Part 20

 หลังจากงานเลี้ยงจบลง  แจจุงก็รับหน้าที่เก็บทำความสะอาดจานชามทั้งหลายด้วยความเกรงใจป้าจินและสาวใช้คนอื่นๆ เพราะตอนนี้ก็ดึกมากแล้ว   

"แจจุง...พี่ขอคุยอะไรด้วยหน่อยสิ" ในขณะที่ร่างบางกำลังยืนล้างจานอยู่  พี่สาวคนสวยก็เดินมาด้านหลังอย่างเงียบเชียบก่อนจะพูดขึ้นทำให้แจจุงสะดุ้งด้วยความตกใจ

"คะ ครับ"  อาการของคนมีแผลมีอยู่ในใจ  พวกกับอารมณ์ตกใจยิ่งทำให้ดูรุกรี้รุกรนจนเหมือนเป็นคนมีความผิด  ยิ่งทำให้จางรินสงสัย   เธอยืนมองน้องชายอยู่อย่างนั้นไม่ไปไหน  เพื่อรอให้จานกองโตนั้นหมดลงและเดินออกไปพร้อมกัน

ใบหน้าสวยงามแบบผู้หญิงจ้องมองน้องชายไม่วางตา  เธอเฝ้ามองผู้ชายตรงหน้ามาตั้งแต่เกิด  เด็กน้อยน่ารักที่เกิดมาท่ามกลางความรักของทุกคน  เด็กผู้ชายที่มีใบหน้าสวยหวานยิ่งกว่าผู้หญิงจนทำให้เธออิจฉาอยู่ลึกๆ แต่ด้วยความที่พ่อและแม่รักเธอและแจจุงอย่างเท่าเทียมกันจึงไม่ทำให้เธอรู้สึกริษยาน้องชายแต่อย่างใด   จนกระทั่งวันที่ทั้งพ่อและแม่เสียชีวิตลงพร้อมๆ กัน  ยิ่งทำให้เธอต้องคอยดูแลน้องชายคนนี้ตามลำพัง   ทุกสิ่งทุกอย่างที่เธอทำก็เพื่อแจจุงทั้งนั้น   รักจนไม่มีข้อแม้ใดใด  แต่ทำไมวิธีตอบแทนความรักของแจจุงถึงได้โหดร้ายกับเธอถึงเพียงนี้

"ยุนโฮคุยกับพี่ว่าจะย้ายไปอยู่อเมริกา"  จานกองโตนั้นดูจะไม่ยุบลงง่ายๆ หญิงสาวจึงเลือกที่จะพูดขึ้นมาในตอนนี้เลย

เคร้งงง!!!

ในขณะที่มือบางก็ปล่อยจานให้หลุดมือโดยที่ไม่รู้ตัว   

ยุนโฮจะหนีเขาไปอย่างนั้นเหรอ?

"เขาอยากให้ลูกไปโตที่โน่น  เรียนที่โน่น  พี่ก็เห็นด้วยนะ"  เธอเลือกที่จะโกหก  เธอรู้ว่ายุนโฮไม่มีทางที่จะเป็นคนชวนไปอยู่ที่อื่นอยู่แล้ว  แต่ถ้าหากเป็นเธอที่อยากไป  ชายหนุ่มคงไม่กล้าที่จะขัดใจ  ในขณะที่พูดไปจางรินก็ลอบสังเกตุปฏิกิริยาของน้องชายไปด้วย

และเห็นว่ามีพิรุธอย่างชัดเจน...

"ทำไมล่ะ...กลัวจะคิดถึงพี่เหรอแจจุง"  จางรินถามต่อเมื่อเห็นว่าน้องชายเงียบไป  เธอเองก็ไม่อยากทำแบบนี้  ถ้าเธอไม่ได้ตั้งท้อง  เธอจะถามยุนโฮเพียงแค่คำเดียวว่ารักใคร

ถ้าหากรักเธอ...เธอก็จะทำทุกอย่างให้แจจุงพ้นไปจากชีวิต

แต่ถ้าหากรักแจจุง....เธอจะยอมเป็นคนจากไป

แต่ทุกอย่างไม่ได้สวยหรูเหมือนในนิยาย  ในเมื่อตอนนี้เธอมีลูกน้อยอยู่ในท้อง  ไม่ว่าอย่างไรก็จะไม่ยอมเสียพ่อของลูกไปให้ใครทั้งนั้น

"เอ่อ...ก็ดีเหมือนกันนะครับ"  ไม่รู้จะพูดอะไรให้ดีไปกว่านี้  มือทั้งสองข้างมันสั่นเทาจนแทบจะถือจานเอาไว้ไม่อยู่  หัวใจดวงน้อยก็เต้นระรัวจนกลัวว่ามันจะแหลกละเอียดในไม่ช้า

