ข่าวดีและข่าวร้าย

posted on 23 Oct 2009 22:39 by bronun-yunjae

สวัสดีค่ะ^^

จูนหายหน้าหายตาไปนานเพราะตอนนี้กำลังช็อคกับเกรดที่ออกมาต่ำระเรี่ยดิน  แต่ก็ไม่เป็นไรเพราะเกรดต่ำทำให้จูนมีกำลังใจที่จะแต่งฟิคน่ารักอย่างอุ่นไอรักขึ้นมาอีกครั้ง

 ข่าวดีคือ

..อุ่นไอรักภาคสอง...ออกมาแล้ว  ในขณะนี้บอร์์ดฟิคใหญ่กำลังได้อ่านพาร์ทอินโทรกัน

ข่าวร้าย

...พอไม่เรียกร้องคอมเม้นท์  มันก็หายไปตามกาลเวลา  ชู้ฯ พาร์ทล่าสุดลงมาเป็นเดือนแล้วพร้อมกับการเปิดจองรวมเล่ม  แต่มีคอมเม้นท์แค่ 4 คอมเม้นท์...ก็ไม่เป็นไรจะถือว่า ฟิคเรื่อง ชู้ฯ ไม่ค่อยมีใครอยากอ่าน  ไม่ต้องเอามาต่อบ่อยก็แล้วกัน...

ส่วนพี่ๆ น้องๆ คนไหน ที่ชื่นชอบอุ่นไอรัก

ส่งเมล์มาค่ะ ตั้งชื่อว่า "Intro"  ที่เมล์  fic_Bronun@hotmail.com

 แล้วจูนจะส่งอุ่นไอรักภาคสอง พาร์ทอินโทรไปให้อ่านซึ่งกฏมีอยู่ว่า

...คนที่ส่งคอมเม้นท์กลับมาเท่านั้นถึงจะได้รับ...ฟิคพาร์ทต่อไป...

อย่าหาว่าจูนใจร้ายเลยนะคะ

ที่ต้องทำแบบนี้เพราะอะไร....ไม่สงสัยเหรอทำไมชู้ฯ ถึงได้อืดนัก  เพราะจูนไม่มีกำลังใจจะแต่งแล้วค่ะ

ขอแต่งให้กับคนที่มีปฏิกิริยาตอบสนองต่อเนื้อหาในฟิคเท่านั้นจะดีกว่า  และจูนเชื่อว่าคนที่อยากอ่านและชื่นชอบอุ่นไอรักจริงๆ แค่ส่งเมล์มาหาก็คงจะไม่ยากจนเกินไป

ขอบคุณนะคะ 

สามารถ แอดเมล์ fic_Bronun@hotmail.com  มาคุยกันได้นะคะ ไม่กัดค่ะ ^^ 

Part 20

 หลังจากงานเลี้ยงจบลง  แจจุงก็รับหน้าที่เก็บทำความสะอาดจานชามทั้งหลายด้วยความเกรงใจป้าจินและสาวใช้คนอื่นๆ เพราะตอนนี้ก็ดึกมากแล้ว   

"แจจุง...พี่ขอคุยอะไรด้วยหน่อยสิ" ในขณะที่ร่างบางกำลังยืนล้างจานอยู่  พี่สาวคนสวยก็เดินมาด้านหลังอย่างเงียบเชียบก่อนจะพูดขึ้นทำให้แจจุงสะดุ้งด้วยความตกใจ

"คะ ครับ"  อาการของคนมีแผลมีอยู่ในใจ  พวกกับอารมณ์ตกใจยิ่งทำให้ดูรุกรี้รุกรนจนเหมือนเป็นคนมีความผิด  ยิ่งทำให้จางรินสงสัย   เธอยืนมองน้องชายอยู่อย่างนั้นไม่ไปไหน  เพื่อรอให้จานกองโตนั้นหมดลงและเดินออกไปพร้อมกัน

ใบหน้าสวยงามแบบผู้หญิงจ้องมองน้องชายไม่วางตา  เธอเฝ้ามองผู้ชายตรงหน้ามาตั้งแต่เกิด  เด็กน้อยน่ารักที่เกิดมาท่ามกลางความรักของทุกคน  เด็กผู้ชายที่มีใบหน้าสวยหวานยิ่งกว่าผู้หญิงจนทำให้เธออิจฉาอยู่ลึกๆ แต่ด้วยความที่พ่อและแม่รักเธอและแจจุงอย่างเท่าเทียมกันจึงไม่ทำให้เธอรู้สึกริษยาน้องชายแต่อย่างใด   จนกระทั่งวันที่ทั้งพ่อและแม่เสียชีวิตลงพร้อมๆ กัน  ยิ่งทำให้เธอต้องคอยดูแลน้องชายคนนี้ตามลำพัง   ทุกสิ่งทุกอย่างที่เธอทำก็เพื่อแจจุงทั้งนั้น   รักจนไม่มีข้อแม้ใดใด  แต่ทำไมวิธีตอบแทนความรักของแจจุงถึงได้โหดร้ายกับเธอถึงเพียงนี้

"ยุนโฮคุยกับพี่ว่าจะย้ายไปอยู่อเมริกา"  จานกองโตนั้นดูจะไม่ยุบลงง่ายๆ หญิงสาวจึงเลือกที่จะพูดขึ้นมาในตอนนี้เลย

เคร้งงง!!!

ในขณะที่มือบางก็ปล่อยจานให้หลุดมือโดยที่ไม่รู้ตัว   

ยุนโฮจะหนีเขาไปอย่างนั้นเหรอ?

"เขาอยากให้ลูกไปโตที่โน่น  เรียนที่โน่น  พี่ก็เห็นด้วยนะ"  เธอเลือกที่จะโกหก  เธอรู้ว่ายุนโฮไม่มีทางที่จะเป็นคนชวนไปอยู่ที่อื่นอยู่แล้ว  แต่ถ้าหากเป็นเธอที่อยากไป  ชายหนุ่มคงไม่กล้าที่จะขัดใจ  ในขณะที่พูดไปจางรินก็ลอบสังเกตุปฏิกิริยาของน้องชายไปด้วย

และเห็นว่ามีพิรุธอย่างชัดเจน...

