[Fic] ---สามี--- Part 7-8

posted on 17 Sep 2011 19:18 by bronun-yunjae in Husband

Part 7

 

                เป็นเวลากว่าเที่ยงคืนแล้วที่บ้านตระกูลคิมเงียบเหงา  ไม่มีวี่แววของทั้งแจจุง  และยุนโฮ มีเพียงแม่บ้านคนเก่าคนแก่ที่คอยนั่งรอให้เจ้านายทั้งสองกลับมาเสียที

 

                ปกติแล้วคนที่มานั่งรออยู่จนดึกดื่นนั้นหนีไม่พ้น ชอง  ยุนโฮ และคนที่กลับดึกได้ทุกวี่ทุกวันก็หนีไม่พ้น  คิม  แจจุง  แม่บ้านก็อดที่จะแปลกใจไม่ได้ ทั้งที่เป็นวันแต่งงานวันแรก  ทั้งสองกลับขับรถออกไปคนละคัน  แถมป่านนี้ยังไม่มีใครกลับมาอีก 

 

                สามี...ภรรยา กันภาษาอะไร

 

                แน่นอนว่าแม่บ้านและบรรดาคนใช้ทั้งหลายไม่รู้ถึงเรื่องพินัยกรรมที่คิม  จุงอิลเขียนขึ้น  และแจจุงก็ไม่ได้อยากจะให้ใครรู้แต่อย่างใด  เขายินดีที่จะให้คนอื่นรู้ว่าเขาแต่งงานกับยุนโฮด้วยความรัก  เพราะเมื่อไหร่ที่หย่ากันไปจะได้ไม่มีข้อครหาว่า คิม  แจจุง หวงสมบัติ

 

                และเหตุที่ทำให้สองสามีภรรยาหมาดๆ ยังไม่กลับบ้านนั้น  เนื่องมาจาก ยุนโฮ ที่ออกไปทานอาหารเย็นกับแฟนเก่า  แล้วเธอก็ชวนไปดื่มต่อ ณ ผับหรู  ที่เดียวกับที่ แจจุงและยูชอนกำลังดื่มอยู่ด้วยกันพอดี

 

                ...อะไรจะบังเอิญขนาดนั้น...

 

                แน่ล่ะ....ผับหรูที่บรรดาไฮโซทั้งหลายจะสามารถทำอะไรตามอำเภอใจได้โดยที่ไม่มีปาปาราซซี่มือดีเอาไปลงข่าวก็มีอยู่เพียงที่นี่ที่เดียวเท่านั้น  และคุณหนูมิยองเองก็เป็นประเภทมั่วไม่เลือกหน้ามาตั้งแต่ไหนแต่ไรเพราะฉะนั้นก็ไม่แปลกที่จะเป็นลูกค้าประจำ

 

                “มิยอง...คุณเที่ยวที่แบบนี้ด้วยเหรอ”  ยุนโฮโดนควงแขนเดินเข้ามาในบรรยากาศสลัวๆ พร้อมกับเพลงจังหวะกระแทกหู  ไม่ใช่แนวของยุนโฮเลยสักนิด เขาไม่เคยมาเที่ยวที่แบบนี้และก็คิดว่าผู้หญิงไม่สมควรมาเช่นเดียวกัน

                “ค่ะ...สนุกออกจะตาย...ไปนั่งทางโน้นกันค่ะ”  มิยองลากยุนโฮไปนั่งโต๊ะที่เป็นมุมอับมากที่สุด  เธอคิดไว้ล่วงหน้าแล้วว่าถ้าอยากจะทำอะไรขึ้นมาจะได้ไม่ประเจิดประเจ้อเกินไปนัก

 

                ยุนโฮเดินตามด้วยใบหน้าที่ไม่เข้ากับจังหวะดนตรี  พลางคิดไปถึงภรรยาแสนสวยของเขาว่าทุกๆ คืนที่หายไปนั้นมาเที่ยวที่แบบนี้บ้างหรือเปล่า  แต่ถึงจะมายังไงแจจุงก็เป็นผู้ชายไม่ได้ดูน่าเกลียดอะไรสักหน่อย

