโตมาโดยที่ไม่มีแม่

                ยุนโฮเองก็สงสารที่ซอนมีจะเติบโตมากับยูชอนเพียงลำพังแต่ติดตรงที่ว่าในตอนนี้ที่ภรรยาของเขาให้ความรักความสนใจแก่ซอนมีอย่างเต็มที่  แล้วเมื่อใดที่ลูกของเขาคลอดออกมาความสนใจที่มีให้แก่ซอนมีก็ต้องน้อยลงและคนที่น่าสงสารสุดท้ายก็คือซอนมีอยู่เช่นเดิม

                “ยูชอนอาจจะย้ายมาอยู่ในบ้านของเราสักพัก”  เพราะยูชอนเลี้ยงเด็กไม่เป็นฉะนั้นที่พึ่งแห่งเดียวก็คือแม่บ้านผู้เป็นพี่เลี้ยงของแจจุง  และถ้าหากเอาลูกมาทิ้งไว้ที่บ้านของแจจุงก็คงจะไม่เหมาะเท่าใดนัก  ยูชอนจึงตัดสินใจย้ายตัวเองเข้ามาอยู่ด้วยเสียเลย  เมื่อใดที่ซอนมีโตพอที่เขาจะสามารถดูแลได้เองก็จะย้ายกลับบ้าน

                “ผมว่าเรากลับได้แล้วนะครับคุณเดินมานานแล้วไม่ปวดขาบ้างเหรอ”  ยุนโฮที่คอยประคองภรรยาคนสวยอยู่ทุกฝีก้าวเริ่มรู้สึกว่าหน้าท้องกลมโตที่มีน้ำหนักมากกว่าห้ากิโลนั้นอาจทำให้ว่าที่คุณแม่รู้สึกปวดเมื่อยตามตัวขึ้นมาบ้างแล้ว

                “อืม...เริ่มปวดขา  ปวดหลังแล้วล่ะ  นายนวดให้หน่อยนะ”  แจจุงพยักหน้ารับด้วยความรวดเร็วเมื่อรู้สึกว่าขาของเขารับน้ำหนักที่มากเกินพอดีมาเป็นเวลานาน

                “ครับผม”  ว่าที่คุณพ่อตอบรับด้วยความเต็มใจ  อะไรก็แล้วแต่ที่ทำให้ร่างบางมีความสุขนั่นก็คือความสุขของเขาด้วยเช่นกัน

 

……..:::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::…….

 

                จุนซูค่อยๆ เดินเข้าไปในครัวดวงตาเรียวเล็กมองซ้ายมองขวาด้วยความระแวดระวังเพื่อไม่ให้ใครมาเห็นเข้า   มือเล็กถือของบางอย่างขนาดเล็กเท่าฝ่ามือตรงไปที่ตู้เย็น   เหยือกใส่นมสดที่ยุนโฮเทใส่แก้วให้แจจุงดื่มทุกวันคือเป้าหมายของเขา

                มือเล็กเทผงอะไรบางอย่างที่อยู่ในซองเล็กในมือลงไปในเหยือกนั้นก่อนจะค่อยๆ คนให้ผงยาละลายไปกับน้ำนมจนหมด  จุนซูยิ้มร้ายก่อนจะเก็บเหยือกนมเข้าที่เดิมรอให้เจ้าของของมันกลับมาดื่ม

                “ลูกแกเสร็จฉันแน่”  ผงยาที่จุนซูผสมลงไปในน้ำนมนั้นคือยาที่มีผลกระทบต่อการเจริญเติบโตของเด็กในครรภ์  หากกินเข้าไปในปริมาณที่มากพอก็อาจทำให้เด็กในครรภ์เสียชีวิตได้