"ทำไมล่ะ...กลัวจะคิดถึงพี่เหรอแจจุง"  จางรินถามต่อเมื่อเห็นว่าน้องชายเงียบไป  เธอเองก็ไม่อยากทำแบบนี้  ถ้าเธอไม่ได้ตั้งท้อง  เธอจะถามยุนโฮเพียงแค่คำเดียวว่ารักใคร

ถ้าหากรักเธอ...เธอก็จะทำทุกอย่างให้แจจุงพ้นไปจากชีวิต

แต่ถ้าหากรักแจจุง....เธอจะยอมเป็นคนจากไป

แต่ทุกอย่างไม่ได้สวยหรูเหมือนในนิยาย  ในเมื่อตอนนี้เธอมีลูกน้อยอยู่ในท้อง  ไม่ว่าอย่างไรก็จะไม่ยอมเสียพ่อของลูกไปให้ใครทั้งนั้น

"เอ่อ...ก็ดีเหมือนกันนะครับ"  ไม่รู้จะพูดอะไรให้ดีไปกว่านี้  มือทั้งสองข้างมันสั่นเทาจนแทบจะถือจานเอาไว้ไม่อยู่  หัวใจดวงน้อยก็เต้นระรัวจนกลัวว่ามันจะแหลกละเอียดในไม่ช้า

"ถ้าแจจุงว่าดี...พี่ก็ว่าอีกสักสองอาทิตย์ก็คงจะไปแล้วล่ะ   เพราะพี่ก็ให้เพื่อนที่อยู่ทางโน้น   หาที่อยู่แบบชั่วคราวให้แล้วล่ะ"  แจจุงรู้สึกว่าในยามนี้พี่สาวของเธอช่างไม่ต่างอะไรไปจากซาตานหน้าสวยที่กำลังจะมาพรากความรักของเขาเลย

"แต่ผมว่าตอนนี้พี่ควรจะไปนอนได้แล้วนะครับ  คนท้องนอนดึกไม่ดีนะ"  แจจุงเปลี่ยนเรื่องคุย  เพราะไม่อยากรับฟังอะไรที่มันจะทำให้หัวใจของเขาเจ็บปวดอีกต่อไปแล้ว

"จ้ะ ฝันดีนะจ๊ะแจจุง"  จางรินยิ้มหวานให้น้องชายหนึ่งครั้งก่อนจะเดินจากไป  

แต่รอยยิ้มสวยๆ นั้น  ไม่ได้ทำให้แจจุงรู้สึกดีได้เลย  ดวงตากลมโตเริ่มพร่าเลือนไปด้วยหยาดน้ำตาที่พากันไหลมาเอ่อคลอพร้อมที่จะร่วงหล่นลงมาได้ตลอดเวลา 

หยดน้ำตาที่พร้อมจะไหลออกมาเพราะความรักของตัวเอง


.......................................................................................................................

บรรยากาศภายในรถคันหรูแสนเงียบเชียบเมื่อผู้โดยสารหนึ่งคนและคนขับหนึ่งคนมัวแต่คิดทบทวนในเรื่องของตัวเองจนไม่มีกระจิตกระใจที่จะมานั่งสนทนากันเหมือนอย่างเคย      ดวงตาเรียวเล็กทอดออกไปยังวิวทิวทัศน์ข้างทางแต่ก็ไม่มีภาพอะไรสักอย่างที่เข้ามาในสมอง   เพราะตอนนี้ในทุกพื้นที่ของรอยหยักมีแต่ข้อเสนอของชอง  ยุนโฮ  ที่มันดูน่าสนใจยิ่งกว่ากระเป๋าเสื้อผ้าที่ลดราคากันเจ็ดสิบเปอร์เซ็นต์เสียอีก

เขาไม่รู้หรอกว่าจุดประสงค์ของยุนโฮนั้นคืออะไร  เป็นเพราะใบหน้าหล่อคมของชายหนุ่มนั้นไม่ได้บ่งบอกอะไรเลย    แต่ไม่ว่าจุดประสงค์ของอีกฝ่ายจะเป็นอะไร มันก็เป็นการดีไม่ใช่เหรอที่จะทำให้เขาได้สมหวังในความรักสักที

"..ซู...จุนซู.."  เสียงเรียกของคนข้างๆ เรียกสติของร่างเล็กให้กลับคืนมา   เมื่อมองดูรอบๆ ก็พบว่ารถคันหรูหยุดเคลื่อนที่ไปแล้วพร้อมกับจอดอยู่ที่บริเวณลานจอดรถของคอนโดเขาอีกด้วย  

"คะ ครับ"  จุนซูสอดส่ายสายตาล่อกแล่กตามประสาคนมีความผิดติดตัว  ผิดกับยูชอนที่ดูจะอ่อนแรงมากเสียจนไม่ได้สนใจรอบข้างเลยด้วยซ้ำว่ากำลังมีใครเป็นอะไร

"ถึงแล้ว..."  พูดเพียงสั้นๆ ที่เป็นความหมายในแบบยาวๆ ที่จุนซูตีความได้คือ ...ถึงแล้ว  รีบลงไปสักทีสิ...

แต่นั่น..มันก็แค่สิ่งที่จุนซูคิดไปเองคนเดียวเท่านั้นเอง

"ครับ...คุณจะขึ้นไปพักผ่อนก่อนหรือเปล่า"  จุนซูไม่ได้หวังให้มีอะไรมากไปกว่านั้นเพราะในตอนนี้สภาพของเจ้านายนั้นสมควรที่จะได้รับการพักผ่อนอย่างมากจริงๆ

ทำไมนะ...ได้ไปเจอกับแจจุงแทนที่จะมีความสุข  แต่กลับดูเหมือนเป็นคนอมทุกข์อย่างมากมายมหาศาล

"อืม..ก็ดีเหมือนกัน  ขอบคุณนะ"  ยูชอนไม่รู้ว่าจะปฏิเสธไปทำไม  หัวสมองของเขามันอ่อนล้าเสียจนไม่อยากจะใช้เท้าเหยียบคันเร่งเลยด้วยซ้ำไป

