[Fic] ~[[[อุ่นไอรัก]]]~ Part 24
posted on 05 Oct 2008 17:46 by bronun-yunjae in Fulllove
เช้าวันแรกในการเปิดเทอมใหม่ของพ่อหมีและจีฮเยดูจะวุ่นวายมากขึ้นเป็นพิเศษ ตอนนี้เป็นช่วงฤดูหนาวเครื่องแบบชุดนักเรียนก็เลยต้องเปลี่ยนไปตามสภาพอากาศ หญิงสาวดูจะตื่นเต้นไม่น้อยที่ต้องใส่เสื้อผ้าแบบใหม่ รวมทั้งพ่อหมีที่เจริญอาหารเสียจนกางเกงสแล๊คดูจะเล็กไปเสียแล้ว
"แจ ติดกระดุมไม่ได้อ่ะ" ยุนโฮพยายามอยู่นานในการติดกระดุมกางเกงนักศึกษาตัวเดิมที่เคยใส่เมื่อเทอมที่แล้ว
"พ่อหมี อ้วนขึ้นอีกแล้วล่ะสิ" ก้อนเนื้อที่อยู่ตรงท้องเป็นหลักฐานชิ้นดี เมื่อแจจุงมายืนอยู่ตรงหน้าพ่อหมีพร้อมทั้งช่วยติดกระดุมให้นั้น แลดูท้องของพ่อหมีจะใหญ่กว่าท้องของแม่จ๋าที่มีเจ้าตัวน้อยวัยสามเดือนอยู่ซะอีก
"ทำยังไงดีล่ะ" ยุนโฮหน้านิ่วคิ้วขมวด ถ้าพยายามก็จะติดได้อยู่หรอกแต่ว่ามันก็จะอึดอัดมาก
"ใส่กางเกงยีนส์ไปได้มั๊ย" แจจุงหยิบกางเกงยีนส์สีซีดที่ปกติยุนโฮจะใส่เอวต่ำมันก็ใหญ่เป็นธรรมดาอยู่แล้ว
"มันก็ได้" ยุนโฮถอดกางเกงสแล๊คออกแล้วสวมกางเกงยีนส์เข้าไปทันที
"เร็วๆ เข้าจะได้ไปกินข้าว" แจจุงเก็บที่นอนที่ยุ่งเหยิง พลางตรวจดูกระเป๋าของยุนโฮให้เรียบร้อย
"คร๊าบบบบ"
ไม่นานนักทั้งสองคนก็เดินลงมา โดยพ่อหมีประคับประคองแม่จ๋าอยู่ไม่ห่าง ด้วยกลัวว่าคุณแม่ลูกสองจะตกบันไดลงไป
"แม่จ๋าาาา" เสียงเรียกที่ดังมาแต่ไกล พร้อมกับเจ้าตัวเล็กที่วิ่งมารออยู่ตรงบันไดขั้นสุดท้าย
"ว่ายังไงครับลูก" ทันทีที่เท้าเล็กเหยียบถึงพื้นก็หอมแก้มลูกชายไปฟอดใหญ่
"หนูอยากกินไอติมจังเลย" เสียงเล็กที่ออดอ้อนฟังดูน่าสงสาร ทำให้แจจุงหันไปมองยุนโฮทันทีเพื่อขออนุญาติ
"อากาศข้างนอกมันหนาวมากเลยนะลูก หิมะก็กำลังตกด้วย" ยุนโฮอุ้มลูกชายให้ดูละอองสีขาวที่ร่วงหล่นสู่พื้นผ่านกระจกใสบานใหญ่ในบ้าน
"หนูไม่หนาว แม่จ๋าให้หนูใส่เสื้อตัวหนาๆ ตั้งหลายตัวแล้วนะ" จริงอย่างที่เจ้าตัวเล็กพูด เด็กน้อยที่ตัวอ้วนกลมอยู่แล้ว ดูกลมเข้าไปใหญ่เพราะเสื้อกันหนาวที่ถูกสวมทับเข้าไปหลายชั้น
"ยุนโฮมากินข้าวเถอะ เดี๋ยวจะไปเรียนสายนะ" แจจุงที่ตักข้าวใส่ถ้วยวางเตรียมเอาไว้ให้เรียบร้อย ร้องเรียกคนรัก
