[Fic] ---สามี--- Part 15-16

posted on 28 Sep 2011 20:57 by bronun-yunjae in Husband

เมื่อสิบปีก่อน

                เด็กชายตัวเล็กนั่งเล่นอยู่ในสวนหลังบ้านเพียงคนเดียวด้วยความเคยชิน  ตั้งแต่จำความได้เขาไม่มีเพื่อนเล่นเลยสักคนทุกคนมองว่าเขาเป็นตัวประหลาด  แต่มีเพียงคนเดียวเท่านั้นที่เขามาเล่นกับเขานั่นคือ

                ....ยุนโฮ....

               

ลูกของคุณน้าผู้ร่ำรวยเป็นเจ้าของธุรกิจรู้จักคนมากหน้าหลายตาที่อยู่จังหวัดกวางจูและมาเยี่ยมพวกเขาอยู่บ่อยๆ  ทุกครั้งที่มาเยี่ยมก็หอบขนมที่แม่กับพ่อของเขาไม่มีวันจะซื้อให้มาด้วย   ยุนโฮเป็นเพียงคนเดียวที่เล่นกับเขาและดูแลเขาราวกับเป็นเจ้าหญิง

                “จุนซู...ทำไมมานั่งเล่นตรงนี้คนเดียวล่ะ”  เด็กหนุ่มอายุราวๆ 13 ปีเดินเข้ามาหาญาติตัวเล็กที่อายุห่างกันไม่กี่ปี 

                “ไม่มีใครเล่นกับเรา”  มือน้อยๆ ที่จับเศษกิ่งไม้อยู่นั้นขีดเขียนลงไปบนพื้นดินด้วยแรงที่มหาศาลเกินกว่าเด็กตัวเล็กแบบนั้นจะทำได้  ยุนโฮมองภาพนั้นด้วยความตกใจก่อนจะวิ่งเข้าไปหยิบกิ่งไม้นั้นออกไปให้พ้นมือของคนตัวเล็ก

                “เราก็มาเล่นกับจุนซูแล้วนี่ไง”  เหตุผลที่ยุนโฮมาที่นี่บ่อยๆ เพราะญาติตัวเล็กที่มีอาการทางประสาทจนไม่มีใครกล้าเล่นด้วย  พ่อกับแม่ของเขาสงสารจุนซูมากจึงให้เขามาคอยเล่นเป็นเพื่อนทุกครั้งที่มีโอกาส  ส่วนเขาเองก็ไม่ได้รังเกียจอะไรเลยกลับมองเห็นจุนซูเป็นน้องชายคนหนึ่งที่เขาไม่สามารทิ้งให้อยู่คนเดียวได้

                “จริงๆ นะ ยุนโฮจะไม่เห็นเราเป็นตัวประหลาดเหมือนคนอื่นใช่ไหม”  ร่างเล็กเกาะแขนที่ใหญ่กว่าพร้อมกับเขย่าอย่างเร่งเร้าที่จะเอา

คำตอบ   ยุนโฮก็ยิ้มและพยักหน้าตอบรับเป็นการสัญญาว่าจะไม่ทิ้งน้องชายที่น่ารักคนนี้ไปไหนเด็ดขาด

                ตลอดเวลาจุนซูจะมียุนโฮคอยเป็นทุกสิ่งทุกอย่าง  ไม่ว่าจะเพื่อนเล่นหรือบอดี้การ์ด  ทำให้ร่างเล็กได้อบอุ่นใจทุกครั้งที่ได้อยู่ใกล้ๆ กับร่างใหญ่   แต่เหตุการณ์ที่ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้นเมื่อครอบครัวนักธุรกิจอย่างตระกูลชองถูกปองร้าย  ยุนโฮต้องสูญเสียทุกสิ่งทุกอย่างไปเพียงเวลาข้ามคืนทั้งพ่อแม่  และสมบัติ  เด็กหนุ่มไม่เหลืออะไรเลยมีเพียงครอบครัวของจุนซูที่ฐานะยากจนไม่สามารถเลี้ยงดูเขาได้  และมีเพียงคิม  จุงอิล  ที่ยุนโฮมักจะเรียกจนติดปากว่าคุณลุงที่เข้ามาช่วยเหลือให้เขาได้มีที่นอนและได้เรียนหนังสือ

                “ยุนโฮจะไปไหน....”  ในวันที่ยุนโฮเก็บเสื้อผ้าออกจากบ้านของจุนซูเพื่อไปอยู่สถานเลี้ยงเด็กกำพร้าที่คุณลุงเป็นคนจัดการให้   จุนซูก็ร้องไห้อย่างคนเสียสติจนยุนโฮทนดูภาพนั้นไม่ได้