"คุณมีอะไรไม่สบายใจ...บอกผมได้นะ"  เมื่อทิ้งตัวลงบนโซฟาได้  ยูชอนก็หลับตาพริ้มเอามือก่ายหน้าผากเหมือนนักธุรกิจร้อยล้านพันล้านที่กำลังจะล้มละลายภายในอีกไม่กี่นาทีนี้

"....................."  ยูชอนใช้เพียงความเงียบเท่านั้นที่เป็นคนตอบ   จุนซูเองก็เข้าใจ  คนเราถ้ามีเรื่องไม่สบายใจ  อันดับแรกที่จะนึกถึงนั่นคือการอยู่กับตัวเอง

"ถ้าอย่างนั้นคุณนอนพักไปก่อนก็ได้สบายดีเมื่อไหร่แล้วค่อยกลับ....ที่นี่ต้อนรับคุณเสมอ"  จุนซูพูดก่อนจะหมุนตัวเพื่อเดินไปจากตรงนั้น   แต่ยังไม่ทันได้ก้าวขาข้อมือบางก็ถูกจับและกระชากตัวเข้าไปสู่อ้อมกอดของคนที่นอนอยู่บนโซฟาเสียก่อน

"...................."  ยูชอนยังคงไม่พูดอะไรเช่นเดิม  แต่อ้อมกอดแข็งแกร่งนั้นกลับโอบรอบเอวบางของจุนซูเอาไว้อย่างเหนียวแน่น

"คุณเป็นอะไร"  จะไม่ให้สงสัยได้ยังไง  ตั้งแต่รู้จักกันมายูชอนไม่เคยทำปฏิกิริยาที่แสดงออกถึงความอบอุ่นเช่นนี้

"ไม่รู้สิ....แจจุงกับคุณยุนโฮน่ะ เค้ารักกัน...มาตั้งนานแล้ว"  ยูชอนตัดสินใจพูดมันออกมาทั้งที่ควรจะเก็บเอาไว้เป็นความลับ  เพราะถ้าเรื่องนี้แพร่กระจายไปถึงหูของจางรินเมื่อไหร่  คนที่เขารักก็จะเจ็บปวด

"ห๊ะ!!!!"  เหมือนจะเป็นกุญแจไขความกระจ่างให้จุนซูทุกอย่าง  เขาเข้าใจเหตุผลแล้วว่าทำไมยุนโฮถึงได้อยู่ข้างเขา   เป็นเพราะไม่อยากจะเสียแจจุงไปเช่นกัน  แต่ถึงอย่างนั้นก็ไม่เห็นจะมีทางไหนที่ยุนโฮกับแจจุงจะร่วมทางกันได้เลย   ตราบใดที่ยังมีจางรินอยู่อย่างนี้

"ตกใจล่ะสิ   ฉันเองก็ไม่แพ้กัน......แต่วันนี้ที่ฉันเศร้ามันเป็นเพราะ   ฉันกำลังมองข้ามอะไรไปโดยที่ไม่รู้ตัวหรือเปล่า"  ยูชอนจงใจจ้องเข้าไปในดวงตาของจุนซู  เพื่อสื่อความหมายให้รู้ว่าเขาไม่ได้โกหก

"............"  จุนซูเลือกที่จะเงียบเพื่อฟังในสิ่งที่ยูชอนต้องการจะพูด

"ฉันกำลังไขว่คว้าหัวใจของคนที่ไม่ว่ายังไงก็ไม่มีทางเป็นของฉัน.....ในขณะที่นายเองก็กำลังทำอยู่เช่นเดียวกัน"

"ทำไมฉันไม่เคยคิดเลยนะว่านายเองก็รู้สึกเหมือนกันกับฉัน"

"เราน่ะ..หัวอกเดียวกัน  ว่าไหม?"  

"ไม่หรอก....เพราะแจจุงไม่เคยผลักไสคุณ   ในขณะที่คุณดันผมให้ออกห่างอยู่ตลอดเวลา"  น้ำตาของจุนซูหยดลงบนใบหน้าของยูชอนด้วยความเจ็บปวด  

บางครั้งแม้แต่ตัวเขาเองยังนึกอิจฉายูชอน  ที่แจจุงไม่เคยตัดความสัมพันธ์   แจจุงยอมให้ยูชอนอยู่เคียงข้างในฐานะเพื่อน

ในขณะที่เขาไม่เคยได้รับสิทธิที่จะอยู่เคียงข้างยูชอนในแบบนั้นเลย   นอกจากเวลางานแล้วเขาแทบจะเป็นคนอื่นในสายตาของยูชอน  

"นั่นสินะ....อาจเป็นเพราะฉัน...ปกป้องหัวใจของนาย   และหัวใจของฉันเอง"  

.......................................................................................................................................

เป็นเวลากว่าสองชั่วโมงที่ทุกอย่างในครัวกลับมาสะอาดเอี่ยมอีกครั้ง  แจจุงมองดูผลงานของตัวเองตรวจเชคความเรียบร้อยอีกครั้งก่อนจะเดินเข้าห้องด้วยหัวใจที่เหนื่อยล้า    เขาไม่เคยคิดเลยว่าทุกอย่างจะลงเลยแบบนี้

ไม่เคยคิดว่ายุนโฮจะหนีเขาไป

เมื่อคิดถึงชีวิตในอนาคตข้างหน้าที่จะไม่มียุนโฮอยู่เคียงข้างอีกแล้วน้ำตาก็พาลไหลออกมาเสียให้ได้  ร่างบางคว้าผ้าเช็ดตัวก่อนจะพาตัวเองเข้าไปชำระล้างร่างกายให้สมองได้รู้สึกปรอดโปร่งขึ้นมาบ้าง  ไม่กี่นาทีเรือนกายหอมฉุยไปด้วยกลิ่นครีมอาบน้ำก็เดินออกมาด้วยร่างกายเปลือยเปล่าที่ถูกคลุมเอาไว้เพียงแค่เสื้อคลุมอาบน้ำเท่านั้น    และสิ่งที่ไม่คาดฝันนั่นคือมีใครบางคนนอนรออยู่บนเตียง

