Part 20
หลังจากงานเลี้ยงจบลง แจจุงก็รับหน้าที่เก็บทำความสะอาดจานชามทั้งหลายด้วยความเกรงใจป้าจินและสาวใช้คนอื่นๆ เพราะตอนนี้ก็ดึกมากแล้ว
"แจจุง...พี่ขอคุยอะไรด้วยหน่อยสิ" ในขณะที่ร่างบางกำลังยืนล้างจานอยู่ พี่สาวคนสวยก็เดินมาด้านหลังอย่างเงียบเชียบก่อนจะพูดขึ้นทำให้แจจุงสะดุ้งด้วยความตกใจ
"คะ ครับ" อาการของคนมีแผลมีอยู่ในใจ พวกกับอารมณ์ตกใจยิ่งทำให้ดูรุกรี้รุกรนจนเหมือนเป็นคนมีความผิด ยิ่งทำให้จางรินสงสัย เธอยืนมองน้องชายอยู่อย่างนั้นไม่ไปไหน เพื่อรอให้จานกองโตนั้นหมดลงและเดินออกไปพร้อมกัน
ใบหน้าสวยงามแบบผู้หญิงจ้องมองน้องชายไม่วางตา เธอเฝ้ามองผู้ชายตรงหน้ามาตั้งแต่เกิด เด็กน้อยน่ารักที่เกิดมาท่ามกลางความรักของทุกคน เด็กผู้ชายที่มีใบหน้าสวยหวานยิ่งกว่าผู้หญิงจนทำให้เธออิจฉาอยู่ลึกๆ แต่ด้วยความที่พ่อและแม่รักเธอและแจจุงอย่างเท่าเทียมกันจึงไม่ทำให้เธอรู้สึกริษยาน้องชายแต่อย่างใด จนกระทั่งวันที่ทั้งพ่อและแม่เสียชีวิตลงพร้อมๆ กัน ยิ่งทำให้เธอต้องคอยดูแลน้องชายคนนี้ตามลำพัง ทุกสิ่งทุกอย่างที่เธอทำก็เพื่อแจจุงทั้งนั้น รักจนไม่มีข้อแม้ใดใด แต่ทำไมวิธีตอบแทนความรักของแจจุงถึงได้โหดร้ายกับเธอถึงเพียงนี้
"ยุนโฮคุยกับพี่ว่าจะย้ายไปอยู่อเมริกา" จานกองโตนั้นดูจะไม่ยุบลงง่ายๆ หญิงสาวจึงเลือกที่จะพูดขึ้นมาในตอนนี้เลย
เคร้งงง!!!
ในขณะที่มือบางก็ปล่อยจานให้หลุดมือโดยที่ไม่รู้ตัว
ยุนโฮจะหนีเขาไปอย่างนั้นเหรอ?
"เขาอยากให้ลูกไปโตที่โน่น เรียนที่โน่น พี่ก็เห็นด้วยนะ" เธอเลือกที่จะโกหก เธอรู้ว่ายุนโฮไม่มีทางที่จะเป็นคนชวนไปอยู่ที่อื่นอยู่แล้ว แต่ถ้าหากเป็นเธอที่อยากไป ชายหนุ่มคงไม่กล้าที่จะขัดใจ ในขณะที่พูดไปจางรินก็ลอบสังเกตุปฏิกิริยาของน้องชายไปด้วย
และเห็นว่ามีพิรุธอย่างชัดเจน...