                จุนซูนึกถึงเรื่องราวในอดีตที่ยุนโฮอุ้มลูกแมวเข้ามาหาเขาแล้วบอกว่าน่ารัก  ถ้าหากเขาปล่อยให้เด็กในท้องของแจจุงเกิดขึ้นมาได้ยุนโฮก็จะทุ่มเทความรักไปให้เด็กนั่นอีกครั้งซึ่งเขายอมไม่ได้  เขาต้องรีบกำจัดเด็กคนนั้นไปให้พ้นก่อนที่เขาจะกลายเป็นคนที่ไม่มีใครสนใจ

                “คุณจุนซู...เข้ามาทำอะไรคะ  หิวเหรอ”  สาวใช้ที่มีหน้าที่ทำความสะอาดห้องต่างๆ ภายในบ้านเดินเข้ามาเห็นจุนซูที่ยืนอยู่ในห้องครัวพอดีจึงคิดว่าเจ้านายของตนอาจอยากทานอะไรขึ้นมาก็ได้

                “หิวน้ำน่ะครับ....กินเสร็จแล้ว”  จุนซูยิ้มหวานให้สาวใช้  คำโกหกของเขาใช้ได้ผลเกินล้านเปอร์เซ็นต์เพราะคนอย่างจุนซูไม่เคยมีอะไรให้น่าสงสัยอยู่แล้ว....จุนซูผู้น่ารัก

                “ค่ะ...”  สาวใช้ยิ้มรับเจ้านายก่อนจะเดินออกจากห้องครัวเพื่อไปทำความสะอาดในห้องอื่นๆ ต่อ

                ดวงตาเรียวเล็กลุกวาวอีกครั้งด้วยความไม่พอใจ  ถึงแม้ว่าสาวใช้คนนั้นจะไม่เห็นว่าเขาทำอะไรกับเหยือกนมแต่คนที่ทำความผิดก็ย่อมรู้สึกระแวงว่าจะมีคนรู้ความลับอยู่ดี

               

……..:::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::…….

 

 

                ในที่สุดวันที่แจจุงรอคอยก็มาถึง  วันที่ยูชอนกับซอนมีจะย้ายเข้ามาอยู่ในบ้านของเขา  ร่างบางอุ้มท้องกลมโตมานั่งรอรับเพื่อนรักที่สวนหน้าบ้านตั้งแต่เช้า  จนยุนโฮต้องคอยยกอาหารและของบำรุงต่างๆ ตามออกมาเพราะกลัวว่าภรรยาจะไม่ได้กิน

                “ดื่มนมให้หมดแก้วนะครับ”  ยุนโฮรินนมสดจนเต็มแก้วเพื่อให้ว่าที่คุณแม่ได้ดื่มบำรุงลูกน้อยในครรภ์  แต่ในวันแจจุงรู้สึกไม่อยากดื่มนมเลยสักนิดเดียวมือบางอิดออดที่จะหยิบแก้วนมนั้นขึ้นมาดื่ม  ซึ่งโดยปกติแล้วแจจุงจะไม่เคยลังเลที่จะทานทุกสิ่งที่บำรุงครรภ์

                “เบื่อนมแล้วอ่ะยุนโฮ....กินผลไม้ดีกว่า”  มือบางดันแก้วนมให้พ้นไปจากหน้าตัวเอง  สร้างความไม่พอใจเล็กๆ ให้แก่ว่าที่คุณพ่อที่ต้องการให้ร่างกายของทั้งคุณแม่แลคุณลูกแข็งแรงได้

                “นมกับผลไม้มันให้คุณค่าทางอาหารแตกต่างกันนะครับ”  ยุนโฮยังคงคะยั้นคะยอให้ภรรยาดื่มนมที่ตัวเองรินมาให้ได้

                “ไม่อยากกินอ่า...”  ร่างบางยังคงงอแงแต่แก้วนมนั้นก็ถูกยกขึ้นด้วยฝีมือของร่างสูงจนชิดกับริมฝีปากบางเสียแล้ว  เป็นเหตุให้แจจุงต้องหยุดปฏิเสธทุกสิ่งทุกอย่างโดยสิ้นเชิงจำใจต้องดื่มนมนั้นเข้าไปจนหมดแก้ว