"ยุนโฮ..."  ใครบางคนที่ทำให้เขาร้องไห้จะจมูกแดงกล่ำอยู่ ณ เวลานี้

"แจจุง...ทำไมตาช้ำแบบนี้..ร้องไห้เหรอ  ใครทำอะไร  บอกยุนโฮมานะ"  ชายหนุ่มปรี่เข้าไปหาคนรักด้วยความว่องไว   นอกจากเขาแล้วจะมีใครที่ทำให้แจจุงเสียน้ำตาได้อีก

"มาทำไม...พี่จางรินล่ะ"  เสียงหวานที่ฟังดูทั้งสั่น  ทั้งแข็งไปในเวลาเดียวกันไม่ได้ทำให้ยุนโฮรู้สึกถึงความน่ากลัวได้เลย

"นอนไปแล้ว...ร้องไห้ทำไมครับคนดี"  มือกร้านโอบประคองใบหน้าเนียนสวยให้หันมาสบตากันตรงๆ เพราะแจจุงเอาแต่หันหน้าหนีอยู่อย่างนั้น

"จะทิ้งแจจุงแล้วใช่ไหม"  คนสวยแสนซื่อที่ไม่ว่าจะยังไงก็ไม่เคยพูดอะไรได้นอกเหนือจากที่ใจคิดเลย  แจจุงเลือกที่จะถามไปตรงๆ เพราะเขาทั้งสองคนไม่เคยมีเวลามากพอที่จะอ้อมค้อมไม่ว่าจะเรื่องใดใด

"หา.."  ยุนโฮอ้าปากค้างด้วยความงุนงง   เขาไปคิดที่จะทิ้งร่างบางนี้ตอนไหน  ถ้าเป็นพี่สาวล่ะสิไม่แน่

"พี่จางรินบอกว่ายุนโฮอยากไปอยู่อเมริกา...อยากให้ลูกไปโตที่นั่น  และกำลังจะไปเร็วๆ นี้"  อาการเหวอของยุนโฮยิ่งทำให้แจจุงรู้สึกหงุดหงิดเพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัว

จะทิ้งเขาแล้วแกล้งทำเป็นไม่รู้เรื่องอย่างนั้นเหรอ

"อะไรกัน....ยุนโฮไม่ได้อยากไปสักหน่อย  จางรินเองนั่นแหละที่เป็นคนอยากไป....หรือว่า"  ยุนโฮพูดขำๆ เพราะคิดว่าสาเหตุที่แจจุงร้องไห้นั้นอาจเป็นเพราะกลัวว่าเขาจะทิ้งไปนั่นเอง  แต่รอยยิ้มก็ต้องหุบลงเมื่อนึกอะไรขึ้นมาได้

"หรือว่า....จางรินจะรู้เรื่องของเราแล้ว"  

แจจุงพยักหน้าพร้อมกับน้ำตาที่ไหลออกมาราวกับเขื่อนแตกอีกครั้ง  

ส่วนหนึ่งของความเสียใจในตอนนี้คือเขาทั้งสองคนอาจจะต้องจบกันจริงๆ

และอีกส่วนหนึ่งนั่นคือพี่สาวของเขาจะรู้สึกผิดหวัง  เสียใจขนาดไหน

ในขณะที่สองคนที่ทำความผิดเหมือนวัวสันหลังหวะที่กลัวความผิดไปซะรอบด้าน   จนไม่มีทางได้รู้ว่าความจริงแล้ว  จางรินยังไม่รู้เรื่องอะไรแน่ชัดเลย   เธอเพียงแค่สงสัยและหาทางป้องกันเท่านั้นเอง
 
Part 21
 
 "เราน่ะ..หัวอกเดียวกัน  ว่าไหม?"  

"ไม่หรอก....เพราะแจจุงไม่เคยผลักไสคุณ   ในขณะที่คุณดันผมให้ออกห่างอยู่ตลอดเวลา"  น้ำตาของจุนซูหยดลงบนใบหน้าของยูชอนด้วยความเจ็บปวด  

บางครั้งแม้แต่ตัวเขาเองยังนึกอิจฉายูชอน  ที่แจจุงไม่เคยตัดความสัมพันธ์   แจจุงยอมให้ยูชอนอยู่เคียงข้างในฐานะเพื่อน

ในขณะที่เขาไม่เคยได้รับสิทธิที่จะอยู่เคียงข้างยูชอนในแบบนั้นเลย   นอกจากเวลางานแล้วเขาแทบจะเป็นคนอื่นในสายตาของยูชอน  

"นั่นสินะ....อาจเป็นเพราะฉัน...ปกป้องหัวใจของนาย   และหัวใจของฉันเอง"  

.............................................................................................................................................................

จุนซูทำหน้านิ่วคิ้วขมวดซะจนคนพูดอย่างยูชอนก็เข้าใจในทันทีว่าคนตัวเล็กไม่เข้าใจความหมายของมัน  

ปกป้องตรงไหน

ปกป้องยังไง

ทำไม....เขาถึงได้รู้สึกปวดหนึบราวกับว่ากำลังจะตายอยู่อย่างนี้

"ฉันอยากให้นายไปเจอคนที่ดีกว่าฉัน....และฉันเองก็พยายามถอยห่างจากนายเพราะกลัวว่าจะรักนายเข้าสักวัน"  ยูชอนยิ้มสมเพชให้กับความคิดของตัวเอง  เขาโง่หรือเปล่าที่คิดแบบนี้  เอาแต่ยึดมั่นกับสิ่งที่ไม่มีทางเป็นไปได้เอาแต่เชื่อว่าหัวใจของเขาจะไม่มีทางรักใครได้นอกจากคิม แจจุง

แล้วตอนนี้เป็นยังไง?

