[Fic] ---สามี--- Part 9-10

posted on 17 Sep 2011 19:19 by bronun-yunjae in Husband

Part 9

                เวลาผ่านไปจนมืดค่ำทั้งยุนโฮและจุนซูที่เดินซื้อของกันจนทั้งสองมือไม่มีที่ว่างให้ถืออะไรได้อีก  ยุนโฮเหลือบมองนาฬิกาข้อมือที่บอกเวลาสี่ทุ่ม  ทำให้ชายหนุ่มอดคิดถึงคนสวยไม่ได้ว่าตอนนี้จะไปทำอะไรอยู่ที่ไหน   แต่ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนเวลานี้ก็คงจะไม่ใช่เวลากลับบ้านของร่างบางอยู่ดี

                “ยุนโฮ....ฉันหิวอีกแล้วอ่า....แหะๆๆ”  จุนซูยิ้มแหยๆ ให้กับร่างสูง  เพราะเขาทั้งสองคนเพิ่งกินอาหารเย็นมื้อใหญ่ไปเมื่อไม่กี่ชั่วโมงที่ผ่านมา  อันที่จริงเขาก็เกรงใจที่ให้ยุนโฮต้องมาคอยเดินตามเขาต้อยๆ แบบนี้

                “งั้นเหรอ....กลับไปกินที่บ้านก็ได้ป่านนี้แม่บ้านคงทำอาหารเอาไว้รอแล้วล่ะ”  ในตอนนี้เขารู้สึกอยากจะกลับบ้านมากกว่าอะไรทั้งหมด  อยากจะกลับไปนั่งรอแจจุงเหมือนอย่างที่เคยทำทุกๆ วัน   ถ้าแจจุงกลับมาแล้วไม่เจอเขา  ร่างบางอาจจะรู้สึกเหงาขึ้นมาก็ได้

                “อื้ม..ก็ได้”  จุนซูยิ้มเริงร่าไม่ได้รู้สึกเสียใจที่ไม่ได้กินข้าวในทันที   เขาเป็นคนไม่เรื่องมากใครบอกให้ทำอะไรก็ได้  จุนซูคนนี้ไม่เคยขัดใจใครอยู่แล้ว   ด้วยความที่เป็นคนซื่อๆ เป็นเด็กดีเชื่อฟังคนรอบข้างอยู่เสมอยิ่งทำให้ยุนโฮรู้สึกเอ็นดูมากยิ่งขึ้นมาตั้งแต่ไหนแต่ไร

                เพียงเวลาไม่นานรถคันหรูก็เคลื่อนตัวเข้ามาจอดในโรงรถของบ้านตระกูลคิมเป็นที่เรียบร้อย  คิ้วเรียวสวยได้รูปขมวดยุ่งเมื่อเห็นว่าที่จอดรถของแจจุงที่ควรจะว่าง  กลับมีรถของร่างบางจอดอยู่

                ....กลับมาแล้วสินะ....

                “ว้าวววว....บ้านนายใหญ่จังเลย”  จุนซูไม่รู้ว่านี่ไม่ใช่บ้านของยุนโฮ  ดวงตาเรียวเล็กเป็นประกายเมื่อพบเจอกับสิ่งที่ไม่เคยเห็นมาตลอดในชีวิต   บ้านหลังใหญ่โตทีสามารถเรียกได้ว่าคฤหาสน์  สวนหน้าบ้านที่กว้างเสียยิ่งกว่าสนามฟุตบอลที่โรงเรียน  รวมถึงโรงจอดรถที่สามารถจอดรถได้ถึงสิบคัน

                “ไม่ใช่บ้านฉันหรอก...”  ยุนโฮยิ้มบางๆ กับแววตาระยิบระยับของญาติตัวเล็ก  แต่ก็ไม่ได้พูดอะไรต่อให้มากความ

                “แล้วบ้านใครล่ะ”  คนตัวเล็กหอบหิ้วถุงเสื้อผ้าเดินตามยุนโฮพร้อมกับถามต่อ

                “เข้าไปก่อนเดี๋ยวก็รู้....”   ยุนโฮหันมายิ้มให้จุนซู   ซึ่งรอยยิ้มนั้นจุนซูเห็นว่ามันเป็นรอยยิ้มให้กำลังใจเสียมากกว่า   จนร่างเล็กต้องขมวดคิ้วด้วยความไม่เข้าใจ

                ....เข้าไม่ได้ต้องการกำลังใจในการเดินเข้าบ้านสักหน่อย....