"ทำไมล่ะ...กลัวจะคิดถึงพี่เหรอแจจุง" จางรินถามต่อเมื่อเห็นว่าน้องชายเงียบไป เธอเองก็ไม่อยากทำแบบนี้ ถ้าเธอไม่ได้ตั้งท้อง เธอจะถามยุนโฮเพียงแค่คำเดียวว่ารักใคร
ถ้าหากรักเธอ...เธอก็จะทำทุกอย่างให้แจจุงพ้นไปจากชีวิต
แต่ถ้าหากรักแจจุง....เธอจะยอมเป็นคนจากไป
แต่ทุกอย่างไม่ได้สวยหรูเหมือนในนิยาย ในเมื่อตอนนี้เธอมีลูกน้อยอยู่ในท้อง ไม่ว่าอย่างไรก็จะไม่ยอมเสียพ่อของลูกไปให้ใครทั้งนั้น
"เอ่อ...ก็ดีเหมือนกันนะครับ" ไม่รู้จะพูดอะไรให้ดีไปกว่านี้ มือทั้งสองข้างมันสั่นเทาจนแทบจะถือจานเอาไว้ไม่อยู่ หัวใจดวงน้อยก็เต้นระรัวจนกลัวว่ามันจะแหลกละเอียดในไม่ช้า
"ถ้าแจจุงว่าดี...พี่ก็ว่าอีกสักสองอาทิตย์ก็คงจะไปแล้วล่ะ เพราะพี่ก็ให้เพื่อนที่อยู่ทางโน้น หาที่อยู่แบบชั่วคราวให้แล้วล่ะ" แจจุงรู้สึกว่าในยามนี้พี่สาวของเธอช่างไม่ต่างอะไรไปจากซาตานหน้าสวยที่กำลังจะมาพรากความรักของเขาเลย
"แต่ผมว่าตอนนี้พี่ควรจะไปนอนได้แล้วนะครับ คนท้องนอนดึกไม่ดีนะ" แจจุงเปลี่ยนเรื่องคุย เพราะไม่อยากรับฟังอะไรที่มันจะทำให้หัวใจของเขาเจ็บปวดอีกต่อไปแล้ว
"จ้ะ ฝันดีนะจ๊ะแจจุง" จางรินยิ้มหวานให้น้องชายหนึ่งครั้งก่อนจะเดินจากไป
แต่รอยยิ้มสวยๆ นั้น ไม่ได้ทำให้แจจุงรู้สึกดีได้เลย ดวงตากลมโตเริ่มพร่าเลือนไปด้วยหยาดน้ำตาที่พากันไหลมาเอ่อคลอพร้อมที่จะร่วงหล่นลงมาได้ตลอดเวลา
หยดน้ำตาที่พร้อมจะไหลออกมาเพราะความรักของตัวเอง
.......................................................................................................................
บรรยากาศภายในรถคันหรูแสนเงียบเชียบเมื่อผู้โดยสารหนึ่งคนและคนขับหนึ่งคนมัวแต่คิดทบทวนในเรื่องของตัวเองจนไม่มีกระจิตกระใจที่จะมานั่งสนทนากันเหมือนอย่างเคย ดวงตาเรียวเล็กทอดออกไปยังวิวทิวทัศน์ข้างทางแต่ก็ไม่มีภาพอะไรสักอย่างที่เข้ามาในสมอง เพราะตอนนี้ในทุกพื้นที่ของรอยหยักมีแต่ข้อเสนอของชอง ยุนโฮ ที่มันดูน่าสนใจยิ่งกว่ากระเป๋าเสื้อผ้าที่ลดราคากันเจ็ดสิบเปอร์เซ็นต์เสียอีก
เขาไม่รู้หรอกว่าจุดประสงค์ของยุนโฮนั้นคืออะไร เป็นเพราะใบหน้าหล่อคมของชายหนุ่มนั้นไม่ได้บ่งบอกอะไรเลย แต่ไม่ว่าจุดประสงค์ของอีกฝ่ายจะเป็นอะไร มันก็เป็นการดีไม่ใช่เหรอที่จะทำให้เขาได้สมหวังในความรักสักที
"..ซู...จุนซู.." เสียงเรียกของคนข้างๆ เรียกสติของร่างเล็กให้กลับคืนมา เมื่อมองดูรอบๆ ก็พบว่ารถคันหรูหยุดเคลื่อนที่ไปแล้วพร้อมกับจอดอยู่ที่บริเวณลานจอดรถของคอนโดเขาอีกด้วย
"คะ ครับ" จุนซูสอดส่ายสายตาล่อกแล่กตามประสาคนมีความผิดติดตัว ผิดกับยูชอนที่ดูจะอ่อนแรงมากเสียจนไม่ได้สนใจรอบข้างเลยด้วยซ้ำว่ากำลังมีใครเป็นอะไร
"ถึงแล้ว..." พูดเพียงสั้นๆ ที่เป็นความหมายในแบบยาวๆ ที่จุนซูตีความได้คือ ...ถึงแล้ว รีบลงไปสักทีสิ...
