[Fic] ---สามี--- Part 17-18

posted on 23 Oct 2011 10:31 by bronun-yunjae in Husband

หลังจากที่แจจุงกลับไปคุณหมอหนุ่มที่เคยบ่นว่าหิวนักหิวหนาก็ไม่ยอมออกไปทานข้าวสักที  จนผู้ช่วยอย่างลีน่าต้องเข้ามาตามพร้อมกับเตือนสติว่าควรจะหาอะไรใส่ท้องได้แล้วก่อนที่จะมีคนไข้เข้ามาจนไม่เหลือเวลาให้ทานอะไรเลย 

                “คุณหมอคะไปทานข้าวกันเถอะค่ะ”  ลีน่าพูดพร้อมกับถอดเสื้อกราวน์ออกแขวนเอาไว้เพื่อบ่งบอกว่าเธอพร้อมที่จะออกไปข้างนอกแล้วนะ  ชางมินเหลือบตามองเล็กน้อยก่อนที่จะเริ่มถอดของตัวเองบ้าง

 

                “คนเมื่อสักครู่เขาเป็นอะไรกับคุณเหรอคะ”  ลีน่าเห็นว่าช่วงเวลานี้แหละที่เหมาะสมที่สุดในการตั้งคำถาม  เพราะถ้าหากว่าคุณหมอหนุ่มได้สติที่เลื่อนลอยกลับคืนมาเมื่อไหร่ไม่แคล้วจะด่าเธอว่าจุ้น

                “เขาเป็นรุ่นพี่ที่โรงเรียน”  ตอบออกมาอย่างง่ายดายตามที่ลีน่าคิดเอาไว้ไม่มีผิด

                “เฮ้ยชางมิน...เห็นรุ่นพี่หน้าหวานคนนั้นป่าววะ”  เพื่อนคนหนึ่งสะกิดไหล่พร้อมกับชี้ให้เขามองไปทางโต๊ะหินอ่อนที่สิ่งมีชีวิตที่เจิดจ้าที่สุดเท่าที่เขาเคยเห็นมากำลังนั่งรออะไรสักอย่างอยู่  ใบหน้าสวยหวานเริดขึ้นรับลมเย็นๆ พร้อมกับเปลือกตาที่ปิดซ่อนดวงตากลมโตเอาไว้ภายในทำให้เขาเผลอตัวจ้องมองภาพนั้นราวกับเป็นปฏิมากรรมชิ้นเอกจากพระเจ้า

            “อะ  อืม”  แทบจะไม่มีเสียงตอบรับเพราะเขาเอาแต่มองจนเพื่อนๆ เดินเลยไปไกลแล้ว

            “มองอะไรเหรอชางมิน”  เป็นรุ่นพี่อีกคนหนึ่งที่เขารู้จักเป็นอย่างดีเดินเข้ามาตบไหล่เขาพร้อมกับมองไปทิศทางเดียวกับที่เขากำลังมองอยู่

            “พี่ยูชอน...”  ชายหนุ่มสะดุ้งด้วยความตกใจ

 

 

            “พี่ถามว่านายมองอะไร”  ยูชอนรู้แล้วว่าชางมินกำลังมองอะไร  เพียงแต่ต้องการความแน่ใจว่ากำลังมองสิ่งมีชีวิตที่ไม่มีทางเอื้อมถึง

            “มองพี่คนนั้น”  เพราะชางมินและยูชอนสนิทกันมากเขาจึงเปิดเผยกันทุกเรื่อง  ชายหนุ่มชี้ไปยังรุ่นพี่ร่างบางที่ยังคงนั่งหลับตาอยู่เช่นเดิม 

            “ชื่อคิม  แจจุง....เพื่อนสนิทของพี่เอง”  คำตอบของยูชอนทำเอาชางมินตาโตเกือบเท่าไข่ห่าน  ไม่คิดว่าจะได้รู้จักชื่อเร็วขนาดนี้  และไม่คิดว่าจะเป็นคนใกล้ตัว 

            “..................”  ชางมินพูดอะไรไม่ออกแต่ยูชอนก็พอจะเดาได้ว่ารุ่นน้องของตัวเองกำลังต้องการอะไร  เขาจึงพาชางมินเดินเข้าไปหาแจจุงด้วยกันพร้อมกับแนะนำน้องให้เพื่อนร่างบางรู้จักเสร็จสรรพ

            “แจจุง...”  ยูชอนเรียกเบาๆ เพื่อนหน้าสวยก็ลืมตาขึ้น  ทันทีที่เปลือกตาเปิดออก  ดวงตากลมโตสีดำขลับสว่างสุกใสก็ปรากฏต่อสายตาของรุ่นน้องที่กำลังยืนใจสั่น 

            “นายมาช้า”  เสียงหวานที่ติดจะแข็งนิดหน่อยไม่ทำให้ชางมินได้สติคืนมาเลยสักนิด  ขณะเดียวกันแจจุงเองก็ไม่ได้มองเห็นถึงความมีตัวตนของชางมินเลยแม้แต่นิดเดียว  เพราะเขากำลังสนใจน้ำและขนมในมือของยูชอนมากกว่า

 

 

            “นี่...สนใจคนอื่นก่อนได้ไหม”  ยูชอนชินเสียแล้วกับการไม่สนใจใครของแจจุง  แต่เขาห่วงว่าชางมินจะคิดยังไงมากกว่า  อย่างน้อยเขาก็ไม่อย่างให้เพื่อนของตัวเองดูไม่ดีในสายตาของคนอื่น

            “มีอะไรน่าสนใจล่ะ”  แจจุงละความสนใจจากกองขนมก่อนเงยหน้ามองเพื่อนของตัวเอง  พร้อมทั้งเหล่มองคนที่ยืนอยู่ข้างๆ ยูชอน

            “ใคร...”