"ถ้าแจจุงว่าดี...พี่ก็ว่าอีกสักสองอาทิตย์ก็คงจะไปแล้วล่ะ   เพราะพี่ก็ให้เพื่อนที่อยู่ทางโน้น   หาที่อยู่แบบชั่วคราวให้แล้วล่ะ"  แจจุงรู้สึกว่าในยามนี้พี่สาวของเธอช่างไม่ต่างอะไรไปจากซาตานหน้าสวยที่กำลังจะมาพรากความรักของเขาเลย

"แต่ผมว่าตอนนี้พี่ควรจะไปนอนได้แล้วนะครับ  คนท้องนอนดึกไม่ดีนะ"  แจจุงเปลี่ยนเรื่องคุย  เพราะไม่อยากรับฟังอะไรที่มันจะทำให้หัวใจของเขาเจ็บปวดอีกต่อไปแล้ว

"จ้ะ ฝันดีนะจ๊ะแจจุง"  จางรินยิ้มหวานให้น้องชายหนึ่งครั้งก่อนจะเดินจากไป  

แต่รอยยิ้มสวยๆ นั้น  ไม่ได้ทำให้แจจุงรู้สึกดีได้เลย  ดวงตากลมโตเริ่มพร่าเลือนไปด้วยหยาดน้ำตาที่พากันไหลมาเอ่อคลอพร้อมที่จะร่วงหล่นลงมาได้ตลอดเวลา 

หยดน้ำตาที่พร้อมจะไหลออกมาเพราะความรักของตัวเอง


.......................................................................................................................

บรรยากาศภายในรถคันหรูแสนเงียบเชียบเมื่อผู้โดยสารหนึ่งคนและคนขับหนึ่งคนมัวแต่คิดทบทวนในเรื่องของตัวเองจนไม่มีกระจิตกระใจที่จะมานั่งสนทนากันเหมือนอย่างเคย      ดวงตาเรียวเล็กทอดออกไปยังวิวทิวทัศน์ข้างทางแต่ก็ไม่มีภาพอะไรสักอย่างที่เข้ามาในสมอง   เพราะตอนนี้ในทุกพื้นที่ของรอยหยักมีแต่ข้อเสนอของชอง  ยุนโฮ  ที่มันดูน่าสนใจยิ่งกว่ากระเป๋าเสื้อผ้าที่ลดราคากันเจ็ดสิบเปอร์เซ็นต์เสียอีก

เขาไม่รู้หรอกว่าจุดประสงค์ของยุนโฮนั้นคืออะไร  เป็นเพราะใบหน้าหล่อคมของชายหนุ่มนั้นไม่ได้บ่งบอกอะไรเลย    แต่ไม่ว่าจุดประสงค์ของอีกฝ่ายจะเป็นอะไร มันก็เป็นการดีไม่ใช่เหรอที่จะทำให้เขาได้สมหวังในความรักสักที

"..ซู...จุนซู.."  เสียงเรียกของคนข้างๆ เรียกสติของร่างเล็กให้กลับคืนมา   เมื่อมองดูรอบๆ ก็พบว่ารถคันหรูหยุดเคลื่อนที่ไปแล้วพร้อมกับจอดอยู่ที่บริเวณลานจอดรถของคอนโดเขาอีกด้วย  

"คะ ครับ"  จุนซูสอดส่ายสายตาล่อกแล่กตามประสาคนมีความผิดติดตัว  ผิดกับยูชอนที่ดูจะอ่อนแรงมากเสียจนไม่ได้สนใจรอบข้างเลยด้วยซ้ำว่ากำลังมีใครเป็นอะไร

"ถึงแล้ว..."  พูดเพียงสั้นๆ ที่เป็นความหมายในแบบยาวๆ ที่จุนซูตีความได้คือ ...ถึงแล้ว  รีบลงไปสักทีสิ...

