[Fic] ---สามี--- Part 15-16

posted on 28 Sep 2011 20:57 by bronun-yunjae in Husband

เมื่อสิบปีก่อน

                เด็กชายตัวเล็กนั่งเล่นอยู่ในสวนหลังบ้านเพียงคนเดียวด้วยความเคยชิน  ตั้งแต่จำความได้เขาไม่มีเพื่อนเล่นเลยสักคนทุกคนมองว่าเขาเป็นตัวประหลาด  แต่มีเพียงคนเดียวเท่านั้นที่เขามาเล่นกับเขานั่นคือ

                ....ยุนโฮ....

               

ลูกของคุณน้าผู้ร่ำรวยเป็นเจ้าของธุรกิจรู้จักคนมากหน้าหลายตาที่อยู่จังหวัดกวางจูและมาเยี่ยมพวกเขาอยู่บ่อยๆ  ทุกครั้งที่มาเยี่ยมก็หอบขนมที่แม่กับพ่อของเขาไม่มีวันจะซื้อให้มาด้วย   ยุนโฮเป็นเพียงคนเดียวที่เล่นกับเขาและดูแลเขาราวกับเป็นเจ้าหญิง

                “จุนซู...ทำไมมานั่งเล่นตรงนี้คนเดียวล่ะ”  เด็กหนุ่มอายุราวๆ 13 ปีเดินเข้ามาหาญาติตัวเล็กที่อายุห่างกันไม่กี่ปี 

                “ไม่มีใครเล่นกับเรา”  มือน้อยๆ ที่จับเศษกิ่งไม้อยู่นั้นขีดเขียนลงไปบนพื้นดินด้วยแรงที่มหาศาลเกินกว่าเด็กตัวเล็กแบบนั้นจะทำได้  ยุนโฮมองภาพนั้นด้วยความตกใจก่อนจะวิ่งเข้าไปหยิบกิ่งไม้นั้นออกไปให้พ้นมือของคนตัวเล็ก

                “เราก็มาเล่นกับจุนซูแล้วนี่ไง”  เหตุผลที่ยุนโฮมาที่นี่บ่อยๆ เพราะญาติตัวเล็กที่มีอาการทางประสาทจนไม่มีใครกล้าเล่นด้วย  พ่อกับแม่ของเขาสงสารจุนซูมากจึงให้เขามาคอยเล่นเป็นเพื่อนทุกครั้งที่มีโอกาส  ส่วนเขาเองก็ไม่ได้รังเกียจอะไรเลยกลับมองเห็นจุนซูเป็นน้องชายคนหนึ่งที่เขาไม่สามารทิ้งให้อยู่คนเดียวได้

                “จริงๆ นะ ยุนโฮจะไม่เห็นเราเป็นตัวประหลาดเหมือนคนอื่นใช่ไหม”  ร่างเล็กเกาะแขนที่ใหญ่กว่าพร้อมกับเขย่าอย่างเร่งเร้าที่จะเอา

คำตอบ   ยุนโฮก็ยิ้มและพยักหน้าตอบรับเป็นการสัญญาว่าจะไม่ทิ้งน้องชายที่น่ารักคนนี้ไปไหนเด็ดขาด

                ตลอดเวลาจุนซูจะมียุนโฮคอยเป็นทุกสิ่งทุกอย่าง  ไม่ว่าจะเพื่อนเล่นหรือบอดี้การ์ด  ทำให้ร่างเล็กได้อบอุ่นใจทุกครั้งที่ได้อยู่ใกล้ๆ กับร่างใหญ่   แต่เหตุการณ์ที่ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้นเมื่อครอบครัวนักธุรกิจอย่างตระกูลชองถูกปองร้าย  ยุนโฮต้องสูญเสียทุกสิ่งทุกอย่างไปเพียงเวลาข้ามคืนทั้งพ่อแม่  และสมบัติ  เด็กหนุ่มไม่เหลืออะไรเลยมีเพียงครอบครัวของจุนซูที่ฐานะยากจนไม่สามารถเลี้ยงดูเขาได้  และมีเพียงคิม  จุงอิล  ที่ยุนโฮมักจะเรียกจนติดปากว่าคุณลุงที่เข้ามาช่วยเหลือให้เขาได้มีที่นอนและได้เรียนหนังสือ