                ในขณะที่ยุนโฮยิ้มพอใจที่ภรรยายอมดื่มนม  เขาก็ไม่มีทางรู้เลยว่าในน้ำนมนั้นมีบางสิ่งที่สามารถทำลายชีวิตน้อยๆ ในครรภ์อย่างช้าๆ

                และในขณะเดียวกันเจ้าของผลงานก็ยิ้มด้วยความพึงพอใจ  ตอนนี้ก็เพียงแค่รอให้ยาออกฤทธิ์ซึ่งเท่าที่จุนซูรู้มานั่นก็คือต้องมีการกินเข้าไปซ้ำอีกครั้งสองครั้งเพื่อกระตุ้นให้ยาทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ 

            เสียงรถยนต์คันหรูที่คนในบ้านคุ้นเคยกันเป็นอย่างดีแล่นเข้ามาสร้างความดีใจให้แก่ร่างบางที่นั่งรอมาเป็นเวลานานได้เป็นอย่างดี  แจจุงรีบประคองท้องกลมๆ ของตัวเองเดินเข้าไปหาเพื่อนรักที่กำลังเดินลงมาจากรถพร้อมกับพยาบาลสาวที่อุ้มเด็กทารกมาด้วย

                “ซอนมี”  แจจุงตรงเข้าไปที่พยาบาลสาวด้วยสัณชาติญาณในความเป็นแม่  มือบางรับเด็กน้อยเข้ามาในอ้อมแขนจ้องมองเด็กน้อยที่หลับตาพริ้มด้วยแววตาที่แสดงถึงความรักและความสงสารอย่างเต็มเปี่ยม

                “ไม่ดีเลยพาเด็กเล็กๆ ขึ้นเครื่องบิน”  ยูชอนรู้สึกไม่ดีที่พาลูกน้อยบินข้ามน้ำข้ามทะเลมาจากอเมริกา  แต่เขาก็ไม่มีทางเลือกมากนัก  ทันทีที่มาถึงเกาหลีเขาจึงรีบพาลูกน้อยไปตรวจร่างกายที่โรงพยาบาลสำหรับเด็กพร้อมกับจ้างพยาบาลสาวมาคอยดูแลในช่วงสองสามวันแรกด้วย

                “เธอดูแข็งแรงดีนะครับ”  ยุนโฮที่ยืนซ้อนอยู่ด้านหลังแจจุงเพื่อมองหนูน้อยซอนมีในอ้อมแขนของร่างบาง  

                เด็กน้อยหลับตาพริ้มอย่างสุขใจราวกับว่าได้เข้ามาอยู่ในอ้อมอกของแม่  ยูชอนยืนมองภาพนั้นด้วยความเศร้าใจหากเขามีความระมัดระวังมากกว่านี้  ซอนมีก็คงไม่ต้องเกิดมาโดยที่ไม่มีใครแบบนี้

                “หน้าเหมือนนายจังเลยยูชอน”  แจจุงเฝ้าพิจารณาดูใบหน้าเล็กๆ ที่มีส่วนประกอบไม่ต่างจากผู้เป็นพ่อที่ยืนอยู่ตรงข้ามเลยแม้แต่น้อย

                “ฉันอุ้มเองดีกว่า”  ยูชอนเห็นว่าที่คุณแม่ท้องโตอุ้มลูกของตัวเองแล้วก็สงสารจึงรับลูกน้อยกลับมาสู่อ้อมแขนของตัวเองแทน

                “พาไปนอนในห้องเถอะฉันจัดห้องไว้ให้แล้ว”  ร่างบางรีบนำเสนอห้องของซอนมีที่เขากับยุนโฮไปเลือกของต่างๆ มาเองกับมือ