เจ็บปวดไม่แพ้คนตัวเล็กที่เขากอดอยู่นี้เลย

"ไม่มีใครหนีความรักพ้นหรอกครับคุณยูชอน....คุณยิ่งหนี  มันก็จะยิ่งตามหลอกหลอนคุณ  ทำให้หัวใจคุณไม่เป็นสุข  ทำให้คุณรู้สึกทรมานจนแทบจะอยากให้มันหยุดเต้น"  จุนซูพูดอย่างนั้นเป็นเพราะเขากำลังรู้สึกถึงมันอยู่  เขาเจ็บปวดเสียยิ่งกว่าเจ็บ  ถูกคนที่ตัวเองรักผลักใสไล่ส่งยิ่งกว่าของที่ไม่มีค่า  แต่ถึงอย่างนั้นเขาเองก็ไม่หยุดวิ่งไล่สักที  พยายามไขว่คว้าจนเกือบจะเป็นคนเลว

"นั่นสินะ....ฉันบอกตัวเองทุกครั้งว่าคนที่ฉันรักคือแจจุง    คนที่ฉันต้องการพบหน้าคือแจจุง  คนที่ฉันอยากใช้ชีวิตอยู่ด้วยคือแจจุง"

ยูชอนเงียบไปในขณะที่คนฟังน้ำตาแทบร่วงเพราะคำพร่ำเพ้อที่ออกมานั้นไม่ได้ต่างอะไรไปจากหอกแหลมคมที่ทิ่มแทงหัวใจของเขาให้พังยับเยินเลยสักนิดเดียว

"ครับ..ผมรู้"  ใช่...เขารู้ในหัวใจของยูชอนถูกแบ่งขอบเขตไว้อย่างชัดเจน  ไม่ว่าใครหน้าไหนที่ไม่ได้ชื่อแจจุงก็ไม่สามารถย่างกรายเข้าไปได้เพราะถึงแม้จะพยายามสักแค่ไหนเจ้าของหัวใจก็จะไม่เหลียวแล

"แต่มันแปลกไป....ทุกครั้งที่ฉันตอบหัวใจว่าคนที่ฉันรักคือแจจุง  ก็จะมีเสียงบางอย่างสะท้อนกลับมาว่า....แล้วจุนซูล่ะ"

"ทุกครั้งที่คำตอบจากหัวใจของฉันมันคือแจจุงเมื่อไหร่ก็จะมีอะไรบางอย่างถามว่า...แล้วจุนซูล่ะ  ทุกครั้งไป"

"ฉันไม่เคยคิดเลยว่านอกจากแจจุงแล้ว.....จะมีใครมาทำให้ฉันหวั่นไหว"

"ฉันเจ็บปวดที่เห็นแจจุงรักคนอื่น....แต่ฉันก็เจ็บปวดยิ่งกว่าที่เห็นนายเฉยชาใส่ฉัน"

ในขณะที่ยูชอนพยายามพูดไปโดยไม่มองหน้าจุนซู   ร่างเล็กที่พบเจอกับคำพูดที่ทิ่มแทงหัวใจมาซะเคยชินจนไม่คิดว่าจะได้ยินคำพูดพวกนี้ออกจากปากของคนที่ตนรักหมดใจ   

"ห๊ะ...เมื่อกี๊คุณพูดว่าอะไรนะ"  เขามั่นใจว่าได้ยินไม่ผิดพลาด  แต่ดูเหมือนคำพูดของยูชอนมันช่างแตกต่างจากที่เคยได้ยินมาซะจนไม่อยากจะเชื่อหู   

ความหมายของคำพูดทั้งหมดนั่นคือ

ยูชอนรักเขาอย่างนั้นเหรอ

"ฉันจะบอกว่าอยากเริ่มต้นใหม่กับนาย"  ยูชอนจ้องตาจุนซูเพื่อสื่อความหมายให้รับรู้ว่าทุกคำพูดของเขานั้นเป็นความจริง  

"จะ..จริง..เหรอครับ"  ดูเหมือนจุนซูจะติดอ่างไปชั่วขณะ  เขาไม่รู้ว่าจะต้องรู้สึกอย่างไรดี

ดีใจ?

ซาบซึ้งใจ?

เพราะในหัวใจลึกๆ ของเขายังคงต่อต้าน   ที่ยูชอนมาบอกรับเขาแบบนี้ก็คงจะเป็นเพราะผิดหวังมาจากแจจุง

และเขาก็เป็นของตาย  เป็นตัวเลือกสุดท้ายของยูชอน

แต่....เป็นตัวเลือกสุดท้าย  ยังดีกว่าไม่ถูกเลือกเลยไม่ใช่เหรอ

"จริงสิ....ฉันอยากจะมีความสุขกับคนที่รักฉันบ้าง"  ต่อให้เขาพยายามแค่ไหน  แจจุงก็เป็นแค่เพียงฝัน  ฝันที่ไม่มีทางเป็นจริง   แล้วเขาจะมัวไขว่คว้าฝันอยู่ทำไมในเมื่อชีวิตของคนทุกคนก็ต้องเดินไปข้างหน้าและควรที่จะอยู่กับปัจจุบัน

"ขอบคุณครับ...ขอบคุณ"  ไม่รู้จะพูดอะไรให้ดีไปกว่านี้  เหมือนฝันที่คิดว่าไม่มีทางเป็นจริง   แต่กลับเป็นจริงขึ้นมาอย่างที่ไม่เคยคาดคิดมาก่อน  

ขอบคุณหัวใจ.....ที่อดทนมาจนถึงทุกวันนี้

ขอบคุณความเข้มแข็ง....ที่ทำให้เขาไม่หมดหวังไปเสียก่อน


.....................................................................................................................................

เป็นเวลากว่าชั่วโมงแจจุงยังคงนั่งร้องไห้อยู่บนเตียงในขณะที่มีอ้อมแขนแข็งแรงของยุนโฮคอยกอดปลอบ   ที่มานั่งปลอบให้อีกคนนั้นไม่ได้เป็นเพราะว่าเขาไม่ได้รู้สึกเสียใจเขาเองก็เครียดไม่แพ้กัน  เพียงแต่ตอนนี้คนที่อ่อนแอที่สุดคือแจจุงและเขาสมควรที่จะเป็นคนเข้มแข็งเพื่อคอยปกป้องผู้เปรียบเสมือนลมหายใจ

ทางออกที่เขายังหามันไม่เจอกลับมีกำแพงใหญ่มาขวางกั้นทางเดินตรงหน้าเอาไว้อีกชั้น  

ไม่มีทางเลยจริงๆ ที่จะไม่มีใครเจ็บปวด

แม้แต่ในเกมส์การแข่งขันก็ยังต้องมีฝ่ายหนึ่งแพ้  ฝ่ายหนึ่งชนะ 

ในโลกของความเป็นจริงก็เช่นกัน  ต้องมีฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง  เจ็บปวดอยู่ดี