 

                ระหว่างทางที่จะเดินไปถึงโต๊ะที่มิยองต้องการนั่ง  ยุนโฮก็บังเอิญเห็นร่างบางของแจจุงนั่งดื่มอยู่กับผู้ชายอีกคนที่เขาจำไม่ได้ว่าเคยเห็นหรือเปล่าแต่ที่รู้ๆคือไม่รู้จัก  ถึงอย่างนั้นยุนโฮก็วางใจเพราะแจจุงกับผู้ชายคนนั้นไม่ได้มีท่าทีที่จะเป็นคนรักกันได้เลย  ส่วนตัวเขาก็ต้องรีบหลบไปให้พ้นสายตาของร่างบางเพราะไม่อย่างนั้นเขาอาจจะเดือดร้อนก็เป็นได้

 

                นาฬิกาที่หมุนไปเรื่อยๆ โดยไม่รอนั่งท่องราตรีบวกกับบรรยากาศที่เริ่มแปลเปลี่ยนไปตามฤทธิ์แอลกอฮอล์ที่อยู่ในร่างกายทำให้มิยองเริ่มมีอาการที่อยากจะออกไปวาดลวดลายที่คิดว่าเซ็กซี่อยู่ตรงกลางฟลอร์เต้นรำ  มือบางฉุดกระชากให้ยุนโฮลุกมาด้วยกันแต่ชายหนุ่มส่ายหน้าปฏิเสธทำให้หญิงสาวทำหน้าไม่พอใจก่อนจะเดินออกไปเพียงคนเดียว

 

                ในขณะที่ยุนโฮได้นั่งจิบเบียร์เย็นๆ อยู่เพียงคนเดียวก็ใช้เวลานั้นคอยชำเลืองมองคนสวยของเขาอยู่เป็นระยะ  แต่ไม่ว่าจะมองกี่ครั้งแจจุงก็ทำแค่เพียงนั่งดื่มคนเดียวเงียบๆ ไม่ลุกขึ้นไปเต้นเหมือนเพื่อนของเขาที่มาด้วยกัน  เห็นแบบนี้แล้วก็อดที่จะโล่งใจไม่ได้

 

                .

                .

                .

                “แจจุง...เห็นแม่สาวแซกดำนั่นป่ะ หน้าอกหน้าใจบึ้ม น่าแอ้มมาก”  ยูชอนจ้องมองผู้หญิงคนหนึ่งที่ออกมาวาดลวดลายยั่วยวนอยู่กลางฟลอร์อย่างไม่ละสายตา

                “แล้วไง...จะแอ้มเหรอ”  แจจุงแค่ปลายตามองผู้หญิงคนนั้นแล้วก็หันมาถามเพื่อนรักเหมือนเช่นทุกครั้งที่ยูชอนมักจะหิ้วหญิงออกจากผับแล้วปล่อยให้เขากลับบ้านคนเดียว 

                “จะพลาดได้ยังไง...”  ยูชอนยิ้มกรุ้มกริ่มก่อนจะพุ่งตรงไปหาผู้หญิงคนนั้น  ทันที

               

แจจุงมองตามพลางส่ายหน้าด้วยความเอือมระอา  จะกลับอเมริกาอยู่แล้วแทนที่จะมานั่งดื่มกับเพื่อนก่อนกลับเห็นสาวเซ็กซี่สำคัญกว่าไปซะได้

 

 

 

“สวัสดีครับ....คนสวย”  ยูชอนกระซิบชิดริมหูในขณะที่ร่างกายก็ยังคงยักย้ายอยู่

“.........”  หญิงสาวไม่ตอบแต่ด้วยความที่ยูชอนหน้าตาดี  การแต่งตัวดี ถือว่าผ่านเกณฑ์ หญิงสาวจึงยิ้มยั่วยวนเป็นการตอบรับ

หลังจากนั้นทั้งสองคนก็ไม่ได้พูดอะไรกันมากมาย 

 

เพียงแค่เต้นกันแบบถึงเนื้อถึงตัว  

 

...ส่งสายตาแล้วก็เข้าใจกัน   เพียงไม่นานทั้งสองก็ออกไปพร้อมกัน

 