                “อืม”  ชายหนุ่มเดินตามเพื่อนรักเข้าไปในบ้านพร้อมกับพยาบาลสาวที่ถือของต่างๆ ที่มีอยู่เล็กน้อยตามเข้าไป

                “พี่ยูชอน”  ร่างเล็กที่ยืนรอคอยอยู่ในบ้านรีบร้องทักทันทีที่ทุกคนเดินเข้าไปถึง  เมื่อสักครู่เขาเดินออกไปแล้วเห็นภาพที่ทุกคนเอาแต่ให้ความสนใจกับเด็กทารกคนนั้นจนไม่มีใครสังเกตเห็นเขาเลย

                “ว่าไง...จุนซู”  เป็นเพราะลูกน้อยในอ้อมแขนกำลังหลับ  ยูชอนจึงตอบกลับไปด้วยน้ำเสียงที่แผ่วเบา   จุนซูเดินเข้าไปใกล้ๆ ด้วยดวงตาที่เต็มไปด้วยละอองน้ำพร้อมจะไหลออกมาได้ทุกเมื่อ   ยุนโฮที่เห็นภาพนั้นก็อดที่จะสงสารน้องชายของตนเองไม่ได้  เพราะเท่าที่เขาพอจะเดาได้นั่นคือจุนซูแอบมีใจให้ยูชอนไปแล้ว

                ซึ่งยุนโฮก็ยังคงไม่รู้ว่านี่ก็เป็นหนึ่งในแผนการของจุนซูเช่นกัน  เพราะที่จริงแล้วจุนซูไม่เคยคิดที่จะรักใครนอกจากยุนโฮเลยสักครั้ง

                “พี่ขอพาซอนมีไปนอนก่อนนะเดี๋ยวลงมาคุยด้วย”  ยูชอนคิดว่าจุนซูคงรู้เรื่องของเขาจากปากของยุนโฮเป็นที่เรียบร้อยแล้วเขาจึงไม่ได้พูดอะไร 

                “ซอนมีเป็นใคร”  ร่างเล็กแกล้งถามพร้อมกับน้ำตาที่กำลังไหลลงมาช้าๆ  เขารู้อยู่แล้วว่าซอนมีเป็นใครแต่เพียงแค่ทำเป็นไม่รู้เท่านั้น

                “ลูกสาวของยูชอนน่ะ....จุนซูต้องรักน้องมากๆ นะรู้ไหม”   ยุนโฮไม่รู้ว่าจะปลอบใจน้องยังไงดี  คำพูดที่ดีที่สุดของเขาก็มีเพียงเท่านี้

                “ลูกสาวเหรอ”  คำว่าลูกสาวนั่นก็หมายความว่ายูชอนมีภรรยาแล้ว  ตาเรียวเล็กเหล่มองไปข้างนอกบ้านเพื่อหาว่าจะมีหญิงสาวคนไหนเดินตามเข้ามาอีกหรือเปล่า

                “มีแค่ลูกน่ะ...”  เรื่องของยูชอนกับมิยองเขาอยากให้ยูชอนเป็นคนเล่าให้จุนซูฟังจากปากเอง  เพราะสุดท้ายแล้วยังไงเขาก็เป็นเพียงคนนอกไม่อยากเข้าไปก้าวก้ายเรื่องส่วนตัวของเพื่อนสนิทภรรยาให้มากกว่านี้

                จุนซูโผเข้ากอดยุนโฮด้วยความรู้สึกที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความเศร้า  น้ำตามากมายพรั่งพรูออกมาจนเปียกไหล่ของร่างสูงซึ่งเขาก็ทำได้แค่กอดตอบและลูบแผ่นหลังเล็กให้คลายความเศร้าลงเท่านั้น