                “ยุนโฮไปแป๊ปเดียวเอง...เดี๋ยวก็กลับมาแล้วล่ะจุนซู”  คุณแม่ของจุนซูคอยกอดและปลอบประโลมไม่ให้ลูกชายตัวเล็กของตัวเองคลุ้มคลั่งไปมากกว่านี้  

            “ไม่ๆๆๆๆ  อย่าไป  ยุนโฮอย่าไปนะ”  มือเล็กๆ ปัดป่ายทุกสิ่งทุก

อย่างที่ขวางหน้า  แต่สุดท้ายแล้วรถตู้คันหรูพร้อมกับคนหลายคนที่

แต่งตัวดีๆ พวกนั้นก็พายุนโฮของเขาไปจนได้

 

                ปัจจุบัน

                “ฉันจะไม่ยอมให้ใครเอายุนโฮของฉันไปไหนอีก”  หลังจากที่จุนซูออกมาจากห้องทำงานของแจจุงด้วยใบหน้าที่มีรอยแดงพร้อมกับเสื้อผ้าที่ยับยู่ยี่   เหล่าพนักงานทั้งชายหญิงก็เข้ามารุมล้อมร่างเล็กอย่างต้องการคำตอบว่าทำไมถึงมีสภาพแบบนี้ซึ่งเป็นไปตามแผนที่จุนซูคิดเอาไว้  เพียงแค่เขาร้องไห้และวิ่งเข้ามาเก็บตัวอยู่ในห้องน้ำก็ทำให้ทุกคนคิดไปเองต่างๆ นานา 

                จุนซูจัดเสื้อผ้าเผ้าผมของตัวเองให้เรียบร้อยก่อนจะเดินออกจากห้องน้ำเพื่อเตรียมตัวตอบคำถามให้แก่คนที่อยากรู้ข้างนอกนั่น  แต่ยังไม่ทันได้เดินออกยุนโฮก็เดินสวนเข้ามาพร้อมทั้งดึงตัวของเขาเอาไว้ไม่ให้เดินออกไปได้

                “มีอะไรเหรอยุนโฮ”  จุนซูตีหน้าเศร้าอย่างน่าสงสารพร้อมทั้งพยายามก้มหน้าลงเพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้ยุนโฮได้เห็นรอยแดงๆ

                “เป็นอะไรหรือเปล่า”  ร่างสูงพยายามมองใบหน้าของจุนซูว่ามีรอยแดงอย่างที่แจจุงบอกเอาไว้ว่าร่างเล็กตบหน้าตัวเองหรือเปล่า  ปรากฏว่ามีรอยแดงๆ ที่ข้างแก้มจริงๆ

“..................”  จุนซูไม่ปริปากพูดอะไรสักคำพร้อมกับดวงตาเรียวเล็กที่เหมือนจะมีน้ำใสๆ ไหลลงมาได้ทุกเวลา

                “ไปทำอะไรมาถึงได้เป็นแบบนี้”  มือกร้านลูบไล้ไปตามรอยแดงนั้นด้วยความเป็นห่วง  นานมาแล้วที่เขาไม่ได้อยู่เป็นเพื่อนเล่นกับจุนซูเขาคิดว่าอาการทางประสาทของร่างเล็กจะหายไปแล้วซะอีก

                “ยุนโฮจะเชื่อฉันเหรอ”  ใบหน้าเล็กน่าสงสารเหลือเกินในสายตาของยุนโฮ   แต่เขาก็สงสารไม่ลงเพราะรู้อยู่แก่ใจว่าอะไรเป็นอะไร

                “มีอะไรก็มาบอกเถอะ”  ยุนโฮพยายามคาดคั้นด้วยน้ำเสียงที่แสดงถึงความเป็นห่วงเป็นใย   เขาเพียงอยากรู้ว่าจุนซูคิดจะทำอะไรถึงได้ทำแบบนี้ได้

                “คือ...แจจุงเขาตบฉัน”  จุนซูคิดว่ายังไงยุนโฮก็ต้องไปต่อว่าภรรยาของตัวเองเป็นแน่ที่มาตบเขาหลักฐานก็มีเป็นรอยแดงอยู่บนหน้าของเขาให้เห็นชัดๆ อยู่แล้ว