ทิ้งให้คนอีกสองคนนั่งดื่มอยู่เพียงลำพังที่โต๊ะของตัวเอง

               

 

                แจจุงนั่งมองเพื่อนซี้ตั้งแต่แรกจนถึงตอนที่หิ้วสาวสวยชุดดำออกไป  ก่อนจะก้มมองนาฬิกาเป็นเวลาตีสองพอดีที่เขาถูกเพื่อนรักทิ้งให้อยู่คนเดียว  ใจหนึ่งก็ยังอยากนั่งดื่มต่อ  อีกใจหนึ่งก็อยากกลับบ้านเพราะไม่อยากนั่งดื่มคนเดียว  สุดท้ายร่างบางก็ตัดสินใจเชคบิลก่อนจะกลับบ้านในเวลาเกือบจะตีสาม  และทันทีที่เห็นแจจุงเดินออกไปจากร้าน  ยุนโฮก็เดินตามออกไปทันทีโดยไม่สนใจว่ามิยองจะอยู่ที่ไหนทำอะไรเพราะตลอดเวลาเขาทำแค่เพียงนั่งมองแจจุงจึงไม่รู้ว่าสาวสวยที่มากับเขา  ถูกเพื่อนของแจจุงพาออกไปแล้ว

 

                “กลับมาแล้วเหรอคะคุณหนู”  แม่บ้านที่นั่งรอตั้งแต่หัวค่ำรีบวิ่งมารับเจ้านายทันทีที่เดินลงจากรถ  ร่างบางขมวดคิ้วเมื่อเห็นว่ารถของยุนโฮไม่ได้จอดอยู่อย่างที่ควรจะเป็น  เมื่อเห็นว่าเจ้านายทำหน้าแบบนั้นแม่บ้านก็รีบตอบแทนทันที

                “คุณยุนโฮออกไปข้างนอกเมื่อตอนเย็นน่ะค่ะ   ยังไม่กลับเลย” 

 

                แจจุงทำแค่เพียงพยักหน้าเพราะเขาเองก็ไม่ได้อยากรู้ว่าหมอนั่นจะไปไหนหรือทำอะไร  ร่างบางเดินขึ้นไปบนห้องนอนของตัวเองก่อนจะอาบน้ำและทิ้งตัวลงนอนด้วยความสบายใจ  แต่จนถึงตอนนี้ก็เป็นเวลาตีสี่กว่าๆ เขาก็ยังไม่ได้ยินเสียงรถของยุนโฮเลย 

               

                แต่งงานวันแรกก็ออกลายแล้วเหรอนายยุนโฮ

 

                ด้วยอคติที่มีอยู่ในใจจนเต็มเปี่ยมทำให้สมองไม่คิดถึงแง่ดี  แจจุงคิดเพียงแต่ว่ายุนโฮเอาเงินของเขาไปผลาญมากมายขนาดไหนแล้ว  แต่ก่อนจะได้คิดอะไรไปมากกว่านั้นรถของยุนโฮก็แล่นเข้ามาทันที

 

                “ตีสี่ครึ่ง”

               

                ร่างบางมองนาฬิกาที่หัวเตียงก่อนจะค่อยๆ เคลิ้มหลับไปราวกับว่า...

 

                การรอคอยสิ้นสุดลงแล้ว

 

                ยุนโฮที่กลับเข้ามาถึงก็รีบตรงดิ่งมาที่หน้าห้องของแจจุงเพราะคิดว่าร่างบางคงยังไม่นอน  เพราะว่าไม่น่าจะมาถึงก่อนหน้าเขานานนัก  แต่ประตูห้องล๊อก  ทำให้ยุนโฮหัวเสียอยู่ไม่น้อย เขาเองก็ลืมตกลงกับแจจุงไปเลยว่าต่อจากนี้ไปต้องนอนด้วยกันเพื่อป้องกันคำครหาจากแม่บ้านและสาวใช้ทั้งหลาย  แต่ถึงอย่างนั้นยุนโฮก็ยังอุตส่าห์ไปขอกุญแจที่แม่บ้านเพื่อจะเข้าไปนอนกับแจจุงให้ได้  โดยอ้างเหตุผลว่าแจจุงคงโกรธที่เขากลับมาช้าก็เลยล๊อกประตูห้องหนี