                “ยุนโฮจะไปไหน....”  ในวันที่ยุนโฮเก็บเสื้อผ้าออกจากบ้านของจุนซูเพื่อไปอยู่สถานเลี้ยงเด็กกำพร้าที่คุณลุงเป็นคนจัดการให้   จุนซูก็ร้องไห้อย่างคนเสียสติจนยุนโฮทนดูภาพนั้นไม่ได้

                “ยุนโฮไปแป๊ปเดียวเอง...เดี๋ยวก็กลับมาแล้วล่ะจุนซู”  คุณแม่ของจุนซูคอยกอดและปลอบประโลมไม่ให้ลูกชายตัวเล็กของตัวเองคลุ้มคลั่งไปมากกว่านี้  

            “ไม่ๆๆๆๆ  อย่าไป  ยุนโฮอย่าไปนะ”  มือเล็กๆ ปัดป่ายทุกสิ่งทุก

อย่างที่ขวางหน้า  แต่สุดท้ายแล้วรถตู้คันหรูพร้อมกับคนหลายคนที่

แต่งตัวดีๆ พวกนั้นก็พายุนโฮของเขาไปจนได้

 

                ปัจจุบัน

                “ฉันจะไม่ยอมให้ใครเอายุนโฮของฉันไปไหนอีก”  หลังจากที่จุนซูออกมาจากห้องทำงานของแจจุงด้วยใบหน้าที่มีรอยแดงพร้อมกับเสื้อผ้าที่ยับยู่ยี่   เหล่าพนักงานทั้งชายหญิงก็เข้ามารุมล้อมร่างเล็กอย่างต้องการคำตอบว่าทำไมถึงมีสภาพแบบนี้ซึ่งเป็นไปตามแผนที่จุนซูคิดเอาไว้  เพียงแค่เขาร้องไห้และวิ่งเข้ามาเก็บตัวอยู่ในห้องน้ำก็ทำให้ทุกคนคิดไปเองต่างๆ นานา 

                จุนซูจัดเสื้อผ้าเผ้าผมของตัวเองให้เรียบร้อยก่อนจะเดินออกจากห้องน้ำเพื่อเตรียมตัวตอบคำถามให้แก่คนที่อยากรู้ข้างนอกนั่น  แต่ยังไม่ทันได้เดินออกยุนโฮก็เดินสวนเข้ามาพร้อมทั้งดึงตัวของเขาเอาไว้ไม่ให้เดินออกไปได้

                “มีอะไรเหรอยุนโฮ”  จุนซูตีหน้าเศร้าอย่างน่าสงสารพร้อมทั้งพยายามก้มหน้าลงเพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้ยุนโฮได้เห็นรอยแดงๆ

                “เป็นอะไรหรือเปล่า”  ร่างสูงพยายามมองใบหน้าของจุนซูว่ามีรอยแดงอย่างที่แจจุงบอกเอาไว้ว่าร่างเล็กตบหน้าตัวเองหรือเปล่า  ปรากฏว่ามีรอยแดงๆ ที่ข้างแก้มจริงๆ

“..................”  จุนซูไม่ปริปากพูดอะไรสักคำพร้อมกับดวงตาเรียวเล็กที่เหมือนจะมีน้ำใสๆ ไหลลงมาได้ทุกเวลา

                “ไปทำอะไรมาถึงได้เป็นแบบนี้”  มือกร้านลูบไล้ไปตามรอยแดงนั้นด้วยความเป็นห่วง  นานมาแล้วที่เขาไม่ได้อยู่เป็นเพื่อนเล่นกับจุนซูเขาคิดว่าอาการทางประสาทของร่างเล็กจะหายไปแล้วซะอีก