"พ่อหมีเร็วๆ สิ เค้าตื่นเต้นจะตายอยู่แล้วนะ" จีฮเยที่นั่งประจำที่ อยู่ที่โต๊ะกินข้าวร้องเรียกสมทบอีกคน
"ตื่นเต้นทำไม ทำอย่างกับเด็กน้อยแรกรุ่นที่เข้าโรงเรียนเป็นครั้งแรก"
"อะไร เค้าคิดถึง.......เพื่อน จะตายอยู่แล้วนะ" เสียงหวานแผ่วลงด้วยความเขินอายเมื่อคิดถึงชายหนุ่มที่เพิ่งจะเป็นแฟนกันหมาดๆ
วันนั้นหลังจากที่กลับจากร้านไอศครีมเพื่อนๆ ทุกคนก็เปิดประเด็นว่ากำลังสงสัยว่าชางมินกับชินจีจะไม่ได้เป็นอะไรกันจริงๆ พอถัดมาอีกวันเพื่อนของเค้าก็ถามออกไปตรงๆ ซึ่งก็ได้ความว่าชางมินชอบจีฮเย ส่วนชินจีนั้นชางมินเพียงหวังว่าจะช่วยให้ได้ใกล้ชิดกับจีฮเยได้มากขึ้น เมื่อชางมินได้ฟังเรื่องราวจากเพื่อนๆ ของจีฮเยว่าชินจีไปบอกกับทุกคนว่าเธอเป็นแฟนกับเค้า ชางมินก็ไม่พอใจเป็นอย่างมาก ตั้งแต่นั้นทั้งชางมิน จีฮเย และเพื่อนในกลุ่ม ก็ปิดเป็นความลับในเรื่องที่ทุกคนรู้ความจริงหมดแล้ว เพราะอยากจะรู้ว่าชินจีจะทำอะไรต่อไปกันแน่
"คิดถึงเพื่อน แหวะ คิดถึงชางมินล่ะสิ" ใช้ชีวิตด้วยกันมาตลอดทำไมจะไม่รู้ล่ะว่าน้องของตัวเองรู้สึกยังไง ช่วงปิดเทอมที่ออกไปเที่ยวด้วยกันบ่อยๆ แม่ก็โทรไปเล่าให้เค้าฟังทุกครั้ง คุณปู่ก็พลอยยินดีไปด้วยที่หลานสาวแก่นกระโหลกจะมีแฟนเป็นตัวเป็นตนกับเค้าสักที
"ไม่ต้องมาพูดเลยนะ" มือบางหยิบตะเกียบขึ้นมาจิ้มข้าวเล่นด้วยความเขินอาย ใบหน้าเล็กแดงกล่ำจนถึงใบหู
"ยุนโฮเลิกแซวน้องได้แล้ว เสียเวลากินข้าว" แจจุงที่กำลังป้อนข้าวเจ้าตัวเล็กอยู่ก็รีบเอ่ยห้ามเมื่อเห็นว่าสองพี่น้องไม่ได้มีท่าทีว่าจะเริ่มกินข้าวกันสักที ทั้งๆ ที่เวลาก็เริ่มสายเข้าไปทุกที
"คร๊าบบบ" ยุนโฮรีบก้มหน้าก้มตากินข้าวด้วยแววตากรุ้มกริ่ม พร้อมๆ กับจีฮเยที่กินด้วยความเขินอาย ก็แค่มีแฟนจะเป็นอะไรนักหนาล่ะ
.
.
.
"ยูชอน ถามอะไรหน่อยสิ" ร่างเล็กที่นั่งนิ่งอยู่บนรถมานานเอ่ยปากขึ้น
"ว่ามาสิ" ยูชอนที่กำลังตั้งสมาธิกับการขับรถ เอ่ยขึ้นมาเบาๆ
"นายชอบคุณโบอาเหรอ" คำถามที่ค้างคาใจมานานแสนนาน หนุ่มหล่อแสนดีอย่างยูชอน กับ หญิงสาวสวยเก่งอย่างโบอา ช่างเหมาะสมกันเสียจนเค้ากลัว.......