                “ช่วยเอาของพวกนี้ไปไว้ที่ห้องของผมด้วยนะครับ”  ยุนโฮหันไปสั่งแม่บ้าน  พร้อมทั้งยื่นถุงมากมายจากทั้งในมือของเขาและมือของจุนซูให้สาวใช้

                “ค่ะ...” 

                “แล้วคุณแจจุงอยู่ไหน”  ยุนโฮถามแม่บ้านก่อนที่เธอจะเดินขึ้นไปจัดการของตามที่ชายหนุ่มสั่งในครั้งแรก

                “อยู่บนห้องน่ะค่ะกลับมาตั้งแต่เย็นแล้ว”  คุณแม่บ้านก็เป็นอีกคนหนึ่งที่คอยลุ้นความรักของเจ้านายทั้งคู่อยู่และเห็นความเป็นไปภายในบ้านทุกสิ่งทุกอย่าง

                “เหรอครับ”  ยุนโฮขมวดคิ้วด้วยความแปลกใจที่แจจุงกลับบ้านเร็วกว่าปกติทั้งที่เขาก็อุตส่าห์คิดเอาไว้แล้วว่าไม่มีทางที่จะกลับมาก่อนเขาอย่างแน่นอน

                “แจจุงที่ใครเหรอ”  ร่างเล็กที่ยืนฟังบทสนทนาด้วยความไม่รู้เรื่องรู้ราวเอ่ยถามขึ้นเมื่อเห็นว่าแม่บ้านและสาวใช้ได้เดินจากไปแล้ว

                “ภรรยาของฉันเองล่ะ”  เท่าที่จุนซูดูไม่ผิดเหมือนยุนโฮจะยิ้มให้กำลังเขาอีกแล้ว....ทำไมเหรอ...บ้านหลังนี้ต้องการกำลังใจในการอยู่มากมายขนาดนั้นเลยหรือไง

                “ระ...เหรอ”  เสียงแหบอันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวสะดุดเล็กน้อยที่ได้รู้ความจริงว่าคนตรงหน้าแต่งงานแล้ว....ทำไมไม่เห็นมีใครบอกเขาเลยล่ะ

                “ขอโทษนะที่ไม่ได้บอกใคร...ป่ะ ขึ้นไปหาแจจุงกันเถอะ”  ยุนโฮจับมือเล็กนั้นให้เดินตามเขาขึ้นไปข้างบน   มือใหญ่บีบมือของจุนซูเบาๆ เพื่อเป็นการให้กำลังใจอีกครั้ง  ส่วนจุนซูที่ได้รับสัมผัสแบบนั้นก็ถึงกับเขินจนต้องเดินก้มหน้าไปตลอดทาง

                ....มือของนายยังอบอุ่นเหมือนเดิมเลยนะ....

               

                ก๊อก  ก๊อก  ก๊อก

                ชายหนุ่มปล่อยมือของจุนซูทันทีที่ถึงหน้าห้องนอนของแจจุง  มือใหญ่ยกขึ้นเคาะเพื่อขออณุญาติคนที่อยู่ในห้อง

                “เข้ามา...”  เสียงหวานแว่วๆ ออกมาเพียงแค่นั้นแต่ไม่รู้ทำไมถึงทำให้จุนซูรู้สึกประหลาดๆ จนต้องเกาะแขนของยุนโฮเอาไว้อีกครั้ง

                “หึหึ...ไม่ต้องกลัวหรอก”  ยุนโฮหัวเราะกับความกลัวอะไม่เข้าเรื่องของจุนซู....นี่ขนาดได้ยินแค่เสียง   แล้วถ้าได้เจอหน้ารวมถึงได้ประทะคารมล่ะ  เจ้าตัวเล็กนี่จะหวาดกลัวขนาดไหนกัน