                เบื้องหลังของเสียงร้องไห้ที่แสนสะเทือนใจเต็มไปด้วยรอยยิ้มร้ายที่จ้องจะทำลายทุกอย่าง  เพียงแค่วันแรกที่ซอนมีปรากฏตัวขึ้นในบ้านก็ทำให้ทุกคนไม่สนใจเขาแล้ว  แม้แต่พี่ยูชอนที่เคยมาคุยมาเล่นกับเขาในตอนนี้ก็เอาแต่สนใจลูกน้อยของตัวเอง

                ซอนมี....คือเป้าหมายที่จุนซูจะต้องรีบจัดการให้เรียบร้อยเป็นลำดับที่สอง

 

                “นมอีกแล้วเหรอ...น่าเบื่อที่สุด”  มือบางรับแก้วนมแก้วที่สองของวันที่ต้องดื่มก่อนนอนในทุกๆ คืน  ปากบางพร่ำบ่นด้วยความเบื่อหน่ายเล็กน้อยแต่ในที่สุดก็ยอมดื่มมันเข้าไปเพราะทนสายตาที่เต็มไปด้วยความห่วงใยของยุนโฮไม่ได้

                “จุนซูน่าสงสารมากเลย”  ยุนโฮเริ่มพูดขึ้นเมื่อแก้วที่เคยเต็มไปด้วยนมบัดนี้กลายเป็นแก้วที่ว่างเปล่าวางอยู่บนโต๊ะข้างเตียง

                “จุนซูรักยูชอนเหรอ”  แจจุงถามไปอย่างนั้นเพราะเขาก็พอจะเดาได้  แต่ร่างบางรู้ว่าเพื่อนของตัวเองมีรสนิยมยังไง อย่างจุนซูก็ห่างไกลอยู่พอสมควร

                “คาดว่าจะเป็นอย่างนั้น”  ร่างสูงขึ้นมานั่งอยู่บนเตียงพร้อมกับจับแจจุงให้เอนตัวลงมาพิงเขาอย่างเต็มที่   มือหนาลูบไล้หน้าท้องกลมโตอย่างแผ่วเบา  เขาแทบจะทนเฝ้ารอให้ถึงอีกหนึ่งเดือนข้างหน้าไม่ไหว

                “นายว่าลูกเราจะเป็นผู้หญิงหรือผู้ชาย”  มือบางสอดประสานมือใหญ่ที่กำลังลูบไล้ลูกน้อยผ่านหน้าท้องของเขาเพื่อสัมผัสเจ้าตัวเล็กไปพร้อมๆ กัน

                “ผู้หญิง...เพราะคุณสวยมากเลย”  เขาว่ากันว่าถ้าเป็นลูกสาวแม่จะสวยขึ้นอย่างเห็นได้ชัด  และแจจุงก็เป็นอย่างนั้น

                “ฉันก็สวยของฉันอยู่แล้ว”  ร่างบางพูดชมตัวเองอย่างไม่เคอะเขินเลยสักนิด  สร้างรอยยิ้มเอ็นดูจากยุนโฮ

                “ครับคนสวย”  ร่างสูงอดไม่ได้ที่จะก้มลงไปสูดความหอมจากแก้มนิ่มด้วยความหมันเขี้ยว

                “ยุนโฮ....”  อยู่ๆ เสียงที่เคยสดใสก็แผ่วลงจนยุนโฮตกใจต้องรีบก้มหน้ามองว่าเกิดอะไรขึ้น   ใบหน้าหวานเหยเกพร้อมกับมือบางที่กำมือของเขาเอาไว้แน่นเสียจนเริ่มมีเหงื่อผุดขึ้น

                “คุณเป็นอะไร”  ยุนโฮรีบประคองให้ร่างบางนอนราบกับเตียง

                “ปะ  ปวด.......ปวดท้อง”  กว่าร่างบางจะเค้นเสียงออกมาได้ยุนโฮที่รอฟังอยู่ก็แทบจะหัวใจวายตายด้วยความเป็นห่วง

                “ปวดท้องแบบไหน...จะคลอดเหรอ”  ยุนโฮเองก็ตื่นตกใจอยู่ไม่น้อยเพราะอายุครรภ์ของแจจุงยังไม่ถึงกำหนดคลอด 