"หือ ทำไมถามอย่างนั้นล่ะ"
"ก็เห็นว่านายพาคุณโบอาไปเที่ยวด้วยกันบ่อยๆ คุณโบอาเธอก็ดูจะชอบนายไม่ใช่น้อยเลยนะ"
"งั้นเหรอ" ยูชอนปฏิเสธไม่ได้ว่ารู้สึกดีดีกับโบอา แต่ก็ไม่ได้คิดเกินเลยไปมากกว่านี้ คนที่ชอบจริงๆ คือคนที่นั่งอยู่ข้างๆ นี่ต่างหาก
"นี่ แล้วนายชอบเธอหรือเปล่าล่ะ"
"ชอบล่ะมั๊ง" ตอบแบบนี้น่าจะดีกว่า เค้าไม่รู้ว่าคนตัวเล็กข้างๆ นี้รู้สึกกับเค้ายังไง เค้าไม่อยากทำให้ความรู้สึกของตัวเองมาทำลายความรู้สึกดีดีที่มีให้กันมาโดยตลอด
"งั้น เหรอ" น้ำเสียงที่เงื่อนหงอยลงอย่างเห็นได้ชัด ทำให้ยูชอนเลิกคิ้วด้วยความสงสัย แต่ไม่ได้ซักถามอะไรมากไปกว่านี้ ทั้งสองคนปล่อยให้ความเงียบเข้าครอบงำจนกระทั่งถึงบริษัท
"ยูชอนคะ ชั้นไปเที่ยวต่างจังหวัดมาก็เลยซื้อขนมมาฝาก" ทันทีที่เดินเข้ามาในตึก หญิงสาวที่เป็นหัวข้อสนทนาของเค้ากับจุนซูก็เดินเข้ามาหาทันที
"ลำบากแย่เลย ขอบคุณนะครับ" ยูชอนรับขนมมาด้วยความยินดี ผิดกับจุนซูที่เพียงแค่ยิ้มให้โบอาเล็กน้อยก่อนจะเดินเข้าห้องทำงานไปทันที
"ไม่เป็นค่ะ ชั้นเต็มใจ" หญิงสาวยิ้มเอียงอาย จนยูชอนก็รู้สึกเขินไปด้วยเช่นกัน
"เอ่อ ไปทำงานกันดีกว่านะครับ เดี๋ยวเจ้านายจะออกมาว่า" ยูชอนพยักเพยิดไปยังประตูห้องของจุนซู พลางทำท่าล้อเลียนเวลาที่จุนซูออกมาตำหนิยามที่เค้ากับโบอาคุยเล่นกันมากเกินไปจนเสียการเสียงาน
กระจกใสถูกกีดกั้นการมองเห็นด้วยมู่ลี่สีขาวสะอาดตามือเล็กแหวกช่องมู่ลี่เพื่อมองออกไปด้านนอกภาพที่เห็นคือชายหนุ่มกับหญิงสาวที่คุ้นเคย กำลังทำงานพลางยิ้มและคุยเล่นด้วยกันอย่างสนุกสนานใบหน้าเล็กหลุบต่ำลงด้วยความเศร้าใจ........
.............อยากจะไล่ผู้ชายคนนี้ออกจากบริษัท..............
................อยากจะให้อยู่แต่ในบ้าน...........
..........ให้เป็นเพียงคนขับรถของเค้าคนเดียวก็พอ..............
**************************
"พี่ เย็นนี้ไม่ต้องมารับนะ" จีฮเยพูดในขณะที่มือบางทั้งสองข้างกำลังช่วยกันปลดเข็มขัดนิรภัยบนรถคันหรู
"ทำไมล่ะ" ยุนโฮ คนขับรถส่วนตัวของน้องสาวเลิกคิ้วด้วยความสงสัย
"แหม เปิดเทอมวันแรกก็ต้องมีสังสรรค์กันบ้างสิ"
"เหอะ ให้มันน้อยๆ หน่อย เป็นแค่เด็กม.ปลาย" สบถเสียงราวกับว่าเรื่องที่น้องสาวพูดออกมามันไร้สาระ
"อะไรกันเล่า ก็แค่ไปกินไอติมกันแล้วก็กลับบ้านช้าหน่อยหรือจะมารับที่ร้านไอติม" ถามเล่นๆ ไม่คิดว่าพี่ชายจะลงทุนขับรถมารับเธออีกรอบในยุคน้ำมันแพงแบบนี้หรอก
"ก็ดีเหมือนกันนะ เมื่อเช้ามุนบินบอกว่าอยากกินไอติม" ใบหน้าหล่อเหลายิ้มกว้างเมื่อคิดถึงลูกชายตัวน้อยที่รอเค้าอยู่ที่บ้าน ชักจะไม่อยากไปเรียนซะแล้วสิ