แต่นั่น..มันก็แค่สิ่งที่จุนซูคิดไปเองคนเดียวเท่านั้นเอง

"ครับ...คุณจะขึ้นไปพักผ่อนก่อนหรือเปล่า"  จุนซูไม่ได้หวังให้มีอะไรมากไปกว่านั้นเพราะในตอนนี้สภาพของเจ้านายนั้นสมควรที่จะได้รับการพักผ่อนอย่างมากจริงๆ

ทำไมนะ...ได้ไปเจอกับแจจุงแทนที่จะมีความสุข  แต่กลับดูเหมือนเป็นคนอมทุกข์อย่างมากมายมหาศาล

"อืม..ก็ดีเหมือนกัน  ขอบคุณนะ"  ยูชอนไม่รู้ว่าจะปฏิเสธไปทำไม  หัวสมองของเขามันอ่อนล้าเสียจนไม่อยากจะใช้เท้าเหยียบคันเร่งเลยด้วยซ้ำไป

"คุณมีอะไรไม่สบายใจ...บอกผมได้นะ"  เมื่อทิ้งตัวลงบนโซฟาได้  ยูชอนก็หลับตาพริ้มเอามือก่ายหน้าผากเหมือนนักธุรกิจร้อยล้านพันล้านที่กำลังจะล้มละลายภายในอีกไม่กี่นาทีนี้

"....................."  ยูชอนใช้เพียงความเงียบเท่านั้นที่เป็นคนตอบ   จุนซูเองก็เข้าใจ  คนเราถ้ามีเรื่องไม่สบายใจ  อันดับแรกที่จะนึกถึงนั่นคือการอยู่กับตัวเอง

"ถ้าอย่างนั้นคุณนอนพักไปก่อนก็ได้สบายดีเมื่อไหร่แล้วค่อยกลับ....ที่นี่ต้อนรับคุณเสมอ"  จุนซูพูดก่อนจะหมุนตัวเพื่อเดินไปจากตรงนั้น   แต่ยังไม่ทันได้ก้าวขาข้อมือบางก็ถูกจับและกระชากตัวเข้าไปสู่อ้อมกอดของคนที่นอนอยู่บนโซฟาเสียก่อน

"...................."  ยูชอนยังคงไม่พูดอะไรเช่นเดิม  แต่อ้อมกอดแข็งแกร่งนั้นกลับโอบรอบเอวบางของจุนซูเอาไว้อย่างเหนียวแน่น

"คุณเป็นอะไร"  จะไม่ให้สงสัยได้ยังไง  ตั้งแต่รู้จักกันมายูชอนไม่เคยทำปฏิกิริยาที่แสดงออกถึงความอบอุ่นเช่นนี้

"ไม่รู้สิ....แจจุงกับคุณยุนโฮน่ะ เค้ารักกัน...มาตั้งนานแล้ว"  ยูชอนตัดสินใจพูดมันออกมาทั้งที่ควรจะเก็บเอาไว้เป็นความลับ  เพราะถ้าเรื่องนี้แพร่กระจายไปถึงหูของจางรินเมื่อไหร่  คนที่เขารักก็จะเจ็บปวด

"ห๊ะ!!!!"  เหมือนจะเป็นกุญแจไขความกระจ่างให้จุนซูทุกอย่าง  เขาเข้าใจเหตุผลแล้วว่าทำไมยุนโฮถึงได้อยู่ข้างเขา   เป็นเพราะไม่อยากจะเสียแจจุงไปเช่นกัน  แต่ถึงอย่างนั้นก็ไม่เห็นจะมีทางไหนที่ยุนโฮกับแจจุงจะร่วมทางกันได้เลย   ตราบใดที่ยังมีจางรินอยู่อย่างนี้

"ตกใจล่ะสิ   ฉันเองก็ไม่แพ้กัน......แต่วันนี้ที่ฉันเศร้ามันเป็นเพราะ   ฉันกำลังมองข้ามอะไรไปโดยที่ไม่รู้ตัวหรือเปล่า"  ยูชอนจงใจจ้องเข้าไปในดวงตาของจุนซู  เพื่อสื่อความหมายให้รู้ว่าเขาไม่ได้โกหก

"............"  จุนซูเลือกที่จะเงียบเพื่อฟังในสิ่งที่ยูชอนต้องการจะพูด

"ฉันกำลังไขว่คว้าหัวใจของคนที่ไม่ว่ายังไงก็ไม่มีทางเป็นของฉัน.....ในขณะที่นายเองก็กำลังทำอยู่เช่นเดียวกัน"

"ทำไมฉันไม่เคยคิดเลยนะว่านายเองก็รู้สึกเหมือนกันกับฉัน"

"เราน่ะ..หัวอกเดียวกัน  ว่าไหม?"  