                “เขาตบนายทำไม”  น้ำเสียงของยุนโฮเริ่มเย็นขึ้นอย่างน่ากลัวไม่ใช่เพราะโกรธที่แจจุงมาตบจุนซู  แต่โกรธที่จุนซูมาบอกว่าแจจุงตบนั่นเอง

                “ฉันก็ไม่รู้...ฉันไม่ได้ทำอะไรเขาเลยนะ”  เขาว่ากันว่าคนที่โกหก

มักจะไม่สบตา  และจุนซูก็เป็นหนึ่งในนั้นที่ก้มหน้ามองพื้นตลอดเวลาที่

พูดถึงเรื่องที่เกิดขึ้น

“จุนซู....ช่วงนี้ได้กินยาหรือเปล่า”  เมื่อตอนเด็กๆ เขาจำได้ว่าจุนซูต้องกินยาระงับประสาทอยู่ตลอดเวลาเพื่อช่วยลดความตึงเครียดไม่ให้ทำอะไรที่คาดไม่ถึงขึ้นมา

                “ยา...ยาอะไร  ทำไมฉันต้องกินด้วยล่ะ”  ร่างเล็กเริ่มรุกรี้รุกลนเขาเลิกกินยามานานแล้ว  ไม่ใช่เพราะหมอให้เลิกกินแต่เป็นเพราะเขาไม่ยอมกินเอง   เขาคิดว่าเขาไม่ได้เป็นอะไรไม่จำเป็นต้องกินยา

                  “ใจเย็นๆ ก่อนจุนซู  ใจเย็นๆ นะ”  ยุนโฮคว้าญาติตัวเล็กเข้ามากอดด้วยความสงสาร  จุนซูเริ่มมีอาการสั่นอย่างห้ามไม่อยู่ดวงตาเหม่อลอยเหมือนคนที่สติไม่อยู่กับตัว

                “ฮึก...ยุนโฮ  ฉันไม่กินยา  ฉันไม่กิน  ฮือๆๆๆ”  ร่างเล็กกอดตอบราวกับว่ายุนโฮคือที่พึ่งสุดท้ายของเขา  ชีวิตของเขาเรียกได้ว่าไร้ความหมายหากไม่มียุนโฮอยู่เคียงข้าง   สิบปีที่ผ่านมาที่ไม่มียุนโฮอยู่ก็ทำให้เขาเจ็บปวดอย่างที่สุด  

                นับตั้งแต่วันนั้นที่ยุนโฮออกจากบ้านของเขา  เขาก็ไม่มีเพื่อนเล่นไม่มีใครเข้าใจเขาอีกต่อไป  อาการทางประสาทก็เริ่มรุนแรงขึ้นจนแม้แต่กระทั่งพ่อกับแม่ก็ควบคุมไม่อยู่  จนกระทั่งวันที่ยุนโฮติดต่อกลับไปและเขาได้มีโอกาสมาอยู่กับยุนโฮที่โซล  ชีวิตของเขาก็ดีขึ้น

                “ยุนโฮ...อย่าทิ้งฉันไปไหนอีกนะ”  ร่างเล็กเว้าวอนทั้งน้ำตาเพราะยุนโฮคือสิ่งที่มีค่าที่สุดในชีวิตของเขาแล้ว   และถ้าหากใครจะมาพรากยุนโฮไปเขาก็จะไม่มีวันยอม 

                “ไม่แล้ว...ฉันไม่ไปไหนแล้ว  แต่จุนซูต้องกินยาด้วยนะ”  ยุนโฮพยายามโน้มน้าวให้ร่างเล็กกลับมากินยาเหมือนเดิม  แล้วก็ได้ผลเมื่อจุนซูกลัวการสูญเสียร่างสูงมากเกินไปจนถึงขนาดยอมตกลงกลับมากินยาอีกครั้ง

                แจจุงที่ตั้งใจจะเดินมาเข้าห้องน้ำแต่กลับได้ยินบทสนทนาของผู้เป็นสามีกับญาติคุยกันตั้งแต่แรก   ร่างบางได้แต่สงสัยว่าจุนซูเป็นโรคอะไรทำไมต้องกินยา 

                ความใจดี  ความอบอุ่นที่ยุนโฮแสดงต่อจุนซูก็ไม่ต่างไปจากที่แสดงต่อเขาฉะนั้นอาจเรียกได้ว่ายุนโฮเป็นแบบนี้กับทุกๆ คน  เขาไม่ใช่คนพิเศษอะไรของยุนโฮเลยสักนิด 