                “คุณหนูถูกตามใจมาแต่เด็ก    ทำใจหน่อยนะคะคุณยุนโฮ”  แม่บ้านบอกพลางส่งกุญแจใส่มือใหญ่  ยุนโฮยิ้มรับกับคำให้กำลังใจนั้น 

 

                เสียงลูกบิดประตูดังขึ้นแต่ไม่ได้ทำให้ร่างบางที่จมอยู่ในห้วงนิทราตื่นขึ้นมาได้  อาจเป็นเพราะฤทธิ์แอลกอฮอล์ด้วยส่วนหนึ่งที่ทำให้แจจุงหลับลึกเป็นพิเศษ  และนั่นก็เป็นเหตุผลที่ทำให้แจจุงต้องออกไปดื่มทุกวัน 

                ดื่มให้เมา   หลับสบาย  จะได้ไม่ต้องคิดถึงพ่อยังไงล่ะ....

 

                ยุนโฮค่อยๆ เดินมาที่เตียงที่แจจุงนอนอยู่  ร่างสูงทิ้งตัวลงนั่งบนพื้นเย็นเฉียบเพื่อต้องการมองหน้าหวานๆ ของแจจุงให้ชัด  ดวงหน้าขาวใสตัดกับแพรขนตาเงางาม  ปากอิ่มสีชมพูระเรื่อ  ดูๆ ไปแล้วแจจุงไม่ได้มีอะไรที่เหมือนคิม  จุลอิล เลยสักอย่าง  เหตุผลที่จุงอิลรักและตามใจแจจุงมากอาจเป็นเพราะแจจุงเหมือนแม่มากก็ได้

 

                มือหนาเลื่อนขึ้นหมายจะสัมผัสแก้มใสแต่ก็ต้องหยุดไว้เพียงเท่านั้น  ครั้งที่แล้วที่เขาเผลอจูบร่างบางตรงหน้านี้ไปก็โดนหาว่าเป็นพวกฉวยโอกาส  ต่อจากนี้จะไม่มีอีกแล้วเขาจะพยายามยับยั้งชั่งใจและทำแต่เพียงสิ่งที่แจจุงเต็มใจเท่านั้น  ยุนโฮคิดพลางยิ้มให้กับตัวเองก่อนจะไปอาบน้ำและทิ้งตัวลงนอนเคียงข้างกับแจจุงบนเตียง

                .

                .

                .

                .

                อีกด้านหนึ่ง  ณ  โรงแรมหรูที่ยูชอนและมิยองพากันมาเสพสุข 

                “อ๊า...อือ”  สะโพกบางโยกเป็นจังหวะที่รุนแรงอยู่บนร่างของยูชอน  ผ่านมาเพียงไม่กี่ชั่วโมงทั้งสองคนทำกิจกรรมบนเตียงร่วมกันไปหลายต่อหลายครั้ง  แม้ว่ายูชอนจะเหนื่อยมากแล้วแต่มิยองกลับไม่ยอมแพ้ขอเป็นคนจัดการทุกอย่างเอง  ร่างสูงจึงได้แต่นอนรอรับความสุขสมจากผู้หญิงที่เจอกันเพียงแค่ครั้งเดียวที่สำคัญยังไม่รู้จักชื่อเสียด้วยซ้ำ

 

                “อ๊ะ...อ๊า”  ยูชอนพลิกร่างบอบบางลงมานอนอยู่ใต้ร่างก่อนจะกระแทกร่างเข้าหาอย่างรุนแรง  มิยองครางไม่เป็นภาษาเมื่อเธอเองก็ไม่เคยเจอเซ็กส์ที่เร่าร้อนและถึงใจขนาดนี้มาก่อน   สะโพกบ้างโยกรับแรงกระแทกจากร่างด้านบนได้เป็นอย่างดี  เพียงไม่นานร่างสูงก็ปลดปล่อยน้ำแห่งความสุขสมในช่องทางที่ร่างกายเขาทำความรู้จักมาทั้งคืน