                “อื้มม”  จุนซูใจชื้นขึ้นมาบ้างเมื่อได้กำลังใจจากคนข้างๆ  ร่างเล็กเดินตามยุนโฮเข้าไปข้างในห้องทุกฝีก้าว   จนกระทั่งมาหยุดอยู่ที่เตียงนอนขนาดคิงส์ไซส์พร้อมด้วยสิ่งมีชีวิตที่เจิดจ้าในชุดคลุมอาบน้ำกึ่งนั่งกึ่งนอนอ่านหนังสืออะไรสักอย่างอยู่บนเตียง

                “แจจุง...”  ยุนโฮเรียกสติของคนที่กำลังนอนยั่วใครต่อใครอยู่โดยที่อาจจะไม่รู้ตัว   ร่างบางวางหนังสือลงบนพื้นที่ว่างข้างเตียงก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองคนที่ขึ้นชื่อว่าเป็นสามี   รวมทั้งคนแปลกหน้าอีกคน

                “ใคร...”  ใบหน้าสวยหวานที่เรียบเฉยเสียจนจุนซูแอบขนลุกซู่ขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่   เขารู้สึกว่าคนตรงหน้านี้ช่างดูน่าเกรงขามและสวยงามดั่งหงส์ฟ้าผู้สูงศักดิ์ที่ไม่ยอมลงมายังพื้นดินให้เสียเวลา

                “นี่คือ  จุนซู  ญาติที่ผมบอกคุณ”  ยุนโฮเห็นท่าทางแบบนั้นของแจจุงแล้วก็อดเป็นห่วงร่างเล็กข้างกายเขาไม่ได้   สำหรับเขาอาจเรียกได้ว่าชินและยอมรับได้กับสิ่งที่แจจุงคนนี้เป็น   แต่สำหรับคนอย่างจุนซูล่ะจะรู้สึกยังไง

                “เอ่อ...สวัสดีครับ”  จุนซูเหลือบตามองยุนโฮครั้งนึงก่อนจะค่อยๆ เอ่ยทักทายเมื่อเห็นว่ายุนโฮยิ้มให้เขาบางๆ พร้อมกับพยักหน้า

                ร่างบางเพียงแค่ปรายตามองพร้อมกับพยักหน้าเล็กน้อย  จนจุนซูกลัวและเกิดอาการเกร็งที่ข้อมือจนเผลอบีบแขนของยุนโฮไปโดยที่ไม่รู้ตัว   และยุนโฮก็รับรู้ได้เป็นอย่างดีจนต้องแก้ไขสถานการณ์ตรงหน้านี้ให้

                “ผมจะให้จุนซูนอนที่ห้องของผม” 

                “แล้วนายล่ะ...”  ร่างบางเลิกคิ้วแปลกใจกับความเสียสละของคนเป็นสามี

                “ผมก็นอนกับคุณในห้องนี้ไงล่ะ”  ยุนโฮตอบอย่างไม่สะทกสะท้าน  อันที่จริงแล้วให้จุนซูมาอยู่ที่นี่ก็เป็นข้ออ้างที่ดีที่จะทำให้เขาได้อยู่กับแจจุงทุกคืน

                “ใครเป็นเจ้าของบ้านกันแน่”  แจจุงอดที่จะค่อนขอดไม่ได้  ไม่ว่าอะไรยุนโฮก็ดูจะติดสินในเองทั้งหมด   แม้ว่าเขาจะไม่เห็นด้วยเรื่องที่ยุนโฮจะมาอยู่กับเขาทุกคืนแบบนี้เพราะแค่ครั้งเดียวก็ทำให้เขารู้สึกวุ่นวายใจได้มากมายขนาดนี้   แล้วถ้าต้องมีครั้งต่อไปหัวใจที่มักจะเต้นแรงของเขานี่ล่ะ จะทำยังไง

                “ผมขอโทษที่ต้องตัดสินใจเอง....แต่..”