"เอางั้นก็ได้ ไปล่ะ แล้วเจอกัน บ๊ายบาย" หญิงสาวโบกมือลาอีกครั้งก่อนที่รถคันหรูจะเคลื่อนตัวออกห่างไปเรื่อยๆ
"จีฮเย ยู้ฮู" เพื่อนสาวสองคนโบกมือไหวๆ ทำให้จีฮเยรีบสาวเท้าเข้าไปใกล้ทันที
"มายืนทำอะไรตรงนี้หนาวจะตาย" มือบางกระชับผ้าพันคอให้แน่นขึ้นอีก
"แหมมมม ก็มารอรับเธอน่ะสิ" สายตาของเพื่อนสาวดูเจ้าเล่ห์พิกล
"เหอะ รอชั้นหรือรอเห็นเสี้ยวหน้าของพี่ชายชั้นกันแน่" จีฮเยรู้ดี ถึงแม้เพียงแค่เศษเสี้ยวเวลาที่รถของพี่ชายจะจอดอยู่หน้าโรงเรียน หรือแม้เพียงแค่เวลาที่พี่ชายของเค้าชะโงกหน้าออกมาจากตัวรถ ก็ช่างเป็นเวลาที่แสนจะมีค่าสำหรับสาวๆ พวกนี้จริงๆ
"จีฮเยนี่ล่ะก็ รู้ทันไปหมด"
"ปิดเทอมมีข่าวดีด้วยนะ" จีฮเยยิ้มน้อยยิ้มใหญ่กับข่าวดีของตัวเอง
"อะไรเหรอ" สายตาของหญิงสาวส่งประกายวิบวับ อยากรู้อยากเห็นเต็มที่
"พี่สะไภ้ท้องลูกคนที่สองได้สามเดือนแล้วล่ะ" รอยยิ้มเปี่ยมสุขของจีฮเยทำให้เพื่อนๆ ยิ้มตามอย่างช่วยไม่ได้ ได้เกิดมาอยู่ในตระกูลชอง ช่างน่าอิจฉาเสียจริง
"ว้าวววววว ดีจังน้องมุนบินจะมีน้องตัวเล็กๆ แล้ว" สามสาวเดินไปตามพื้นที่เต็มไปด้วยเกล็ดหิมะที่เริ่มโปรยปรายลงมาในต้นฤดู
"แล้วพี่เธอเค้าอยากได้ผู้หญิงหรือผู้ชายล่ะ"
"ไม่รู้สิ แต่ชั้นอยากได้ผู้หญิงล่ะ" มีเจ้าตัวแสบอย่างมุนบินอยู่ก็ทำให้บ้านไม่เหงา และถ้ามีเจ้าตัวน้อยที่เป็นผู้หญิงขึ้นมาอีกก็คงจะสร้างสีสรรค์ให้บ้านได้ไม่น้อยเหมือนกัน
"วิ้ววว อยากได้ก็ไปบอกชางมินสิจ๊ะ" เพื่อนสาวพยักเพยิดหน้าไปทางด้านข้าง ทำให้จีฮเยหันตาม ฉับพลันใบหน้าที่ขาวซีดเพราะลมหนาวก็กลายเป็นสีแดงจัดขึ้นมาทันที
"จีฮเย"
"สงสัยพวกเราจะเป็นส่วนเกินซะแล้วล่ะมั๊ง" เพื่อนสาวสองคนหัวเราะคิกคัก ยิ่งทำให้คู่รักใบหน้าร้อนผ่าว
"สวัสดีสาวๆ" ชางมินเอ่ยทักแก้เขิน
"นึกว่าจะไม่ทักกันซะแล้ว"
"เอ๋ แล้วชินจีล่ะครับ" เพื่อนอีกคนที่ไม่ค่อยมีใครอยากจะพูดถึง
"ไม่รู้สิ" ใบหน้าของหญิงสาวทั้งสามดูไม่ค่อยพอใจเมื่อนึกถึงใบหน้าของคนที่ขึ้นชื่อว่า "เคย" เป็นเพื่อนรักบทสนทนาในร้านไอศครีมเมื่อตอนก่อนปิดเทอมนั้นพวกเธอยังจำได้ดี
“คิดว่าชินจีไม่ได้เป็นแฟนกับชางมิน.........แล้วที่สำคัญ ชางมินชอบคนอื่นอยู่ด้วย” เพื่อนสาวทั้งสองมองหน้าจีฮเยก่อนจะพูดพร้อมกันด้วยน้ำเสียงมั่นอกมั่นใจ
“เฮ้ยยยย คิดแบบนี้มันไม่ยุติธรรมสำหรับชินจีเลยนะ” จีฮเยร้องด้วยความตกใจ
“ไม่รู้ล่ะ ชางมินเดินมาโน่นแล้ว ชั้นจะถามเธอไม่ต้องมาห้ามนะจีฮเย”
“อย่า........”