"เราจะทำยังไงกันดี"  ร่างบางพยายามหยุดความเศร้าโศกเสียใจและตั้งสติ  เพราะปัญหานี้ไม่ได้เป็นแค่เพียงปัญหาที่ยุนโฮจะต้องแก้ไขคนเดียว  มันเป็นปัญหาที่เขาเองก็มีส่วนร่วมและควรช่วยกันหาทางออก

"ไม่รู้สิ...จริงๆ แล้วจางรินอาจจะยังไม่รู้เรื่องอะไรก็ได้นะ"  ยุนโฮไม่ได้คิดเข้าข้างตัวเอง  แต่รูปการณ์มันเป็นแบบนั้น  จางรินเป็นผู้หญิงเก่ง ฉลาด แต่ก็ใช่ว่าเธอจะไม่มีจุดบกพร่อง  ถ้าหากเธอรู้แล้วจริงจะไม่แสดงอะไรออกมาให้เขารู้เลยอย่างนั้นเหรอ

"แต่พี่พูดเหมือนต้องการจะแยกเราออกจากกัน"  นั่นคือสิ่งที่ทำให้เขาเจ็บปวดมากที่สุด   เขายอมเป็นชู้  เขายอมอยู่อย่างหลบๆ ซ่อนๆ แต่อย่าแยกเขาออกจากยุนโฮได้ไหม

ยุนโฮครุ่นคิดหาทางออกจนไม่สามารถจะคิดอะไรได้แล้ว  ลูกของเขาอยู่ในท้องของจางริน  แต่หัวใจของเขาอยู่ที่แจจุง

เขาควรจะเลือกอะไรอย่างนั้นเหรอ

เลือดเนื้อเชื้อไขของตัวเอง

หรือ   หัวใจที่ฝากไว้กับแจจุง

"อย่าเพิ่งคิดอะไรไปก่อนเลยนะ  ตอนนี้เรายังอยู่ด้วยกัน  ก็ต้องใช้เวลาทุกวินาทีให้มีคุณค่ามากที่สุด"  มือหยาบกร้านประคองพวงแก้มใสนั้นเอาไว้ทั้งสองข้าง  ก่อนจะค่อยๆ ปาดคราบน้ำตาที่เพิ่งจะหยุดไหลได้สักพักนั้นทิ้ง  ใบหน้าหวานๆ ของแจจุงไม่เหมาะกับน้ำตาเลยสักนิด  แต่ไม่รู้ทำไมเขาถึงทำให้ใบหน้านี้มีแต่รอยยิ้มไม่ได้สักที

"เราจะอยู่ด้วยกันทั้งตอนนี้และตลอดไป....สัญญาสิ"  แจจุงยกนิ้วก้อยขึ้นมาพร้อมกับมองตาของยุนโฮไม่ละไปไหน  ตอนนี้ร่างบางเหมือนเด็กน้อยเอาแต่ใจที่ต้องการของเล่นและต้องได้เดี๋ยวนั้น  จนยุนโฮแอบนึกขันอยู่ในใจ  การจะยกมือเกี่ยวก้อยกับแจจุงนั้นไม่ใช่เรื่องยาก

หากเขาเป็นเพียงผู้ชายธรรมดา

หากเขาไม่ได้มีเมียและลูกนอนอยู่ที่ห้องตรงข้าม

หากเขาจะสามารถมอบความสุขให้แจจุงได้

"อื้อออ..."  แจจุงร้องด้วยความขัดใจเมื่อนิ้วก้อยที่ยื่นออกไปนั้นไม่ได้รับการเกี่ยวก้อยสัญญาพร้อมทั้งการจู่โจมของร่างสูงที่ยังไม่ทันได้ตั้งตัว  

ยุนโฮดันร่างบางให้นอนราบลงไปกับเตียงนุ่มพร้อมกับริมฝีปากหนาที่บดขยี้ปากอิ่มสีเชอร์รี่นั้นราวกับไม่เคยเจอกันมาก่อน   ในขณะที่มือทั้งสองข้างก็ทำงานอย่างไม่มีขาดตกบกพร่องจนเสื้อตัวบางของแจจุงนั้นถูกถอดออกไปตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่อาจทราบได้   

เมื่อผิวขาวเนียนละเอียดปรากฏขึ้นชายหนุ่มก็อดไม่ได้ที่จะลูบไล้สัมผัสด้วยความเคยชิน   

ผิวนี้เป็นของเขา    ร่างกายสวยงามนี้ก็เป็นของเขาเพียงผู้เดียว

"อ๊าาา ยุนโฮ"  ร่างบางร้องครางอย่างเสียวซ่านเมื่อยุนโฮเคลื่อนกายลงมาใช้ปากดูดเม้มยอดอกสีสวยด้วยความเมามันส์  ฟันแหลมที่ทำหน้าที่ขบกัดไปพร้อมๆ กับเรียวลิ้นที่กำลังหยอกล้อกับส่วนปลายยิ่งทำให้อารมณ์วาบหวามของร่างบางพุ่งทะยานเต็มที่   

แจจุงดันตัวเองขึ้นมาจนอยู่ในท่านั่งหันหน้าเข้าหากัน   ร่างบางมอบจูบแสนหวานให้คนตรงหน้าอีกครั้งพร้อมกับมือสวยที่กำลังปลดกระดุมเสื้อของยุนโฮด้วยความเร่งรีบ  เมื่อท่อนบนของทั้งคู่เปลือยเปล่าแจจุงเองก็ไม่รอช้าจัดการหยอกล้อกับยอดอกสีเข้มของร่างสูงบ้างเช่นกัน   ลิ้นสวยไล้เลียไปรอบๆ ก่อนที่จะขบเม้มอย่างไม่ปราณีจนยุนโฮต้องดันให้แจจุงออกห่างเพราะไม่อย่างนั้นเขาอาจจะต้องปลดปล่อยก่อนเวลาอันควร