                จากที่ตั้งใจเดินมาเข้าห้องน้ำ  แจจุงก็เดินออกจากตึกพร้อมทั้ง

ขับรถออกจากบริษัทเพื่อไปโรงพยาบาลตามที่คุณหมอได้นัดตรวจครรภ์

เอาไว้ 

                “อยู่กับแม่สองคนได้ไหมลูก”  มือบางลูบไล้ท้องแบนราบเบาๆ ด้วยใบหน้าที่แสดงถึงความเศร้าอย่างที่สุด

                “วันนี้คุณมีนัดตรวจครรภ์คนไข้ทั้งหมด  5  คนค่ะ”  ลีน่าเปิดบันทึกตารางการนัดตรวจของคุณหมอคนเก่าที่ต้องย้ายคนไข้มาประจำที่หมอชางมินเพื่อแบ่งเบาภาระ

                “แล้วตอนนี้ผมจะไปกินข้าวได้หรือยัง”  หลังจากที่ต้องอยู่ในช่วงเวลาของการปฏิบัติหน้าที่  สิ่งเดียวที่ตกถึงท้องของคุณหมอหนุ่มนั่นคือกาแฟ  และตอนนี้ที่ใกล้จะบ่ายเต็มทีเขาก็ยังไม่ได้มีข้าวสักเม็ดตกถึงท้องเลย

                “ยังค่ะ เหลือคนไข้อีกหนึ่งคน”  หญิงสาวเปิดดูตารางงานอีกครั้งพบว่าในช่วงนี้คุณหมอหนุ่มยังไม่มีเวลาว่างมากพอที่จะออกไปทานข้าวได้  แต่หลังจากคนนี้ไปแล้วจะมีเวลาว่างจนถึงเย็น

                “ชื่ออะไร”  อันที่จริงก็ไม่จำเป็นต้องถามชื่อคนไข้ก่อนล่วงหน้า  แต่ด้วยความที่ชางมินทั้งเบื่อและหิวที่ต้องรอคนไข้ที่มาไม่ตรงเวลานัดแบบนี้จึงอยากจะรู้จักชื่อสักหน่อยว่าเป็นใครกัน

                “ชื่อ ชอง  แจจุง ค่ะ”  เพียงแค่ได้ยินคำว่าแจจุงดูเหมือนอาการหิวและหงุดหงิดทั้งหลายทั้งแหล่จะหมดไปในพริบตา   ชายหนุ่มรีบหยิบตารางงานนั้นมาดูเพื่อความแน่ใจว่าผู้ช่วยสาวจะไม่อ่านผิดพลาด   เพราะเขาจำได้ไม่เคยลืมว่าคนที่เขาแอบหลงรักนั้นชื่อ คิม  แจจุง  ไม่ใช่ชอง  แจจุง

                “มีอะไรเหรอคะ”  ลีน่าถามด้วยความสงสัย  เพราะชายหนุ่มดูกระตือรือร้นมากเป็นพิเศษเมื่อได้ยินชื่อของคนๆ นี้

                “เปล่า...พอดีชื่อเขาเหมือนคนที่ผมรู้จัก”  คิ้วเรียวสวยได้รูปของคุณหมอหนุ่มยังคงขมวดติดกันไม่หายแม้ปากจะบอกว่าแค่เหมือนแต่ในใจของเขากลับเต้นเร้าๆ ราวกับว่าชอง  แจจุง คนนี้  คือ คิม  แจจุง ที่เขาเฝ้ารอ

                “คุณหมอคะคนไข้ที่อยู่ในตารางนัดมาแล้วค่ะ”  ไม่ทันที่ลีน่าจะสงสัยอะไรมากไปกว่านี้  พยาบาลสาวหน้าห้องก็เดินเข้ามาพร้อมใบนัดและแฟ้มประวัติการรักษาของคนไข้รายนี้

                “เชิญเข้ามาได้”  ชายหนุ่มพยายามทำตัวให้เป็นปกติที่สุดในขณะที่หัวใจของเขาแทบจะกระเด็นหลุดออกมาข้างนอกอยู่แล้ว

                “...................”