“ชางมิน พวกเรามีเรื่องอยากจะถามสักหน่อย” จีฮเยมองเพื่อนทั้งสอง ดวงตากลมโตสื่อความหมายว่าไม่ต้องการให้เพื่อนทั้งสองพูดอะไรออกไป
“คือ.......”
"ชางมิน พวกเราถามอะไรหน่อยสิ" ในที่สุดคำต้านทานของจีฮเยก็ไม่เป็นผล
"นายกับชินจีเป็นแฟนกันจริงๆ เหรอ" จีฮเยก้มหน้านิ่ง รู้สึกว่าเป็นการไม่สมควรที่ถามอะไรออกไปอย่างนั้น ถ้าหากสองคนไม่ได้เป็นแฟนกันจริงๆ ชินจีจะเป็นฝ่ายเสียหาย หรือแม้ถ้าจะเป็นแฟนกันจริงๆ ก็เป็นเรื่องของคนสองคน
"ห๊าาาาาาา" ชางมินร้อยเสียงหลง น้ำเปล่าที่เพิ่งจะกลืนเข้าไปเกือบจะพุ่งออกมา
"จุ๊ๆ คนเค้าหันมามองกันใหญ่แล้ว" จีฮเยใช้นิ้วชี้แตะที่ปากของตัวเองเบาๆ เป็นสัญญาณ
"ก็คนมันตกใจนี่" คราวนี้ลดเสียงลงราวกับกระซิบจนสาวๆ ต้องก้มหน้าลงมาเพื่อให้ได้ยินสะดวกๆ
"ตกลงนายกับชินจีเป็นแฟนกันหรือเปล่า" ถามย้ำอีกครั้งเมื่อยังไม่ได้คำตอบที่ต้องการ
"แฟนเฟินบ้าอะไรกันเล่า ชั้นชอบคนอื่นอยู่แล้วชินจีน่ะรับปากว่าจะเป็นแม่สื่อให้ แล้วพวกเธอไปเอาเรื่องที่ชั้นเป็นแฟนกับชินจีมาจากไหน" ชางมินพูดออกมาซะยืดยาว น้ำเสียงแฝงไปด้วยความไม่พอใจ
"นั่นไง ชั้นว่าแล้วมันมีอะไรแปลกๆ ชินจีนะชินจี โกหกกันเพื่ออะไรเนี่ย"
"นั่นสินะ เสียความรู้สึกจัง" จีฮเยบ่นเบาๆ ทั้งที่เธอเป็นเพื่อนที่สนิทกับชินจีมากที่สุด ก็ยังอุตส่าห์โกหกกันได้
"แล้วนายชอบใครอยู่เหรอ" สิ้นประโยคคำถามใบหน้าหล่อเหลาของชายหนุ่มเพียงคนเดียวของโต๊ะก็แดงกล่ำขึ้นมาทันที แต่ก็ยังไม่วายเหลือบมองไปทางจีฮเย ทำให้หญิงสาวรู้สึกร้อนผ่าวที่ใบหน้าอย่างไม่ทันตั้งตัว
"ระ หรือว่า...........จีฮเยยยยยยยยยยยย" เพื่อนสาวทั้งสองร้องเสียงหลง จนลูกค้าในร้านหันมามองกลุ่มของพวกเธออีกครั้งด้วยสายตาตำหนิ จีฮเยยิ้มแหยพลางก้มหัวให้ทุกทิศทุกทางเป็นการขอโทษที่เสียมารยาท
"อะ อืม"
"แล้วชินจีรู้หรือเปล่า"
"รู้สิ ก็ชั้นบอกเธอเป็นคนแรก"
"ยัยเพื่อนเลว แทนที่จะมาบอกจีฮเยว่าชางมินชอบ แต่กลับมาโกหกว่าเป็นแฟนกัน อย่างนี้มันน่าตบสั่งสอนชะมัด" เพื่อนสาวคนนึงพูดออกมาด้วยความคับแค้น ก่อนหน้านี้ยังอุตส่าห์จะมีหน้ามาใส่ไฟให้เพื่อนๆ รู้สึกไม่ดีต่อจีฮเยอีก
"อย่าพูดแบบนั้นสิ" จีฮเยคิดว่าอาจเป็นเพราะชินจีชอบชางมิน ก็เลยยอมรับไม่ได้หากจะให้ชางมินเป็นแฟนกับเธอ...........แต่จีฮเยไม่ใช่นางเอก เพราะฉะนั้นเธอก็จะไม่ยอมเช่นกัน....