"ไม่หรอก....เพราะแจจุงไม่เคยผลักไสคุณ   ในขณะที่คุณดันผมให้ออกห่างอยู่ตลอดเวลา"  น้ำตาของจุนซูหยดลงบนใบหน้าของยูชอนด้วยความเจ็บปวด  

บางครั้งแม้แต่ตัวเขาเองยังนึกอิจฉายูชอน  ที่แจจุงไม่เคยตัดความสัมพันธ์   แจจุงยอมให้ยูชอนอยู่เคียงข้างในฐานะเพื่อน

ในขณะที่เขาไม่เคยได้รับสิทธิที่จะอยู่เคียงข้างยูชอนในแบบนั้นเลย   นอกจากเวลางานแล้วเขาแทบจะเป็นคนอื่นในสายตาของยูชอน  

"นั่นสินะ....อาจเป็นเพราะฉัน...ปกป้องหัวใจของนาย   และหัวใจของฉันเอง"  

.......................................................................................................................................

เป็นเวลากว่าสองชั่วโมงที่ทุกอย่างในครัวกลับมาสะอาดเอี่ยมอีกครั้ง  แจจุงมองดูผลงานของตัวเองตรวจเชคความเรียบร้อยอีกครั้งก่อนจะเดินเข้าห้องด้วยหัวใจที่เหนื่อยล้า    เขาไม่เคยคิดเลยว่าทุกอย่างจะลงเลยแบบนี้

ไม่เคยคิดว่ายุนโฮจะหนีเขาไป

เมื่อคิดถึงชีวิตในอนาคตข้างหน้าที่จะไม่มียุนโฮอยู่เคียงข้างอีกแล้วน้ำตาก็พาลไหลออกมาเสียให้ได้  ร่างบางคว้าผ้าเช็ดตัวก่อนจะพาตัวเองเข้าไปชำระล้างร่างกายให้สมองได้รู้สึกปรอดโปร่งขึ้นมาบ้าง  ไม่กี่นาทีเรือนกายหอมฉุยไปด้วยกลิ่นครีมอาบน้ำก็เดินออกมาด้วยร่างกายเปลือยเปล่าที่ถูกคลุมเอาไว้เพียงแค่เสื้อคลุมอาบน้ำเท่านั้น    และสิ่งที่ไม่คาดฝันนั่นคือมีใครบางคนนอนรออยู่บนเตียง

"ยุนโฮ..."  ใครบางคนที่ทำให้เขาร้องไห้จะจมูกแดงกล่ำอยู่ ณ เวลานี้

"แจจุง...ทำไมตาช้ำแบบนี้..ร้องไห้เหรอ  ใครทำอะไร  บอกยุนโฮมานะ"  ชายหนุ่มปรี่เข้าไปหาคนรักด้วยความว่องไว   นอกจากเขาแล้วจะมีใครที่ทำให้แจจุงเสียน้ำตาได้อีก

"มาทำไม...พี่จางรินล่ะ"  เสียงหวานที่ฟังดูทั้งสั่น  ทั้งแข็งไปในเวลาเดียวกันไม่ได้ทำให้ยุนโฮรู้สึกถึงความน่ากลัวได้เลย

"นอนไปแล้ว...ร้องไห้ทำไมครับคนดี"  มือกร้านโอบประคองใบหน้าเนียนสวยให้หันมาสบตากันตรงๆ เพราะแจจุงเอาแต่หันหน้าหนีอยู่อย่างนั้น

"จะทิ้งแจจุงแล้วใช่ไหม"  คนสวยแสนซื่อที่ไม่ว่าจะยังไงก็ไม่เคยพูดอะไรได้นอกเหนือจากที่ใจคิดเลย  แจจุงเลือกที่จะถามไปตรงๆ เพราะเขาทั้งสองคนไม่เคยมีเวลามากพอที่จะอ้อมค้อมไม่ว่าจะเรื่องใดใด

"หา.."  ยุนโฮอ้าปากค้างด้วยความงุนงง   เขาไปคิดที่จะทิ้งร่างบางนี้ตอนไหน  ถ้าเป็นพี่สาวล่ะสิไม่แน่

"พี่จางรินบอกว่ายุนโฮอยากไปอยู่อเมริกา...อยากให้ลูกไปโตที่นั่น  และกำลังจะไปเร็วๆ นี้"  อาการเหวอของยุนโฮยิ่งทำให้แจจุงรู้สึกหงุดหงิดเพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัว

จะทิ้งเขาแล้วแกล้งทำเป็นไม่รู้เรื่องอย่างนั้นเหรอ

"อะไรกัน....ยุนโฮไม่ได้อยากไปสักหน่อย  จางรินเองนั่นแหละที่เป็นคนอยากไป....หรือว่า"  ยุนโฮพูดขำๆ เพราะคิดว่าสาเหตุที่แจจุงร้องไห้นั้นอาจเป็นเพราะกลัวว่าเขาจะทิ้งไปนั่นเอง  แต่รอยยิ้มก็ต้องหุบลงเมื่อนึกอะไรขึ้นมาได้

"หรือว่า....จางรินจ