                ห้องตรวจตกอยู่ในความเงียบเมื่อคนไข้ร่างบางใบหน้าสวยหวานที่ชางมินคุ้นเคยเป็นอย่างดีกำลังเดินเข้ามา  แจจุงคว้าเก้าอี้ตรงข้ามกับคุณหมอมานั่งอย่างไร้อารมณ์  ในขณะที่คุณหมอนุ่มก็ยังเอาแต่นั่งนิ่งเพราะไม่คาดฝันว่าจะได้เจอคนที่แอบรักกระทันหันแบบนี้

                “คุณหมอคะ...คนไข้มาแล้ว”  ลีน่าที่กำลังจะเดินออกไปเมื่อเห็นว่าคนไข้กำลังเดินเข้ามาเป็นอันตรงหยุดเรียวขางามๆ ของตัวเอง

เอาไว้และเดินกลับเข้ามากระซิบพร้อมกับสะกิดคุณหมอที่ตอนนี้นิ่งงันกลายเป็นหุ่นขี้ผึ้งไปเสียแล้ว

                “อ่ะ...”  ในที่สุดชางมินก็รู้สึกตัวสักที  อาการที่ไม่เคยมีใครได้เห็นกันบ่อยนักปรากฏสู่สายตาของทั้งแจจุงและผู้ช่วยสาวอย่างลีน่า  เธอได้แต่เก็บความสงสัยเอาไว้ในใจว่าคนไข้รายนี้เป็นใครถึงได้มีอิทธิพลต่อความรู้สึกของคุณหมอหนุ่มได้ถึงเพียงนี้

                “สวัสดีครับ”  มือเรียวรุกรี้รุกรนหยิบแฟ้มประวัติของแจจุงขึ้นมาด้วยมือที่สั่นเทา  นับว่าเป็นครั้งแรกที่เขาได้มีโอกาสได้อยู่ใกล้ชิดรางบางถึงเพียงนี้  ก่อนหน้านี้ถึงแม้ว่าจะแอบรักแอบชอบมากมายสักเพียงไหนก็ทำได้แค่มองอยู่ห่างๆ เพราะรุ่นพี่หน้าหวานคนนี้นั้นไม่เคยลดตัวลงมาให้เขาได้ยลโฉมเลยสักที

                “สวัสดีครับ”  เสียงหวานตอบกลับตามมารยาท  อันที่จริงเขารู้สึกเสียอารมณ์ตั้งแต่คุณหมอคนนี้จ้องมองเขาอย่างกับว่าจะกลืนกินตั้งแต่เดินเข้าห้องตรวจมาแล้วล่ะ

                “ผมชิม  ชางมินครับ”  คุณหมอหนุ่มยื่นมือขึ้นมาเหนือโต๊ะเพื่อหวังจะให้รุ่นพี่หน้าสวยได้จับเพื่อแสดงความรู้จักกัน

                “รีบๆ ตรวจเถอะ  ผมจะรีบกลับ”  แจจุงเบือนหน้าหนีด้วยความ

เบื่อหน่ายตามสไตล์ที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวทำเอาชางมินแทบจะกลืน

น้ำลายตัวเองไม่ทัน  ไม่คิดว่ารุ่นพี่ที่เขาแอบรักจะหักหารน้ำใจจากคนอื่นได้ถึงเพียงนี้

            “เอ่อ....เชิญขึ้นเตียงเลยครับ”  ชายหนุ่มหน้าเจื่อนไปนิดหน่อย  แต่ก็ไม่ทำให้แจจุงรู้สึกผิดได้ 

                ชายหนุ่มมัวแต่ดีใจที่ได้เจอกับแจจุงจนลืมไปว่าตัวเองเป็นหมอสูติฯ และคนที่จะมาให้หมออย่างเขาตรวจนั้นต้องเป็นคนท้องหรือคนที่มีปัญหาเรื่องการมีทายาทเท่านั้น

                และเมื่อนึกขึ้นได้คุณหมอหนุ่มก็ตาโตเป็นไข่ห่านด้วยความตกใจที่รุ่นพี่คนงามของเขาเข้ามาในแผนกสูติฯ ทำไม

                “เมื่อไหร่จะตรวจสักที”  คนที่นอนรออยู่บนเตียงมานานสองนานเริ่มหงุดหงิด  มือบางเปิดเสื้อขึ้นโชว์หน้าท้องขาวๆ ชวนให้น้ำลายหกเพื่อให้คุณหมอได้ตรวจอย่างถนัดถนี่ยิ่งขึ้น

                “เอ่อ...ครับๆๆ”  ยิ่งได้เห็นผิวขาวๆ ชางมินก็ยิ่งตื่นเต้นจนสูญเสียความเป็นตัวของตัวเองไปจนหมดสิ้นจนลีน่าแอบยิ้มที่ได้เห็นคุณหมอหน้าตายแสดงออกในแบบที่เธอไม่เคยเห็น

 

……..:::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::…….