"เธออย่ามาทำตัวเป็นนางเอกแถวนี้นะจีฮเย" เพื่อนสาวอีกคนที่กำลังอารมณ์ขึ้น เธอรับไม่ได้หากจีฮเยจะให้อภัยผู้หญิงคนนั้น
"ชั้นไม่ใช่นางเอกนะ แต่เราน่าจะมีวิธีสั่งสอนยัยเพื่อนเก่าคนนั้นให้ดีกว่าการตบนะ" ใบหน้าสวยยิ้มอย่างร้ายกาจ จนชางมินแอบกลืนน้ำลายดังเอื๊อก
"ส่วนนาย ชั้นให้เวลาสองเดือนช่วงปิดเทอม พิสูจน์ว่านายรักชั้นจริง" จีฮเยกอดอกพูดด้วยความมั่นใจ
"ไม่มีปัญหา"
"มาโน่นแล้วไง จะพูดถึงทำไมเนี่ย" หญิงสาวทำหน้าเบื่อหน่ายก่อนจะหันมามองจีฮเยว่าพวกเธอควรจะทำอย่างไรต่อไป
"อย่าลืมทำตามที่ตกลงกันไว้นะ" ข้อตกลงที่ว่าก็คือ จะต้องไม่มีใครรู้ว่าเธอเป็นแฟนกับชางมิน และทุกคนต้องทำเหมือนกับว่ายังไม่รู้เรื่องอะไรทั้งนั้น
"ชินจี ทำไมมาสายจังเลย" จีฮเยเป็นคนแรกที่วิ่งไปหาหญิงสาว
"หิมะตกหนักรถก็เลยติดน่ะ สะ สวัสดีชางมิน" ชินจียิ้มให้เพื่อนทุกคนก่อนจะเอ่ยเสียงตะกุกตะกักเมื่อเห็นใบหน้าเรียบเฉยของชางมิน
"สวัสดี ชั้นมารอเธอตั้งนานแล้วล่ะ พอดีเจอพวกจีฮเยก่อนก็เลยหยุดคุย" ใบหน้ายิ้มแย้มราวกับว่ายินดีเสียเต็มประดาที่ได้เห็นหน้าชินจี ทำให้จีฮเยอดที่จะแอบยิ้มอย่างพอใจไม่ได้
"อืม นี่ชั้นซื้อของมาฝากทุกคนด้วยนะ" เมื่อตอนปิดเทอมชินจีไปทัวร์ญี่ปุ่นกับครอบครัว ทำให้พลาดอะไรดีดีที่เพื่อนๆ ได้รับรู้กัน
"ขอบใจนะ" เพื่อนสาวหยิบถุงกระดาษมาดูทันที
"แล้วปิดเทอมชางมินไปเที่ยวที่ไหนมาบ้างล่ะ" ชินจีหันมาถามชายหนุ่มด้วยความเขินเมื่อมือเล็กๆ ถูกกอบกุมเอาไว้ตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้
"ไม่ได้ไปไหนเลยล่ะ แต่ก็ได้นั่งฟังนิทานที่ร้านไอติมน่ะ" เมื่อจบประโยคชินจีรู้สึกถึงความเยือกเย็นในน้ำเสียงเสียยิ่งกว่าหิมะที่กำลังตกหนักอยู่ตอนนี้
"ระ เหรอ" ชินจีก้มหน้าต่ำด้วยความระแวง ยิ่งทำให้จีฮเยและเพื่อนๆ รู้สึกสะใจเป็นอย่างยิ่ง
"รีบเข้าห้องเรียนกันดีกว่านะ หนาวจะตายอยู่แล้ว" ชางมินจูงมือชินจีนำหน้าไป ตามด้วยสาวๆ ในขณะที่ถุงกระดาษของฝากจากญี่ปุ่น ถูกโยนทิ้งลงไปในขยะโดยที่เจ้าของไม่มีโอกาสได้เห็น
**********************************
ยามสายในบ้านหลังใหญ่ของตระกูลชองเป็นธรรมดาที่จะได้ยินเสียงหัวเราะคิกคักของเจ้าตัวเล็กดังอยู่ตลอดเวลา กิจวัตรประจำวันของสองแม่ลูกทำให้บรรดาสาวใช้อดที่จะยิ้มตามไปด้วยไม่ได้