                “ช่างเถอะ...เอาตามนั้นแล้วกัน”  แจจุงตัดบทโดยการหยิบผ้าเช็ดตัวเข้าห้องน้ำไปตามความตั้งใจแรกที่จะกลับมาอาบน้ำ  แต่พอได้ยินเสียงรถของยุนโฮเข้ามาเขาเองก็ไม่รู้ทำไมว่าจะต้องมานั่งรอและแกล้งอ่านหนังสือบ้าบอนั้นอยู่บนเตียง

                “ขอบคุณครับ”  ยุนโฮยิ้มบางเมื่อทุกสิ่งทุกอย่างเป็นไปตามที่เขาต้องการ  ทั้งญาติที่มีที่อยู่  รวมทั้งเขาที่จะได้อยู่กับร่างบางด้วย  

                “เมียนายสวยแล้วก็น่ากลัวเป็นบ้าเลยอ่า...”  จุนซูทำท่าลูบขนแขนที่มันลุกซู่ซ่าขึ้นเมื่อตอนที่ได้คุยกับแจจุงเมื่อสักครู่นี้

                “ไม่น่ากลัวอย่างที่นายคิดหรอกน่า....ป่ะจะพาไปที่ห้อง”  จุนซูส่ายหน้าพรืดกับคำพูดของยุนโฮ...ให้ตายก็ไม่เชื่อว่าจะไม่น่ากลัว  

                .

                .

                .

                หลังจากพาจุนซูไปยังห้องนอนของเขาเรียบร้อยแล้ว  ยุนโฮก็เดินยิ้มกริ่มกลับมาที่ห้องของแจจุง  แค่คิดว่าจะได้นอนกอดร่างหอมๆ นิ่มๆ ทุกคืนแล้วมันชวนให้รู้สึกสดชื่นมีชีวิตชีวาเสียจริง

                แต่ความคิดที่หวังเอาไว้ว่าจะทำอะไรต่อมิอะไรในยามค่ำคืนก็ต้องหยุดลงเมื่อทันทีที่เปิดประตูห้องเข้ามาก็พบว่า....ข้างเตียงขนาดคิงส์ไซส์นั้นมีหมอนวางอยู่ที่พื้นหนึ่งใบ  คิ้วเรียวฉายแววฉงนเสียจนแจจุงที่นั่งเป็นนางพญารอคอยการกลับมาของ...สามี?...ต้องรีบเฉลยให้หายข้องใจ

                “นั่นที่นอนของนาย...”  ร่างบางตวัดสายตามองลงไปยังหมอนใบใหญ่ที่แสนจะน่าสงสาร  ถูกบังคับให้ลงมาพลีกายอยู่ข้างล่าง

                “อะไรกัน...ทำไมผมต้องนอนข้างล่างล่ะ”  คิ้วของยุนโฮพันกันยุ่งเสียจนแจจุงนึกขำอยู่ในใจ  แต่ร่างบางก็ไม่ใจอ่อน   อยากจะดัดนิสัยคนชอบทำอะไรตามอำเภอใจไม่คิดจะถามคนอื่นบ้างเลยสักคำ

                “ก็นายเป็นคนยกห้องให้หมอนั่นเองนี่”  ร่างบางตอบอย่างไม่ใส่ใจ  ทีวีจอใหญ่ที่ตั้งตระหง่านอยู่ปลายเตียงก็ถูกกดเปลี่ยนช่องไปเรื่อยเปื่อยอย่างไม่คิดจะสนใจคนที่ยืนโอดครวญอยู่ข้างๆ

                “ผมเป็นสามีคุณนะ...คุณจะให้ผมนอนข้างเตียงแบบนี้ได้ยังไง”

                “นอนข้างล่าง..หรือ..กลับไปนอนห้องนาย”  ร่างบางเอ่ยอย่างเป็นต่อ  เขาจะไม่ยอมให้ผู้ชายคนนี้มามีอิทธิพลเหนือจิตใจของเขาไปมากกว่านี้อีกแล้ว

                “โอเค...ผมยอมนอนข้างล่าง”  ยุนโฮก็รับปากไปอย่างนั้น  คุณหนูจอมเอาแต่ใจกลับมาอีกแล้วทางที่ดีคือเขาต้องยอมตามน้ำไปก่อน

                ...เดี๋ยวตอนดึกๆ ค่อยย่องขึ้นไปนอนบนเตียงก็ได้....

                “ก็ดี...ฉันจะนอนแล้ว”  แจจุงสะบัดผ้าห่มก่อนจะปิดไฟเพื่อเป็นการแสดงให้เห็นว่าเขากำลังจะนอนแล้วจริงๆ  ร่างบางเขยิบไปนอนอีกฝั่งเพื่อจะได้ไม่ต้องอยู่ใกล้คนที่ทำให้เขาใจเต้นแรงแบบนี้

                แต่....