 

                “หมายเลขที่ท่านเรียกไม่สามารถติดต่อได้ในขณะนี้”

                ยุนโฮวางโทรศัพท์ลงบนโต๊ะทำงานของแจจุงด้วยความกลุ้มใจ  เป็นเวลากว่าชั่วโมงแล้วที่เขาไม่สามารถติดต่อร่างบางได้เลย  ทราบจากเลขาหน้าห้องแค่เพียงว่า...คุณแจจุงออกไปแล้วค่ะ...

                ให้ตายเถอะ....

                เป็นเลขาหน้าห้องน่าจะรู้อะไรมากกว่านี้สิ

                ในขณะที่คิดถึงคนที่ทำให้เขาเป็นห่วง  สายตาเรียวคมก็เหลือบไปเห็นถุงของโรงพยาบาลอะไรสักอย่างซึ่งก็พอจะเดาได้ว่าภายในถุงนั้นคือยา....ว่าแต่ว่ามันคืออะไรนั่นคือสิ่งที่เค้ากำลังสงสัย

                ชายหนุ่มชั่งใจอยู่นานว่าควรจะหยิบขึ้นมาดูหรือรอให้แจจุงบอกเขาเองดี  ในขณะที่ความคิดฝ่ายดีและฝ่ายร้ายกำลังดีกันจนยุ่งเหยิง 

                ....เคารพสิทธิส่วนตัวเพราะนี่มันของๆ แจจุง...

                                และ

                ....ในเมื่อเขาเป็นสามีของแจจุงเขาก็ต้องรู้ทุกอย่างที่เกี่ยวกับร่างบางสิ....

                และในที่สุดฝ่ายดีก็พ่ายแพ้ต่อฝ่ายร้ายอย่างราบคาบ  มือหยาบเอื้อมไปหยิบถุงยานั้นขึ้นมาดูในที่สุด

 

 

                “ยาบำรุงครรภ์” 

                หน้าซองยาถูกเขียนไว้อย่างนั้น  ยุนโฮกระพริบตาอยู่หลายครั้งเพื่อเช็คให้แน่ใจว่าตัวเองไม่ได้ตาฝาดไปเอง  พร้อมกับหยิกแขนเพื่อทดสอบว่าไม่ได้ฝัน 

                ทุกอย่างเป็นความจริง

                แจจุงกำลังท้อง....เขากำลังจะมีลูกกับแจจุง

                ความรู้สึกตอนนี้ยุนโฮไม่ได้น้อยใจเลยสักนิดเดียวที่แจจุงไม่ยอมบอกว่าท้อง  เพราะเขารู้ว่าร่างบางเป็นคนยังไงความรักของเขาไม่ได้ต้องการสิ่งตอบแทนอะไรอยู่แล้ว  เพียงแค่ได้ยืนอยู่ตรงนี้มีสิทธิ์ได้รัก   ขอแค่ยังได้เป็นคนที่คอยห่วงใย  เขาก็ดีใจมากแล้ว

                “ยุนโฮ....กลับบ้านกันเถอะ”  จุนซูเปิดประตูเข้ามาไม่ให้สุ่มเสียงใดใด  ยุนโฮที่กำลังยิ้มดีใจกับข่าวดีที่เขาได้รับรู้ด้วยความบังเอิญจึงไม่รู้ตัวเลยว่าจุนซูได้เข้ามายืนประชิดตัวเขาตั้งแต่เมื่อไหร่

                “อ้าว...จุนซู”  ชายหนุ่มค่อยๆ วางถุงยาลงบนโต๊ะและพยายามให้สิ่งของบนโต๊ะบดบังให้ได้มากที่สุด  เพราะเขารู้ว่าคนอย่างจุนซูทำได้ทุกอย่างเพื่อสิ่งที่ตัวเองต้องการ   และตอนนี้จุนซูต้องการให้เขาอยู่เคียงข้าง   เพราะฉะนั้นจุนซูก็คงจะไม่สนใจว่าวิธีการมันคืออะไร  เรื่องการท้องของแจจุงจึงเป็นสิ่งที่จะให้จุนซูรู้ไม่ได้อย่างเด็ดขาด  ไม่อย่างนั้นลูกในท้องพร้อมทั้งแจจุงจะเป็นอันตรายได้  อย่างที่ลูกแมวของเขาเคยเจอ

มาแล้วในอดีต

 

                “จุนซู...มาดูลูกแมวนี่สิ  น่ารักมากเลยใช่ไหม”  ยุนโฮในวัยสิบห้าขวบอุ้มลูกแมวตัวน้อยสีขาวบริสุทธิ์ตัดกับดวงตาสีฟ้าเดินเข้าไปหาญาติตัวน้อยที่นั่งเล่นคนเดียวอยู่ที่สวนหลังบ้านเช่นเดิม