"แม่จ๋า หนูไม่อยากอ่านแล้ว" มือน้อยๆ ผลักหนังสือสีสวยสำหรับเด็กที่เอาไว้สอนตัวอักษรของเกาหลีเพื่อเตรียมพร้อมที่จะเข้าโรงเรียน
"ลูกหมีขี้เกียจ" มือบางขยี้หัวกลมของลูกชาย ก่อนจะเก็บหนังสือให้เข้าที่เข้าทาง
"หนูเบื่อแล้วนี่นา" เจ้าตัวเล็กเดินตามผู้เป็นแม่ที่กำลังเข้าไปในครัว
"หิวหรือยังลูก" แจจุงก้มลงถามลูกชายก่อนจะหอมแก้มยุ้ยไปหนึ่งที
"หิว"
"อยากกินอะไรเอ่ย" ดวงตากลมโตสอดส่ายหาของกินภายในตู้เย็น ปากก็ถามลูกชายว่าอยากกินอะไร ในขณะที่ตัวเองก็รู้สึกอยากจะกินอะไรบางอย่างขึ้นมาแต่ก็ไม่รู้ว่าจะกินอะไร ซึ่งเป็นธรรมดาสำหรับคนแพ้ท้อง ที่อยากกินโน่นกินนี่ไปเรื่อยเปื่อย
"กินไอติม" ของกินเพียงอย่างเดียวที่ลูกหมีนึกได้ทุกครั้งที่ถามว่าอยากจะกินอะไร
"หนาวนะลูก หิมะตกหนักแล้วด้วย" แจจุงมองบรรยากาศภายนอกผ่านกระจกใสภายในห้องครัว ในขณะที่มือบางก็กำลังถือกล่องสตอร์เบอร์รี่ลูกโต ที่พ่อหมีซื้อมาแช่ตู้เย็นเอาไว้มากมายราวกับกลัวต้นสตอร์เบอร์รี่จะสูญพันธุ์แล้วเค้าจะไม่มีกิน
"หนูไม่หนาว" ลูกหมีตัวอ้วนกลมที่เก่งกล้า ไม่เคยเป็นอะไรสักอย่าง
"หนูไม่ง่วง" เมื่อยามที่ติดการ์ตูนภาคค่ำ
"หนูไม่ได้ไม่สบายสักหน่อย" เมื่อยามที่จะถูกป้อนยา
"หนูไม่ฉี่รดที่นอน" เมื่อยามที่อยากจะขึ้นไปนอนบนเตียง
......ทุกสิ่งทุกอย่างล้วนหลุดออกมาจากปากของเด็กน้อยวัยสองขวบที่ดูจะโตเกินวัย อาจจะเป็นเพราะถูกเลี้ยงมาด้วยครอบครัวที่สมบูรณ์แบบสุขภาพจิตดี สุขภาพกายและสมองก็เลยเจริญเติบโตตามไปด้วย แต่คำพูดที่รู้จักปฏิเสธเพื่อเอาตัวรอดและให้ได้ในสิ่งที่ต้องทำให้แจจุงไม่ค่อยจะพอใจสักเท่าไหร่
"แม่จ๋าไม่เชื่อหรอกว่าหนูไม่หนาว แม่จ๋าตัวใหญ่กว่ายังหนาวเลย" แจจุงจูงมือลูกชายกลับมาที่ห้องนั่งเล่น พร้อมกับของกินในมือ
"แต่หนูไม่หนาวจริงๆ นะ" ก็อยากกินจริงๆ นี่นา ปิดเทอมไปอยู่บ้านปู่ชวดไม่ได้กินไอติมเลย
"มุนบิน นั่งนี่ลูก" แจจุงตบที่หน้าขาของตัวเองเบาๆ ในไม่ช้าเจ้าตัวเล็กก็ขึ้นมานั่งอยู่เรียบร้อย พลางคล้องมือเล็กๆ ไว้รอบคอของแม่จ๋า
"ก็หนูอยากกินไอติมนี่นา" ใบหน้าเล็กก้มต่ำเมื่อเห็นแม่จ๋าจ้องมองด้วยแววตาเรียบเฉย
"แม่จ๋าก็ไม่ได้ว่าอะไร ถ้าหนูอยากกินแม่จ๋าก็จะพาไปกิน" มือบางลูบหัวกลมๆ พลางผลักให้ซบลงมาบนอก