                “ยุนโฮจะเชื่อฉันเหรอ”  ใบหน้าเล็กน่าสงสารเหลือเกินในสายตาของยุนโฮ   แต่เขาก็สงสารไม่ลงเพราะรู้อยู่แก่ใจว่าอะไรเป็นอะไร

                “มีอะไรก็มาบอกเถอะ”  ยุนโฮพยายามคาดคั้นด้วยน้ำเสียงที่แสดงถึงความเป็นห่วงเป็นใย   เขาเพียงอยากรู้ว่าจุนซูคิดจะทำอะไรถึงได้ทำแบบนี้ได้

                “คือ...แจจุงเขาตบฉัน”  จุนซูคิดว่ายังไงยุนโฮก็ต้องไปต่อว่าภรรยาของตัวเองเป็นแน่ที่มาตบเขาหลักฐานก็มีเป็นรอยแดงอยู่บนหน้าของเขาให้เห็นชัดๆ อยู่แล้ว

                “เขาตบนายทำไม”  น้ำเสียงของยุนโฮเริ่มเย็นขึ้นอย่างน่ากลัวไม่ใช่เพราะโกรธที่แจจุงมาตบจุนซู  แต่โกรธที่จุนซูมาบอกว่าแจจุงตบนั่นเอง

                “ฉันก็ไม่รู้...ฉันไม่ได้ทำอะไรเขาเลยนะ”  เขาว่ากันว่าคนที่โกหก

มักจะไม่สบตา  และจุนซูก็เป็นหนึ่งในนั้นที่ก้มหน้ามองพื้นตลอดเวลาที่

พูดถึงเรื่องที่เกิดขึ้น

“จุนซู....ช่วงนี้ได้กินยาหรือเปล่า”  เมื่อตอนเด็กๆ เขาจำได้ว่าจุนซูต้องกินยาระงับประสาทอยู่ตลอดเวลาเพื่อช่วยลดความตึงเครียดไม่ให้ทำอะไรที่คาดไม่ถึงขึ้นมา

                “ยา...ยาอะไร  ทำไมฉันต้องกินด้วยล่ะ”  ร่างเล็กเริ่มรุกรี้รุกลนเขาเลิกกินยามานานแล้ว  ไม่ใช่เพราะหมอให้เลิกกินแต่เป็นเพราะเขาไม่ยอมกินเอง   เขาคิดว่าเขาไม่ได้เป็นอะไรไม่จำเป็นต้องกินยา

                  “ใจเย็นๆ ก่อนจุนซู  ใจเย็นๆ นะ”  ยุนโฮคว้าญาติตัวเล็กเข้ามากอดด้วยความสงสาร  จุนซูเริ่มมีอาการสั่นอย่างห้ามไม่อยู่ดวงตาเหม่อลอยเหมือนคนที่สติไม่อยู่กับตัว

                “ฮึก...ยุนโฮ  ฉันไม่กินยา  ฉันไม่กิน  ฮือๆๆๆ”  ร่างเล็กกอดตอบราวกับว่ายุนโฮคือที่พึ่งสุดท้ายของเขา  ชีวิตของเขาเรียกได้ว่าไร้ความหมายหากไม่มียุนโฮอยู่เคียงข้าง   สิบปีที่ผ่านมาที่ไม่มียุนโฮอยู่ก็ทำให้เขาเจ็บปวดอย่างที่สุด  

                นับตั้งแต่วันนั้นที่ยุนโฮออกจากบ้านของเขา  เขาก็ไม่มีเพื่อนเล่นไม่มีใครเข้าใจเขาอีกต่อไป  อาการทางประสาทก็เริ่มรุนแรงขึ้นจนแม้แต่กระทั่งพ่อกับแม่ก็ควบคุมไม่อยู่  จนกระทั่งวันที่ยุนโฮติดต่อกลับไปและเขาได้มีโอกาสมาอยู่กับยุนโฮที่โซล  ชีวิตของเขาก็ดีขึ้น

                “ยุนโฮ...อย่าทิ้งฉันไปไหนอีกนะ”  ร่างเล็กเว้าวอนทั้งน้ำตาเพราะยุนโฮคือสิ่งที่มีค่าที่สุดในชีวิตของเขาแล้ว   และถ้าหากใครจะมาพรากยุนโฮไปเขาก็จะไม่มีวันยอม 