แต่นั่น..มันก็แค่สิ่งที่จุนซูคิดไปเองคนเดียวเท่านั้นเอง
"ครับ...คุณจะขึ้นไปพักผ่อนก่อนหรือเปล่า" จุนซูไม่ได้หวังให้มีอะไรมากไปกว่านั้นเพราะในตอนนี้สภาพของเจ้านายนั้นสมควรที่จะได้รับการพักผ่อนอย่างมากจริงๆ
ทำไมนะ...ได้ไปเจอกับแจจุงแทนที่จะมีความสุข แต่กลับดูเหมือนเป็นคนอมทุกข์อย่างมากมายมหาศาล
"อืม..ก็ดีเหมือนกัน ขอบคุณนะ" ยูชอนไม่รู้ว่าจะปฏิเสธไปทำไม หัวสมองของเขามันอ่อนล้าเสียจนไม่อยากจะใช้เท้าเหยียบคันเร่งเลยด้วยซ้ำไป
"คุณมีอะไรไม่สบายใจ...บอกผมได้นะ" เมื่อทิ้งตัวลงบนโซฟาได้ ยูชอนก็หลับตาพริ้มเอามือก่ายหน้าผากเหมือนนักธุรกิจร้อยล้านพันล้านที่กำลังจะล้มละลายภายในอีกไม่กี่นาทีนี้
"....................." ยูชอนใช้เพียงความเงียบเท่านั้นที่เป็นคนตอบ จุนซูเองก็เข้าใจ คนเราถ้ามีเรื่องไม่สบายใจ อันดับแรกที่จะนึกถึงนั่นคือการอยู่กับตัวเอง
"ถ้าอย่างนั้นคุณนอนพักไปก่อนก็ได้สบายดีเมื่อไหร่แล้วค่อยกลับ....ที่นี่ต้อนรับคุณเสมอ" จุนซูพูดก่อนจะหมุนตัวเพื่อเดินไปจากตรงนั้น แต่ยังไม่ทันได้ก้าวขาข้อมือบางก็ถูกจับและกระชากตัวเข้าไปสู่อ้อมกอดของคนที่นอนอยู่บนโซฟาเสียก่อน
"...................." ยูชอนยังคงไม่พูดอะไรเช่นเดิม แต่อ้อมกอดแข็งแกร่งนั้นกลับโอบรอบเอวบางของจุนซูเอาไว้อย่างเหนียวแน่น
"คุณเป็นอะไร" จะไม่ให้สงสัยได้ยังไง ตั้งแต่รู้จักกันมายูชอนไม่เคยทำปฏิกิริยาที่แสดงออกถึงความอบอุ่นเช่นนี้
"ไม่รู้สิ....แจจุงกับคุณยุนโฮน่ะ เค้ารักกัน...มาตั้งนานแล้ว" ยูชอนตัดสินใจพูดมันออกมาทั้งที่ควรจะเก็บเอาไว้เป็นความลับ เพราะถ้าเรื่องนี้แพร่กระจายไปถึงหูของจางรินเมื่อไหร่ คนที่เขารักก็จะเจ็บปวด
"ห๊ะ!!!!" เหมือนจะเป็นกุญแจไขความกระจ่างให้จุนซูทุกอย่าง เขาเข้าใจเหตุผลแล้วว่าทำไมยุนโฮถึงได้อยู่ข้างเขา เป็นเพราะไม่อยากจะเสียแจจุงไปเช่นกัน แต่ถึงอย่างนั้นก็ไม่เห็นจะมีทางไหนที่ยุนโฮกับแจจุงจะร่วมทางกันได้เลย ตราบใดที่ยังมีจางรินอยู่อย่างนี้
"ตกใจล่ะสิ ฉันเองก็ไม่แพ้กัน......แต่วันนี้ที่ฉันเศร้ามันเป็นเพราะ ฉันกำลังมองข้ามอะไรไปโดยที่ไม่รู้ตัวหรือเปล่า" ยูชอนจงใจจ้องเข้าไปในดวงตาของจุนซู เพื่อสื่อความหมายให้รู้ว่าเขาไม่ได้โกหก
"............" จุนซูเลือกที่จะเงียบเพื่อฟังในสิ่งที่ยูชอนต้องการจะพูด
"ฉันกำลังไขว่คว้าหัวใจของคนที่ไม่ว่ายังไงก็ไม่มีทางเป็นของฉัน.....ในขณะที่นายเองก็กำลังทำอยู่เช่นเดียวกัน"
"ทำไมฉันไม่เคยคิดเลยนะว่านายเองก็รู้สึกเหมือนกันกับฉัน"
"เราน่ะ..หัวอกเดียวกัน ว่าไหม?"