 

                ยูชอนทั้งเหนื่อยและหอบนั่งมองหญิงสาวที่หลับพริ้มอยู่ใต้ผ้าห่มด้วยความรู้สึกสมเพช  ถึงแม้ว่าเขาจะอยู่อเมริกามาตั้งแต่เด็กเรื่องพวกนี้ก็เป็นเรื่องธรรมดา  แต่เขาก็ยังไม่เคยเจอผู้หญิงที่ร่านสวาทไม่รู้จักพอเหมือนผู้หญิงคนนี้เลย  ร่างสูงอาบน้ำชะล้างร่างกายภายในห้องน้ำของโรงแรมก่อนจะเดินจากไปโดยไม่แม้แต่จะหันมามองหญิงสาวที่มีความสุขร่วมกันมาทั้งคืน

 

                ....ก็แค่  one night stand....

 

 

                “อืม..”  ร่างบอบบางลืมตาลุกขึ้นนั่งห้อยขาลงจากเตียงทั้งสองข้าง  บิดขี้เกียจพร้อมส่งเสียงเล็กน้อยเมื่อขาเรียวยาวลุกขึ้นจะเดินไปเข้าห้องน้ำ  ก็ต้องแปลกใจเมื่อเห็นอะไรบางอย่างอยู่บนเตียงของเขา  เมื่อแจจุงเดินเข้าไปใกล้ๆ ก็พบว่าคนที่กำลังนอนหลับตาพริ้มอยู่นั้นคือยุนโฮนั่นเอง

 

                ดวงตากลมโตเบิกกว้างขึ้นด้วยความตกใจ  หมอนี่เข้ามาตอนไหนทำไมเขาถึงไม่รู้เรื่องอะไรเลย  มือบางเอื้อมเข้าไปใกล้ๆ ไหล่หนาหมายจะปลุกให้ตื่นขึ้นมาคุยกันให้รู้เรื่องเพราะตอนนี้  คิม  แจจุง กำลังโมโหมาก  นี่คือห้องของเขาหมอนี่มีสิทธิ์อะไรเข้ามานอนโดยที่ไม่ได้ขออณุญาติ

 

                “นี่...นาย.....ยุนโฮ”  แจจุงเขย่าแรงๆ แต่ก็ไม่มีวี่แววว่าคนตัวสูงจะตื่นมือบางทั้งสองข้างจึงต้องออกแรงเขย่าให้มากขึ้น  แต่ในขณะเดียวกันคนที่คิดว่ากำลังหลับอยู่นั้นก็ลืมตาขึ้นมาพร้อมกับดึงแขนทั้งสองข้างที่กำลังเขย่าเขาอย่างเอาเป็นเอาตายนั้นให้หยุดลง   แจจุงที่ไม่ทันได้ตั้งตัวก็ถูกกระชากลงจนใบหน้าหวานๆ ซบลงกับอกแกร่งอย่างรุนแรง 

 

                “โอ๊ย..”  คางเรียวสวยกระแทกกับแผ่นอกแกร่งที่เต็มไปด้วยมัดกล้าม  ทำให้ยุนโฮได้สติ  เขาไม่ควรดึงตัวแจจุงลงมาแบบนั้น  เขาสัญญากับตัวเองไว้แล้วว่าจะไม่ทำอะไรที่แจจุงไม่เต็มใจ  แจจุงขืนตัวออกมาจากอกแกร่งด้วยความโมโหที่มากกว่าเดิม

 

                “นายเข้ามานอนในห้องของฉันได้ยังไง”  เสียงหวานที่เรียกได้ว่าตะคอกนั้นทำเอายุนโฮตกใจจนต้องลุกขึ้นมานั่ง 

 

                “แล้วกล้าดียังไงมาดึงฉันไปกอด”  ใบหน้าหวานๆ ที่โมโหจนหน้าดำหน้าแดงจนยุนโฮแทบจะแยกไม่ออกว่านั่นคืออาการเขินหรือโกรธจัดกันแน่ 

           &n