            “เอ่อ...ผมชิม  ชางมินครับ”  ชางมินรีบแนะนำตัวเองทันทีที่เห็นว่าดวงตากลมโตหันมามองเขาแม้เพียงเสี้ยววินาที

            “อืม...รู้จักฉันแล้วใช่ไหม”  ร่างบางรู้ตัวอยู่เสมอว่าใครๆ ก็รู้จักเขา  แต่เขาก็ไม่ไดอยากรู้จักใครจึงคบกันอยู่แค่สองคนกับยูชอนเท่านั้น

            “ครับ” 

            เพียงแค่คำพูดประโยคสั้นๆ ก็ทำให้ชางมินดีใจได้ 

            เพียงแค่รอยยิ้มที่แม้ว่าจะไม่ได้ยิ้มให้เขาก็ทำให้เขาเพ้อไปไกลจนยากที่จะถอนตัว

 

                “โอ้โหห....รุ่นพี่คนนี้หยิ่งชะมัด”  หญิงสาวฟังจากที่ชางมินเล่าก็รู้แล้วว่ารุ่นพี่หน้าหวานที่หนานแต่หน้าจริงๆ นิสัยไม่น่าคบด้วยเลยสักนิดไม่น่าเชื่อว่าชางมินจะทนรักทนชอบอยู่ได้ตั้งหลายปี

 

 

                “หลังจากนั้นทั้งพี่ยูชอนและพี่แจจุงเขาก็ไปเรียนต่อที่ประเทศอเมริกา  ผมก็เลยขอทุนแพทย์ที่นั่นเพื่อตามพี่แจจุงไป”  ชางมินนึกแล้วก็ยิ้มขำกับความคิดของตัวเองในตอนนั้นไม่รู้ทำไมเขาต้องยอมทำทุกอย่างเพื่อคนๆ หนึ่งที่ไม่เคยเห็นเขาอยู่ในสายตา

                “น่านับถือจริงๆ คุณหมอชางมิน”  ลีน่าพูดแกมประชด  เพราะสำหรับเธอแล้วความรักที่เฝ้ารออย่างไร้จุดหมายแบบนั้นมันดูไร้สาระเกินไป 

                “เธอไม่เคยรักใคร....จะไปรู้อะไร”  ชางมินกระแทกเสียงที่ผู้ช่วยสาวบังอาจมาดูถูกความรักที่เขามีให้รุ่นพี่แจจุงมาตลอดระยะเวลาหลายปีถึงแม้ว่าตอนนี้มันจะน้อยลงแล้วก็ตาม   อาจเป็นเพราะตอนนี้เขาโตเป็นผู้ใหญ่มีวุฒิภาวะมากขึ้นรู้ว่าอะไรควรหรือไม่ควร

                การเฝ้ารักเฝ้ารอใครสักคนที่เขามีเจ้าของแล้วมันไม่ใช่สิ่งที่เขาจะทำ  ถึงแม้ว่าในวันนี้แจจุงจะมาตรวจครรภ์เพียงคนเดียวแต่การมีตัวตนของเด็กในครรภ์นั่นเป็นหลักฐานอย่างดีว่าเขาควรจะตัดใจจากรุ่นพี่ได้แล้ว

                “ทำไมฉันจะไม่เคยรักใคร”  ลีน่าเถียงกลับด้วยความรวดเร็ว  ถึงเธอจะมองดูเป็นผู้หญิงบ้างานแต่เธอก็มีความรู้สึก  หวั่นไหวเป็นเหมือนกัน  ยิ่งกับผู้ชายที่อายุน้อยกว่าเธอก็ยิ่งหวั่นไหวมากเป็นพิเศษ

 

                “ผู้ชายคนนั้นโชคร้ายชะมัด”  ชางมินแกล้งพูดให้ลีน่าเสียความมั่นใจทั้งที่เขาเองก็รู้ว่าคนอย่างเธอไม่มีทางเสียความมั่นใจได้เด็ดขาด  เพราะเธอมั่นใจในตนเองอย่างสุดโต่งอย่างที่เขาไม่เคยเจอมาก่อนเลยในชีวิต

                “เขาอาจจะเป็นคนที่โชคดีก็ได้นะ”  หญิงสาวพูดด้วยน้ำเสียงจริงจังพร้อมกับจ้องนัยตาของคุณหมอหนุ่มอย่างพยายามสื่อความหมาย

                “ไม่เอาน่ายัยป้า...ทำตาแบบนั้นมันน่าขนลุก”  ชางมินแกล้งลุกหนีเพื่อกลบเกลื่อนความเขินของตนเอง   นานมาแล้วที่เขาไม่เคยใจสั่นกับดวงตาของใครตั้งแต่ตอนนั้นที่เขาได้จ้องของพี่แจจุง

                จะว่าไปตาของลีน่าก็กลมโตไม่แพ้รุ่นพี่แจจุงเลยนะ

 

……..:::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::…….