            “ลูกแมว....น่ารักเหรอ”  คำพูดของจุนซูหมายความว่าเจ้าลูกแมวตัวนี้มันน่ารักกว่าเขาอย่างนั้นเหรอ  ทั้งๆที่ยุนโฮบอกว่าเขาน่ารักที่สุด  แต่วันนี้กลับอุ้มลูกแมวน่าเกลียดตัวนี้มาแล้วบอกว่าน่ารักมาก

            จุนซูยอมไม่ได้

            “ใช่...น่ารักมากเลย  จุนซูเก็บไว้เป็นเพื่อนเล่นนะ”  ยุนโฮยื่นลูกแมวขนฟูตัวน้อยที่นอนขดอยู่ในตะกร้าใบเล็กให้จุนซูเพราะทุกคนคิดว่าหากจุนซูมีสัตว์เลี้ยงน่ารักเอาไว้ข้างกาย  ก็อาจทำให้จิตใจของเด็กน้อยอ่อนโยนลงก็เป็นได้

            แต่ใครจะรู้ว่านั่นเป็นความคิดที่ผิดพลาดอย่างมหันต์

            จุนซูมองลูกแมวตัวนั้นด้วยแววตาที่แสดงความรังเกียจอย่างเห็นได้ชัด  แต่ยุนโฮไม่ทันได้สักเกตเพราะมัวแต่ให้ความสนใจกับขนปุยน่ารักเหมือนตุ๊กตาของมัน

            “จุนซูเก็บเอาไว้นะเดี๋ยวพรุ่งนี้เราจะมาเล่นด้วยใหม่”  เด็กหนุ่มยื่นตะกร้าลูกแมวให้ญาติตัวเล็กก่อนจะเดินจากไปเมื่อถึงเวลาที่จะต้อง

 

กลับบ้าน  และทันทีที่ยุนโฮเดินลับสายตาไปเจ้าแมวน้อยน่ารักตัวนั้นก็ถูกจ้องมองด้วยร่างเล็กที่แทบจะกินเลือดกินเนื้อ  โดยที่เจ้าตัวไม่ได้รู้เรื่องอะไรเลยเอาแต่ร้องออดอ้อนเอาใจเจ้านายคนใหม่ที่ไม่ได้อยากเป็นเจ้านายให้เลย

            “แก...ไม่ได้ตายดีแน่” 

            จุนซูขยำคอลูกแมวด้วยมือทั้งสองข้างก่อนจะยกขึ้นมาจากตะกร้าพร้อมกับใบหน้าที่ยิ้มเยาะด้วยความสะใจที่เห็นลูกแมวตัวน้อยดิ้นทุรนทุรายในกำมือของเขา 

            “น่ารักมากนักใช่ไหม”  จุนซูจับลูกแมวฟาดกับต้นไม้แถวนั้นอย่างแรงหลายต่อหลายครั้งจนขนสีขาวนุ่มมือชุ่มไปด้วยเลือดของมันเอง  และเมื่อเห็นว่าลูกแมวแน่นิ่งไปแล้วร่างเล็กก็วิ่งไปหายไปหาไม่ท่อนใหญ่พอที่จะทำในสิ่งที่เขาต้องการได้

 

            เช้าวันต่อมาครอบครัวของยุนโฮมาอีกครั้งเพื่อเอาของใช้มากมายที่ลูกแมวต้องการมาให้  ทั้งที่นอน  แท่นฝนเล็บ  และอื่นๆ ที่เขาจะสามารถหามาได้  แต่เพียงแค่ลงจากรถเท่านั้นสิ่งที่ยุนโฮเห็นนั่นคือลูกแมวตัวน้อยที่หลงเหลือสีขาวของขนไว้เพียงเล็กน้อยนอกนั้นก็ชุ่มไปด้วยสเลือดที่แห้งกรังถูกเสียบและปักเอาไว้หน้าบ้านของจุนซู   โดยมีแม่ของจุนซูยืนร้องไห้อยู่ด้วยความเศร้าสลดใจ

 