"จริงๆ นะ"
"ครับผม"
"แต่มันหนาว ไอติมก็เย๊นเย็น" ในที่สุดก็ยอมรับว่าตัวเองหนาว
"เดี๋ยวรอตอนบ่ายๆ ให้พ่อหมีกลับมาก่อนแล้วค่อยไปกัน คงไม่ค่อยหนาวแล้วมั๊ง" แจจุงพูดปลอบใจลูกชาย สุดท้ายก็เป็นตัวเค้าเองที่พ่ายแพ้ต่อดวงตาอ้อนของลูกชาย และก็ไม่สามารถมองเห็นลูกชายตัวน้อยมองเค้าด้วยสายตาผิดหวังได้
"เย้ๆๆ ฟอดดดดดดด" เจ้าตัวเล็กหอมแก้มแม่จ๋าเป็นการให้รางวัลที่ตามใจ เหมือนกับพ่อหมีที่ชอบให้รางวัลเวลาที่เค้าทำตัวน่ารัก
"มุนบินครับ"
"ครับผม" เด็กน้อยร้องตอบด้วยน้ำเสียงที่ร่าเริง
"หนูรู้มั๊ยว่าในนี้มีน้องของหนูอยู่ด้วยน๊า" มือบางจับมือน้อยๆ ของลูกชายทาบทับตรงบริเวณหน้าท้องที่เริ่มนูนออกมา
"น้องนอนหลับอยู่ในนี้เหรอ" เจ้าตัวเล็กถามด้วยความสงสัยเมื่อไม่รู้สึกถึงแรงกระดุกกระดิกเลยแม้แต่น้อย
"อืม"
"แล้วเมื่อไหร่น้องจะตื่น" เจ้าตัวเล็กลงมาจากตักของผู้เป็นแม่ พลางเอาหูแนบลงไปที่หน้าท้อง
"ไม่รู้สิ"
"น้องเข้าไปได้ยังไง" สิ่งที่สงสัยอยู่นานมีแต่คนบอกว่าน้องอยู่ในนี้แล้วน้องเข้าไปทางไหน หรือว่าแม่จ๋ากลืนน้องลงไปกันนะ....
"พ่อหมีเสกน้องเข้าไปในท้องแม่จ๋า" แจจุงจ้องมองลูกชายช่างสงสัยด้วยรอยยิ้ม
"เสกยังไง" แต่คิ้วของนักสืบตัวน้อยก็ยังขมวดเป็นปมอยู่ดี
"พ่อหมีนอนกอดแม่จ๋าแล้วน้องก็เข้ามาอยู่ในท้อง"
"กอดแบบนี้เหรอ" เจ้าตัวเล็กโอบรอบแขนเล็กๆ ไปตรงช่วงเอวของแม่จ๋าเพื่อความแน่ใจว่าพ่อหมีเสกน้องแบบนี้
"ฮ่าๆ ครับผม" แจจุงกอดตอบลูกชาย เข้าใจไปแบบนี้น่ะดีแล้ว....
"แล้วหนูเสกน้องเข้าไปในท้องแม่จ๋าได้ป่าว" เค้าก็นอนกอดแม่จ๋าทุกคืน แล้วน้องจะเข้าไปได้หรือเปล่านะ
"ไม่ได้ครับ พ่อหมีเสกได้คนเดียว"
"เหรอ ฮ้าววว~"
"ครับผม นอนกลางวันกันก่อนดีกว่า เดี๋ยวพ่อหมีกลับมาเราจะได้ไปกินไอติมกัน" แจจุงลุกขึ้นจากโซฟาพลางจูงมือลูกชายเดินขึ้นไปยังห้องนอน
PoYz Talk [http://poytun.exteen.com] :
กลับมาอัพแล้ว..หลังจากผ่านไป 1 อาทิตย์ อิอิ
มาสู่พาร์ทปกติแล้วนะค๊า..กลับมาบ้านกันซะที ^^
เรื่องจีฮเย ชางมิน ชินจี ก็ใกล้จะได้เผยความจริง(ที่ควรจะเป็น)แล้ว...!!!
ส่วนเรื่องยูชอน จุนซู โบอา ก็เด๋วไว้มาลุ้นกันตอนหน้าน๊า...^^
** อ่านแล้วอย่าลืมคอมเม้นให้กำลังใจน้องจูนนะค๊า...

#1 By *~PeachiiZ~* on 2008-10-05 18:23