                “ไม่แล้ว...ฉันไม่ไปไหนแล้ว  แต่จุนซูต้องกินยาด้วยนะ”  ยุนโฮพยายามโน้มน้าวให้ร่างเล็กกลับมากินยาเหมือนเดิม  แล้วก็ได้ผลเมื่อจุนซูกลัวการสูญเสียร่างสูงมากเกินไปจนถึงขนาดยอมตกลงกลับมากินยาอีกครั้ง

                แจจุงที่ตั้งใจจะเดินมาเข้าห้องน้ำแต่กลับได้ยินบทสนทนาของผู้เป็นสามีกับญาติคุยกันตั้งแต่แรก   ร่างบางได้แต่สงสัยว่าจุนซูเป็นโรคอะไรทำไมต้องกินยา 

                ความใจดี  ความอบอุ่นที่ยุนโฮแสดงต่อจุนซูก็ไม่ต่างไปจากที่แสดงต่อเขาฉะนั้นอาจเรียกได้ว่ายุนโฮเป็นแบบนี้กับทุกๆ คน  เขาไม่ใช่คนพิเศษอะไรของยุนโฮเลยสักนิด 

                จากที่ตั้งใจเดินมาเข้าห้องน้ำ  แจจุงก็เดินออกจากตึกพร้อมทั้ง

ขับรถออกจากบริษัทเพื่อไปโรงพยาบาลตามที่คุณหมอได้นัดตรวจครรภ์

เอาไว้ 

                “อยู่กับแม่สองคนได้ไหมลูก”  มือบางลูบไล้ท้องแบนราบเบาๆ ด้วยใบหน้าที่แสดงถึงความเศร้าอย่างที่สุด

                “วันนี้คุณมีนัดตรวจครรภ์คนไข้ทั้งหมด  5  คนค่ะ”  ลีน่าเปิดบันทึกตารางการนัดตรวจของคุณหมอคนเก่าที่ต้องย้ายคนไข้มาประจำที่หมอชางมินเพื่อแบ่งเบาภาระ

                “แล้วตอนนี้ผมจะไปกินข้าวได้หรือยัง”  หลังจากที่ต้องอยู่ในช่วงเวลาของการปฏิบัติหน้าที่  สิ่งเดียวที่ตกถึงท้องของคุณหมอหนุ่มนั่นคือกาแฟ  และตอนนี้ที่ใกล้จะบ่ายเต็มทีเขาก็ยังไม่ได้มีข้าวสักเม็ดตกถึงท้องเลย

                “ยังค่ะ เหลือคนไข้อีกหนึ่งคน”  หญิงสาวเปิดดูตารางงานอีกครั้งพบว่าในช่วงนี้คุณหมอหนุ่มยังไม่มีเวลาว่างมากพอที่จะออกไปทานข้าวได้  แต่หลังจากคนนี้ไปแล้วจะมีเวลาว่างจนถึงเย็น

                “ชื่ออะไร”  อันที่จริงก็ไม่จำเป็นต้องถามชื่อคนไข้ก่อนล่วงหน้า  แต่ด้วยความที่ชางมินทั้งเบื่อและหิวที่ต้องรอคนไข้ที่มาไม่ตรงเวลานัดแบบนี้จึงอยากจะรู้จักชื่อสักหน่อยว่าเป็นใครกัน

                “ชื่อ ชอง  แจจุง ค่ะ”  เพียงแค่ได้ยินคำว่าแจจุงดูเหมือนอาการหิวและหงุดหงิดทั้งหลายทั้งแหล่จะหมดไปในพริบตา   ชายหนุ่มรีบหยิบตารางงานนั้นมาดูเพื่อความแน่ใจว่าผู้ช่วยสาวจะไม่อ่านผิดพลาด   เพราะเขาจำได้ไม่เคยลืมว่าคนที่เขาแอบหลงรักนั้นชื่อ คิม  แจจุง  ไม่ใช่ชอง  แจจุง