                “ผมรักคุณนะครับ”  ยุนโฮกระซิบที่ใบหูนิ่มก่อนจะย้ายตัวลงมานอนที่พื้น   ในขณะที่คนฟังชาวาบไปทั้งตัว

                ....ทำไมหัวใจของเขาก็ยังเต้นแรงอยู่ดี....

               

 

                กลางดึกสงัดที่ได้ยินเพียงแค่เสียงเครื่องปรับอากาศที่ทำงานเป็นอย่างดีจนคนที่ถูกบังคับให้นอนข้างเตียงต้องหนาวจนสั่นไปทั้งตัว   เพราะเมื่อตอนก่อนนอนเขาจงใจที่จะไม่เรียกร้องขอผ้าห่มน่ะสิ

                ร่างสูงค่อยๆ พาตัวขึ้นไปบนเตียงกว้างที่เหลือที่ว่างตั้งมากมายจนนอนได้อีกตั้งสามคน  มือหนาจัดการเปิดผ้าห่มที่คลุมตัวร่างบางขึ้นพร้อมกันพาตัวเองสอดเข้าไปอย่างแนบเนียน   แต่...ถ้าทำเพียงแค่นี้ก็จะไม่คุ้มกับการแอบขึ้นมาน่ะสิ   ชายหนุ่มยิ้มเจ้าเล่ห์ก่อนจะค่อยๆ สอดมือเข้าไปตรงเอวของภรรยาแสนสวยที่นอนตะแคงข้างหลับไม่รู้เรื่องรู้ราว

.....หลับลึกขนาดนี้จับปล้ำซะดีไหม....

“เจ้าคนฉวยโอกาส...”  แต่แล้วเสียงของคนที่คิดว่ากำลังหลับก็ดังขึ้นจนเขาแอบตกใจอยู่นิดหน่อยแต่ก็ออกแรงดึงร่างบางให้แนบชิดยิ่งกว่าเดิม   ในเมื่อเป็นแบบนี้ก็ไม่ต้องทำเบาๆ เพราะกลัวตื่นแล้วล่ะ

“ยังไม่หลับอีกเหรอครับ”  ยิ่งเห็นว่าแจจุงไม่ได้ดิ้นรนที่จะออกจากอ้อมแขนของเขา   ชายหนุ่มก็ยิ่งออกแรงโอบรัดให้แนบแน่นเสียจนแผ่นหลังบางแนบชิดอยู่กับอกกว้างของเขา

“หลับแล้วแต่ตื่นเพราะนาย”  แจจุงตัดสินใจโกหก  จะให้บอกไปได้ยังไงว่าเขานอนไม่หลับ    ไม่รู้ว่าเป็นเพราะอะไรที่ทำให้นอนไม่หลับรู้แต่ว่าคำบอกรักที่ผ่านมานานกว่าห้าชั่วโมงนั้นตอนนี้มันยังดังก้องอยู่ในหูเขาอยู่เลย

“ผมขอโทษนะ...แล้วต้องให้กล่อมหรือเปล่า”  ยุนโฮขอโทษจริงๆ จากใจแต่ประโยคหลังตั้งใจพูดให้แหย่ให้ร่างบางหันมาแง่งๆ ใส่เขาเสียมากกว่า

...คนเราบางทีก็แปลกนะ....ชอบโดนด่า...

“ใครอนุญาตให้นายขึ้นมาไม่ทราบ”  แจจุงรีบเปลี่ยนเรื่องกลบเกลื่อนความรู้สึกตื่นเต้นที่พาลนึกไปถึงเรื่องคืนนั้นที่เขายอมให้ยุนโฮทำหน้าที่สามีอย่างสมบูรณ์แบบ

“ผมอนุญาตตัวเอง”  ไม่เพียงแค่พูดเปล่ามือหนายังคงลูบไล้หน้าท้องแบนราบเพื่อเป็นการกล่อมอย่างที่พูดเอาไว้ในตอนแรก

....แต่นั่น..มั่นใจแล้วเหรอว่าเป็นการกล่อม.....

ร่างบางเกร็งหน้าท้องด้วยความรู้สึกสะท้านไปทั่วร่างเมื่อโ