"อยู่เฉยๆ ดีกว่านะครับ"  ยุนโฮจูบหน้าผากมนไปหนึ่งครั้งก่อนจะค่อยดันตัวของบางๆ ของแจจุงให้นอนราบลงไปกับเตียงนุ่มอีกครั้ง   

ที่เขาไม่ยอมให้ทำนั้นไม่ใช่ว่าแจจุงทำไม่ได้เรื่องเสียจนรับไม่ได้

และก็ไม่ใช่ว่าจะเก่งกล้าสามารถเสียจนเขารู้สึกเสียเซลฟ์

แต่มันเป็นเพราะทุกอย่างคือแจจุงที่ทำให้เขาคลั่งจนหัวปักหัวปำอยู่ทุกวันนี้ที่ให้เขาอยากจะเป็นคนรังแกร่างบางนั้นให้ร้องครวญครางจนสาแก่ใจ

มือหนาค่อยๆ ดึงกางเกงออกเผยให้เห็นส่วนกลางลำตัวที่กำลังค่อยๆ ชูชันขึ้นมาอย่างช้าๆ ด้วยแรงกระตุ้นที่สร้างเอาไว้ก่อนหน้านี้   ผิวกายขาวผ่องของแจจุงนั้นส่งผลให้ส่วนนั้นกลายเป็นสีแดงจัดเมื่ออุณหภูมิในร่างกายสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง

"อ๊ะ อ่า"  ยุนโฮไม่ได้สัมผัสส่วนนั้นอย่างจริงจังสักเท่าไหร่นัก  แกล้งใช้มือปัดผ่านและทาบทับร่างกายเปลือยเปล่านั้นเอาไว้จนส่วนกลางลำตัวของทั้งสองคนบดเบียดกันผ่านเนื้อผ้าอย่างดีที่ยุนโฮยังสวมใส่อยู่

"ยะ ยุนโฮ  อ่า"  ร่างสูงด้านบนไม่ได้ทำอะไรเลยนอกจากหมุนวนสะโพกให้ร่างบางได้เสียวซ่านเล่นก็เท่านั้น   เขารู้ว่าแจจุงกำลังทรมาณ   แต่ยิ่งทรมานมากเมื่อถึงคราวที่จะต้องมีความสุขก็จะสุขมากเสียจนแทบจะสำลักเช่นกัน

"อยากให้ทำอะไรเหรอ"  ใช่ว่าเขาเองจะไม่รู้สึก  แต่ร่างบางเวลาที่ทำตาเว้าวอนนั้นน่ารักน่าชังเสียจนอยากจะแกล้งแรงๆ แต่ก็เป็นเขาเองที่ทนต่อแววตาแบบนั้นของแจจุงไม่ได้ต้องลุกขึ้นมาถอดกางเกงของตัวเองบ้างก่อนจะเริ่มต้นปฏิบัติหน้าที่ที่พึงกระทำมาตั้งแต่ต้น

"อื้มมม"  สองขาถูกแยกออกกว้างก่อนที่นิ้วเรียวจะเริ่มปัดป่ายวนไปวนมาอยู่ตรงช่องทาง  ในขณะที่ริมฝีปากหนาก็เริ่มขยับเข้าใกล้ส่วนหน้าเข้าไปทุกทีจนร่างบางหลับตาปี๋ด้วยความลุ้นระทึก  และการกระทำของยุนโฮก็ทำให้แจจุงแทบลืมหายใจเมื่อริมฝีปากครอบครองส่วนกลางลำตัวพร้อมกับดันนิ้วสองนิ้วเข้าไปจนสุดความยาว

"อื้ออออ อ๊าาาาา"  ความเสียวซ่านจนสุดขีดทำให้มือบางทั้งสองข้างจิกผ้าปูที่นอนจนแทบจะขาดติดมือ   ยุนโฮขยับนิ้วมือและปากไปพร้อมๆ อย่างเป็นจังหวะจนทำให้แจจุงปลดปล่อยออกมาอย่างห้ามไม่อยู่   ร่างสูงตกใจเล็กน้อยแต่ก็กลืนมันทันก่อนที่จะทำให้เขาสำลักออกมา    

นิ้วเรียวชักเข้าชักออกด้วยความรวดเร็วอีกครั้งเมื่อเห็นว่าช่องทางเริ่มพร้อมนิ้วที่สามก็ถูกแทรกเข้าไปโดยที่แจจุงยังไม่ทันได้รู้ตัว   ปลายนิ้วทั้งสามสะกิดตุ่มรับสัมผัสด้านในที่ทำให้ร่างบางได้เสียวซ่านทุกครั้งจนเผลอขยับสะโพกตามด้วยความลืมตัว    เมื่อเห็นว่าร่างกายของแจจุงพร้อมเต็มที่ร่างสูงก็ขยับตัวขึ้นมาแกนกายแข็งขึงที่ไม่ต้องผ่านการกระตุ้นใดใดพร้อมเต็มที่สำหรับการใช้งาน  ยุนโฮค่อยๆ ดันตัวเองเข้าไปด้วยความนุ่มนวลที่สุดในขณะที่มือทั้งสองข้างสอดประสานมือบางของร่างด้านใต้เอาไว้    เพราะเขารู้ว่าไม่ว่าจะอีกกี่ครั้งแจจุงก็ยังเจ็บอยู่ดี

"อึก  อ่ะ"  แจจุงพยายามผ่อนคลายที่สุดเท่าที่จะทำได้เพื่อไม่ให้การสอดใส่ของยุนโฮมีผลกระทบต่อเขามากนัก  จนในที่สุดส่วนแข็งขึงของยุนโฮก็ถูกครอบคลุมไปด้วยผนังเนื้ออ่อนนุ่มของแจจุง   ชายหนุ่มค่อยๆ ดันเข้าดันออกอย่างช้าๆ ก่อนจะค่อยๆ เร่งจังหวะให้เร็วขึ้นจนร่างบางครางไม่เป็นภาษา

"อ๊าา ยุนโฮ อ่ะ"  เสียงหวานหอบสะท้าน  จังหวะที่เร่งเร้าของยุนโฮนั้นทำให้เขาเกือบจะปล่อยออกมาเป็นรอบที่สองจนต้องเกร็งเอาไว้เพื่อจะได้ปล่อยออกมาพร้อมๆ กับยุนโฮ