                “มีอะไรเหรอคะ”  ลีน่าถามด้วยความสงสัย  เพราะชายหนุ่มดูกระตือรือร้นมากเป็นพิเศษเมื่อได้ยินชื่อของคนๆ นี้

                “เปล่า...พอดีชื่อเขาเหมือนคนที่ผมรู้จัก”  คิ้วเรียวสวยได้รูปของคุณหมอหนุ่มยังคงขมวดติดกันไม่หายแม้ปากจะบอกว่าแค่เหมือนแต่ในใจของเขากลับเต้นเร้าๆ ราวกับว่าชอง  แจจุง คนนี้  คือ คิม  แจจุง ที่เขาเฝ้ารอ

                “คุณหมอคะคนไข้ที่อยู่ในตารางนัดมาแล้วค่ะ”  ไม่ทันที่ลีน่าจะสงสัยอะไรมากไปกว่านี้  พยาบาลสาวหน้าห้องก็เดินเข้ามาพร้อมใบนัดและแฟ้มประวัติการรักษาของคนไข้รายนี้

                “เชิญเข้ามาได้”  ชายหนุ่มพยายามทำตัวให้เป็นปกติที่สุดในขณะที่หัวใจของเขาแทบจะกระเด็นหลุดออกมาข้างนอกอยู่แล้ว

                “...................”

                ห้องตรวจตกอยู่ในความเงียบเมื่อคนไข้ร่างบางใบหน้าสวยหวานที่ชางมินคุ้นเคยเป็นอย่างดีกำลังเดินเข้ามา  แจจุงคว้าเก้าอี้ตรงข้ามกับคุณหมอมานั่งอย่างไร้อารมณ์  ในขณะที่คุณหมอนุ่มก็ยังเอาแต่นั่งนิ่งเพราะไม่คาดฝันว่าจะได้เจอคนที่แอบรักกระทันหันแบบนี้

                “คุณหมอคะ...คนไข้มาแล้ว”  ลีน่าที่กำลังจะเดินออกไปเมื่อเห็นว่าคนไข้กำลังเดินเข้ามาเป็นอันตรงหยุดเรียวขางามๆ ของตัวเอง

เอาไว้และเดินกลับเข้ามากระซิบพร้อมกับสะกิดคุณหมอที่ตอนนี้นิ่งงันกลายเป็นหุ่นขี้ผึ้งไปเสียแล้ว

                “อ่ะ...”  ในที่สุดชางมินก็รู้สึกตัวสักที  อาการที่ไม่เคยมีใครได้เห็นกันบ่อยนักปรากฏสู่สายตาของทั้งแจจุงและผู้ช่วยสาวอย่างลีน่า  เธอได้แต่เก็บความสงสัยเอาไว้ในใจว่าคนไข้รายนี้เป็นใครถึงได้มีอิทธิพลต่อความรู้สึกของคุณหมอหนุ่มได้ถึงเพียงนี้

                “สวัสดีครับ”  มือเรียวรุกรี้รุกรนหยิบแฟ้มประวัติของแจจุงขึ้นมาด้วยมือที่สั่นเทา  นับว่าเป็นครั้งแรกที่เขาได้มีโอกาสได้อยู่ใกล้ชิดรางบางถึงเพียงนี้  ก่อนหน้านี้ถึงแม้ว่าจะแอบรักแอบชอบมากมายสักเพียงไหนก็ทำได้แค่มองอยู่ห่างๆ เพราะรุ่นพี่หน้าหวานคนนี้นั้นไม่เคยลดตัวลงมาให้เขาได้ยลโฉมเลยสักที

                “สวัสดีครับ”  เสียงหวานตอบกลับตามมารยาท  อันที่จริงเขารู้สึกเสียอารมณ์ตั้งแต่คุณหมอคนนี้จ้องมองเขาอย่างกับว่าจะกลืนกินตั้งแต่เดินเข้าห้องตรวจมาแล้วล่ะ

                “ผมชิม  ชางมินครับ”  คุ