"ไม่หรอก....เพราะแจจุงไม่เคยผลักไสคุณ ในขณะที่คุณดันผมให้ออกห่างอยู่ตลอดเวลา" น้ำตาของจุนซูหยดลงบนใบหน้าของยูชอนด้วยความเจ็บปวด
บางครั้งแม้แต่ตัวเขาเองยังนึกอิจฉายูชอน ที่แจจุงไม่เคยตัดความสัมพันธ์ แจจุงยอมให้ยูชอนอยู่เคียงข้างในฐานะเพื่อน
ในขณะที่เขาไม่เคยได้รับสิทธิที่จะอยู่เคียงข้างยูชอนในแบบนั้นเลย นอกจากเวลางานแล้วเขาแทบจะเป็นคนอื่นในสายตาของยูชอน
"นั่นสินะ....อาจเป็นเพราะฉัน...ปกป้องหัวใจของนาย และหัวใจของฉันเอง"
.......................................................................................................................................
เป็นเวลากว่าสองชั่วโมงที่ทุกอย่างในครัวกลับมาสะอาดเอี่ยมอีกครั้ง แจจุงมองดูผลงานของตัวเองตรวจเชคความเรียบร้อยอีกครั้งก่อนจะเดินเข้าห้องด้วยหัวใจที่เหนื่อยล้า เขาไม่เคยคิดเลยว่าทุกอย่างจะลงเลยแบบนี้
ไม่เคยคิดว่ายุนโฮจะหนีเขาไป
เมื่อคิดถึงชีวิตในอนาคตข้างหน้าที่จะไม่มียุนโฮอยู่เคียงข้างอีกแล้วน้ำตาก็พาลไหลออกมาเสียให้ได้ ร่างบางคว้าผ้าเช็ดตัวก่อนจะพาตัวเองเข้าไปชำระล้างร่างกายให้สมองได้รู้สึกปรอดโปร่งขึ้นมาบ้าง ไม่กี่นาทีเรือนกายหอมฉุยไปด้วยกลิ่นครีมอาบน้ำก็เดินออกมาด้วยร่างกายเปลือยเปล่าที่ถูกคลุมเอาไว้เพียงแค่เสื้อคลุมอาบน้ำเท่านั้น และสิ่งที่ไม่คาดฝันนั่นคือมีใครบางคนนอนรออยู่บนเตียง
"ยุนโฮ..." ใครบางคนที่ทำให้เขาร้องไห้จะจมูกแดงกล่ำอยู่ ณ เวลานี้
"แจจุง...ทำไมตาช้ำแบบนี้..ร้องไห้เหรอ ใครทำอะไร บอกยุนโฮมานะ" ชายหนุ่มปรี่เข้าไปหาคนรักด้วยความว่องไว นอกจากเขาแล้วจะมีใครที่ทำให้แจจุงเสียน้ำตาได้อีก
"มาทำไม...พี่จางรินล่ะ" เสียงหวานที่ฟังดูทั้งสั่น ทั้งแข็งไปในเวลาเดียวกันไม่ได้ทำให้ยุนโฮรู้สึกถึงความน่ากลัวได้เลย
"นอนไปแล้ว...ร้องไห้ทำไมครับคนดี" มือกร้านโอบประคองใบหน้าเนียนสวยให้หันมาสบตากันตรงๆ เพราะแจจุงเอาแต่หันหน้าหนีอยู่อย่างนั้น
"จะทิ้งแจจุงแล้วใช่ไหม" คนสวยแสนซื่อที่ไม่ว่าจะยังไงก็ไม่เคยพูดอะไรได้นอกเหนือจากที่ใจคิดเลย แจจุงเลือกที่จะถามไปตรงๆ เพราะเขาทั้งสองคนไม่เคยมีเวลามากพอที่จะอ้อมค้อมไม่ว่าจะเรื่องใดใด