"อือ อ่า อ่ะ"  ยุนโฮกระแทกกายแรงๆ อีกสองสามครั้งก่อนจะปลดปล่อยออกมาภายในช่องทางสีสวยในขณะที่แจจุงก็ปล่อยออกมาจนเลอะไปทั่วทั้งหน้าท้องของตนเองและร่างด้านบน

"อื้อออ  ยุนโฮ"  ร่างบางร้องครางเสียงหวานอีกครั้งเมื่อแกนกายที่ควรจะสงบลงแล้วของชายหนุ่มกลับแข็งขึงขึ้นมาอีกครั้ง   และยังไม่ทันที่จะได้กล่าวประท้วงใดใด  ยุนโฮก็ขยับกายอีกครั้งโดยไม่มีการขออณุญาติ  ทำให้แจจุงทำได้แค่เพียงร้องครางเสียงหวานตอบสนองความต้องการที่ไม่รู้ว่าจะสิ้นสุดตอนไหนของยุนโฮ


ในขณะที่ภายนอกห้องนอนนั้นก็มีแขกที่ไม่ได้รับเชิญยืนน้ำตานองอยู่อย่างนั้นมานานนับชั่วโมง

จางรินที่ยุนโฮคิดว่าเข้านอนไปแล้วนั้นอันที่จริงเธอเพียงแค่แกล้งหลับเพราะเธอสังเกตุว่ายุนโฮมักจะตื่นขึ้นมาในยามดึกอยู่เสมอและจะกลับมาอีกครั้งก็ตอนช่วงเช้ามืด   และคืนนี้เองที่เธอตัดสินใจว่าจะต้องรู้ให้ได้ว่าสามีของเธอหายไปไหน     

หญิงสาวแกล้งหลับตานอนนิ่งๆ รอจนกระทั่งยุนโฮลุกเดินออกจากห้องมาด้วยความเงียบเชียบ   ในขณะที่จางรินก็รีบลุกขึ้นจากเตียงแง้มประตูออกดูด้วยหัวใจที่เต้นไม่เป็นจังหวะ เธอภาวนาอยู่ในใจลึกๆ ว่าให้สามีของเธอเดินลงไปข้างล่างอย่าได้เปิดประตูห้องตรงข้ามนั้นเลย

แต่คำภาวนาในใจเธอกลับไม่เป็นผล   สามีของเธอไขกุญแจเข้าห้องน้องชายของเธอไปด้วยความระมัดระวัง   แต่ก็คงไม่รู้ว่าไม่ว่าจะระวังแค่ไหนเมียหน้าโง่อย่างเธอก็เห็นแล้ว

ไม่อยากจะคิดเลยว่าภายในห้องนั้นจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง   เพียงบานประตูที่ถูกปิดลงนั้นปิดบังซ่อนความจริงอะไรที่เธอยังไม่รู้เอาไว้    แค่ที่เธอเห็นในห้องครัวนั้นก็แย่พออยู่แล้วหากจะมีอะไรมากกว่านั้นคงจะยิ่งกว่าคำว่ารับไม่ได้จางรินเดินวนไปวนมาอยู่ในห้องนอนของตัวเองโดยลืมแม้แต่ลูกน้อยในท้องว่าตอนนี้ต้องการการพักผ่อนมากเพียงใด   จนกระทั่งผ่านไปกว่าครึ่งชั่วโมงก็ไม่มีวี่แววว่ายุนโฮจะเดินออกมาจากห้องนั้นเธอจึงตัดสินใจจะเข้าไปดูให้เห็นกับตาว่าคนสองคนที่เธอรักหมดใจนั้นไม่ได้ทำอะไรอย่างที่เธอพยายามจะไม่คิด

"อ้าวคุณหนู...ยังไม่นอนอีกเหรอคะ"  ป้าจินที่มักจะนำนมอุ่นๆ มาเสิร์ฟให้แจจุงเป็นประจำเห็นคุณหนูใหญ่ของนางพอดีจึงเอ่ยทักขึ้น  เพราะในเวลานี้ไม่ใช่เวลาที่คนท้องจะมาเดินไปเดินมาแบบนี้

"ยังค่ะ...เอ่อ  นมของแจจุง...หนูเอาไปให้เองนะคะ"  จางรินแย่งแก้วนมในมือป้าจินมาถือเอาไว้  ก่อนจะส่งยิ้มให้ป้าจินอีกครั้ง

"ค่ะ...ป้าไปนอนแล้วนะคะ  คุณหนูก็อย่านอนดึกให้มากนะคะ"  ป้าจินเดินจากไป  ในขณะที่มือบางนั้นเริ่มสั่นเพราะไม่รู้ว่าควรจะทำอย่างไรดี   เพราะต่อให้เธอแอบฟังอยู่หน้าประตูมันก็ไม่มีประโยชน์เพราะห้องทุกห้องในบ้านหลังนี้เป็นห้องเก็บเสียง   

"แจจุง..จะไม่ทำให้พี่เสียใจใช่ไหม?"  หญิงสาวพูดเบาๆ เพื่อเป็นการปลอบใจตัวเอง   แต่เธอก็ยังไม่กล้าที่จะรับความจริงอยู่ดี  หากมีอะไรเกิดขึ้นภายในห้องนี้จริงเธอเองจะเป็นคนที่เสียใจ  เธอจึงตัดสินใจยืนรออยู่อย่างนั้นพร้อมกับแก้วนมที่ยังอุ่นอยู่ในตอนแรกและเย็นชืดไปจากการรอคอยมากว่าสี่ชั่วโมง
 
*********************************
 
หลังจากหายไปนานวันนี้มาต่อด้วยความจุใจ  สองพาร์ทรวดเลยทีเดียว
 
และพร้อมกับข่าวดี   เปิดจอง ชู้..ตัณหา..ปรารถนา..น้องเมีย Vol. 1 แล้วนะคะ >>> http://bronun-yunjae.exteen.com/20090817/vol-1
 
คลิ๊กไปดูรายละเอียดกันได้นะคะ  เปิดจองรอบเดียวช้าอดนะคะ ^^  บ๊ายบาย