            “บอกแล้วใช่ไหมว่าต้องส่งมันไปโรงพยาบาลบ้า...เอามันไว้แบบนี้ต่อไปจะฆ่าใครอีกก็ไม่รู้”  พ่อของจุนซูโวยวายด้วยความโมโห  เพราะเขาพยายามจะพาจุนซูไปรักษากับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญตามคำแนะนำของบ้านยุนโฮอยู่หลายครั้ง  แต่แม่ของจุนซูไม่ยอมเพียงเพราะธรรมชาติของคนเป็นแม่ที่ไม่อยากให้ลูกตัวเองอยู่ห่างจากอก

            “เกิดอะไรขึ้นครับ”  ยุนโฮวิ่งเข้ามาด้วยความเสียใจที่ลูกแมวน้อยที่น่ารักต้องตกมาอยู่ในสภาพแบบนี้

            “จุนซู...ฮือๆๆ  จุนซูฆ่ามัน”  แม่ของจุนซูร้องไห้เสียใจที่ไม่สามารถช่วยเหลือลูกของตัวเองได้  และได้แต่ปล่อยให้เป็นหนักขึ้นจนทำถึงขนาดนี้

            “จุนซูทำมันทำไม”  ยุนโฮวิ่งเข้าไปหาจุนซูที่นั่งนิ่งไม่ยอมพูดยอมจาใดใดเลย  ตามเนื้อตัวเต็มไปด้วยบาดแผลจากการถูกเฆี่ยนตี

            “โทษฐานที่มันน่ารักกว่าจุนซู”

            คำตอบเพียงคำเดียวที่ทำให้ยุนโฮแทบลืมหายใจ  จุนซูอาการหนักเกินกว่าที่ใครๆ จะเห็นว่าเป็นโรคซึมเศร้าธรรมดาแล้วล่ะ 

            ตั้งแต่นั้นมายุนโฮก็ไม่กล้าเห็นอะไรสำคัญไปกว่าจุนซูอีกเลย 

เพราะร่างเล็กต้องการให้เขาเห็นว่าตนเองสำคัญแต่เพียงผู้เดียว

 

 

 

            “กลับบ้านกันเถอะยุนโฮ”  จุนซูสะกิดแขนของชายหนุ่มให้ตื่นจากภวังค์ความคิดในอดีต  เขาเกือบจะลืมทุกสิ่งทุกอย่างไปหมดแล้วแต่ดูเหมือนจุนซูจะยังไม่หายขาดและเหมือนเป็นลาวาภูเขาไฟที่พร้อมประทุได้ทุกเมื่อ

                “อื้ม”  ยุนโฮตัดสินใจไม่พูดถึงแจจุงทั้งที่เขากำลังเป็นห่วงร่างบางอย่างถึงที่สุด   กลัวว่าจุนซูจะไม่พอใจแล้วทำอะไรแจจุงขึ้นมาอีกคน  ถึงแม้ว่าภรรยาของเขาจะเก่งสักแค่ไหนก็คงไม่อาจสู้กับคน ที่ไม่เคยเห็นคุณค่าของของชีวิตศัตรูได้

tbc

Comment

Comment:

Tweet

ชอบบทแจจุงมากหยิ่งดีเข้ากับหน้าตาแจดี  อ่านไปอ่านมาชักสงสารจุนซูซะแล้วซีไรเตอร์

#6 By jay (103.7.57.18|118.173.7.91) on 2012-09-12 19:25

จุนโหดดดด T^T

หมีหล่อก็ต้ิองทำใจเงี้ย คนรักเยอะ 55+

สงสารก็แต่แจ จะโดนอะำไรบ้างเนี่ย :(

#5 By Yundori on 2011-09-30 21:08

TTจุนซู น่ากลัวอย่าทำอะไรพี่แจนะ
พี่ยุนสู้ๆๆๆๆ

#4 By เด็กน้อย_BABY on 2011-09-30 13:31

สนุกจิงๆเรื่องนี้ มีเรื่องให้ผิดใจตลอดเลยอะ สงสารแจจ๋าด้วยจะสุขก็มีเรื่องมาขัดตลอดๆ จุนซูน่ากลัวอะ
เรื่องนี้คู่อื่นคู่กับผู้หญิงหรือเปล่าคะ หรือวายทุกคู่อะ
มาอัพต่อน๊า

#3 By normie (115.87.83.192) on 2011-09-30 12:10

อ๊าาา รออ่านต่ออยู่นะคะ ลุ้นมากๆ

#2 By ลูกแก้ว (210.1.31.28) on 2011-09-29 19:00

จุนซูน่ากลัวมากๆๆ ;(

มี๊แจ~~บอกป๊ายุนซักทีซิ๊~ >0<///

#1 By auam_blue (210.1.31.28) on 2011-09-28 22:34