 

                เป็นอีกวันที่แจจุงไปนั่งทอดอารมณ์ที่ริมแม่น้ำฮัน  มือบางหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูหลายต่อหลายครั้งหลังจากที่เปิดเครื่องมาเจอกับมิสคอลของยุนโฮเกือบร้อยสาย 

               

 

เขายังไม่อยากโทรกลับตอนนี้  และอีกใจหนึ่งก็เฝ้ารอให้อีกฝ่ายโทรมาหาอีกครั้ง  แค่เห็นจำนวนมิสคอลเขาก็รับรู้ได้แล้วว่ายุนโฮเป็นห่วงเขามากขนาดไหน  แต่เขายังไม่อยากกลับบ้านตอนนี้ทั้งที่เป็นบ้านของเขาเองแต่กลับรู้สึกไม่ปลอดภัยแม้ว่าจะมียุนโฮอยู่ด้วยตลอดเวลาก็ตามที

Rrrrrrrrrrrrrrrrr

ร่างบางสะดุ้งด้วยความตกใจเมื่อเสียงโทรศัพท์ที่เฝ้ารอดังขึ้นดวงตากลมโตที่มองที่หน้าจอทันทีหวังว่าจะเป็นคนที่เขากำลังคิดถึง

ยูชอน

แจจุงถอนหายใจเล็กน้อยเมื่อคนที่โทรมาไม่ใช่คนที่หวังเอาไว้

“ว่าไง”  เสียงหวานที่ติดจะแข็งนิดหน่อยด้วยความไม่พอใจที่ไม่ใช่ยุนโฮ

( ทำไมเสียงเป็นงั้นล่ะ )  ยูชอนรู้ทางเพื่อนหน้าสวยคนนี้เสมอไม่ว่าจะทำอะไรหรือเป็นอะไรเขาก็รู้

“ก็ฉันไม่ได้รอนายอยู่นี่”  แจจุงเองก็ไม่เคยมีอะไรปิดบังเพื่อนรักคนนี้เช่นเดียวกัน

( อ้อ...รอสามีสุดที่รักโทรมาหาอยู่หรือไง )  หลังจากที่คุยกันครั้งล่าสุดก็พอจะรู้ว่าคุณหนูคิมที่เขารู้จักมาตั้งแต่เด็กๆ นั้นได้มอบหัวใจให้สามีตัวโตอย่างยุนโฮไปเรียบร้อยแล้ว

 

“กวนประสาท...”  แม้ปากบางจะพูดออกไปแบบนั้นแต่ใบหน้าหวานก็แอบยิ้มอยู่คนเดียวเพราะที่เพื่อนพูดก็โดนใจเข้าไปเต็มๆ

( อ่านอีเมล์ที่นายส่งมาแล้วนะ...เดี๋ยวพรุ่งนี้ฉันจะกลับไป )  อีเมล์ที่ว่านั่นคือแจจุงส่งไปยูชอนเรื่องที่มิยองมาบอกว่ากำลังอุ้มท้องลูกของเขา

“นายลงทุนกลับมา...เชื่อว่าเป็นลูกนายหรือไง”  เพราะถ้ายูชอนมั่นใจว่าไม่ใช่ลูกก็คงจะยอมลงทุนทิ้งธุรกิจที่อเมริกาแล้วเดินทางมาเกาหลีอย่างแน่นอน

( ฉันคิดว่าอย่างนั้นนะ....อยากกลับไปคุยกับเธอ )  อาจเป็นเพราะตอนนี้ยูชอนรู้สึกเหงาเกินไปเมื่อมีโอกาสที่จะได้เลี้ยงลูกก็เลยรีบคว้าเอาไว้

“นี่....ถ้านายมีลูกจะแล้วจะเลี้ยงคนเดียวได้เหรอ”  ที่ถามไปแบบนั้นก็เพราะตัวเขาเองก็ไม่แน่ใจว่าจะเลี้ยงคนเดียวได้หรือเปล่า

( เดี๋ยวพรุ่งนี้ค่อยคุยกันนะ  ฉันกำลังเคลียร์งานอยู่ บาย ) 

แจจุงมองโทรศัพท์ด้วยความงุนงงที่เพื่อนรักวางสายไปเฉยเลย  ไม่รอให้เขาบอกลาแต่ก็พอเข้าใจว่าคงจะงานยุ่งจริงๆ แต่ยังไงเดี๋ยวพรุ่งนี้ก็คงจะได้คุยกันอยู่ดี