                “มะ  ไม่....ไม่  ทนไม่ไหวแล้ว”  ความเจ็บปวดที่แจจุงรับรู้ได้ว่ายังไม่ถึงเวลาที่ลูกของเขาจะคลอดออกมา  แต่มันเป็นความเจ็บปวดบางอย่างที่เขาไม่สามารถที่จะอธิบายมันออกมาได้

                “ไปหาหมอกันนะ”  ยุนโฮทนไม่ไหวกับอาการเจ็บปวดที่แจจุงแสดงให้เห็นอีกต่อไปแล้ว   ร่างสูงช้อนตัวว่าที่คุณแม่ขึ้นมาในอ้อมแขนก่อนจะรีบร้อนออกไปจากห้อง    ยูชอนที่อยู่ห้องข้างๆ ก็ตามออกมาดูทันทีที่ได้ยินเสียงโวยวายของยุนโฮ

                “เกิดอะไรขึ้นน่ะ”  ยูชอนเอ่ยถามยุนโฮที่กำลังรีบร้อนพาแจจุงลงไปด้านล่าง

                “แจจุงปวดท้อง....คุณช่วยขับรถให้ผมที”  ยุนโฮอยากจะนั่งเป็นกำลังใจให้แจจุงอยู่ด้านหลัง   ยูชอนพยักหน้ารับด้วยความเต็มใจก่อนจะหันไปสั่งพยาบาลให้ดูแลซอนมีในขณะที่เขาไม่อยู่

                ยูชอนขับรถคันหรูออกจากบ้านด้วยความเร็วสูงเพื่อพาเพื่อนรักไปโรงพยาบาลให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้

                “เป็นยังไงบ้าง”  ยุนโฮที่นั่งเป็นเบาะชั้นที่สองให้ภรรยาได้รู้สึกอบอุ่นหัวใจถามขึ้นด้วยความเป็นห่วง   ริมฝีปากหนากดจูบหน้าผากมนที่เต็มไปด้วยเหงื่อ

                “อึก...”  แจจุงพยายามกัดฟันอดทนกับความเจ็บปวดที่เพิ่มขึ้นอยู่ทุกขณะ  ยิ่งเขาขยับตัวก็ยิ่งเจ็บปวดมากขึ้นเป็นทวีคูณเขาจึงเลือกที่จะนอนอยู่เฉยๆ   เพราะความรู้สึกบางอย่างทำให้เขารู้สึกกลัว  และยุนโฮเองก็รู้สึกกลัวเช่นเดียวกัน

                “เขาจะต้องไม่เป็นอะไร”  ร่างสูงกอดแจจุงเอาไว้แนบแน่น  คำพูดที่เหมือนเป็นคำปลอบโยนทั้งตัวเองและแจจุงสร้างความสะเทือนใจแก่คนขับรถจำเป็นอย่างยูชอนได้เป็นอย่างดี

                ทันทีที่ถึงโรงพยาบาลแจจุงก็ถูกส่งตัวเข้าห้องฉุกเฉิน  โชคดีที่คุณหมอที่รักษาแจจุงนั้นคือชางมิน  ซึ่งยูชอนมั่นใจว่าชางมินจะไม่มีทางยอมให้แจจุงเป็นอะไรไปอย่างเด็ดขาด

tbc

Comment

Comment:

Tweet

จุนแบบว่าร้ายได้อีกอ่ะ =[]=
ตงิดๆใจอยู่แล้วเชียวว่าต้องจำได้
แสดงว่าเรื่องนี้ไม่มียูซูแหงๆเลย -3-
ชักจะลุ้นๆแล้วอ่าา ลูกแจจะเป็นอะไรไหม?
ยุนต้องไม่ให้อภัยจุนแหงๆเลย TT

#1 By Yundori on 2011-10-25 12:52