"หา.." ยุนโฮอ้าปากค้างด้วยความงุนงง เขาไปคิดที่จะทิ้งร่างบางนี้ตอนไหน ถ้าเป็นพี่สาวล่ะสิไม่แน่
"พี่จางรินบอกว่ายุนโฮอยากไปอยู่อเมริกา...อยากให้ลูกไปโตที่นั่น และกำลังจะไปเร็วๆ นี้" อาการเหวอของยุนโฮยิ่งทำให้แจจุงรู้สึกหงุดหงิดเพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัว
จะทิ้งเขาแล้วแกล้งทำเป็นไม่รู้เรื่องอย่างนั้นเหรอ
"อะไรกัน....ยุนโฮไม่ได้อยากไปสักหน่อย จางรินเองนั่นแหละที่เป็นคนอยากไป....หรือว่า" ยุนโฮพูดขำๆ เพราะคิดว่าสาเหตุที่แจจุงร้องไห้นั้นอาจเป็นเพราะกลัวว่าเขาจะทิ้งไปนั่นเอง แต่รอยยิ้มก็ต้องหุบลงเมื่อนึกอะไรขึ้นมาได้
"หรือว่า....จางรินจะรู้เรื่องของเราแล้ว"
แจจุงพยักหน้าพร้อมกับน้ำตาที่ไหลออกมาราวกับเขื่อนแตกอีกครั้ง
ส่วนหนึ่งของความเสียใจในตอนนี้คือเขาทั้งสองคนอาจจะต้องจบกันจริงๆ
และอีกส่วนหนึ่งนั่นคือพี่สาวของเขาจะรู้สึกผิดหวัง เสียใจขนาดไหน
ในขณะที่สองคนที่ทำความผิดเหมือนวัวสันหลังหวะที่กลัวความผิดไปซะรอบด้าน จนไม่มีทางได้รู้ว่าความจริงแล้ว จางรินยังไม่รู้เรื่องอะไรแน่ชัดเลย เธอเพียงแค่สงสัยและหาทางป้องกันเท่านั้นเอง
Part 21
"เราน่ะ..หัวอกเดียวกัน ว่าไหม?"
"ไม่หรอก....เพราะแจจุงไม่เคยผลักไสคุณ ในขณะที่คุณดันผมให้ออกห่างอยู่ตลอดเวลา" น้ำตาของจุนซูหยดลงบนใบหน้าของยูชอนด้วยความเจ็บปวด
บางครั้งแม้แต่ตัวเขาเองยังนึกอิจฉายูชอน ที่แจจุงไม่เคยตัดความสัมพันธ์ แจจุงยอมให้ยูชอนอยู่เคียงข้างในฐานะเพื่อน
ในขณะที่เขาไม่เคยได้รับสิทธิที่จะอยู่เคียงข้างยูชอนในแบบนั้นเลย นอกจากเวลางานแล้วเขาแทบจะเป็นคนอื่นในสายตาของยูชอน
"นั่นสินะ....อาจเป็นเพราะฉัน...ปกป้องหัวใจของนาย และหัวใจของฉันเอง"
.............................................................................................................................................................
จุนซูทำหน้านิ่วคิ้วขมวดซะจนคนพูดอย่างยูชอนก็เข้าใจในทันทีว่าคนตัวเล็กไม่เข้าใจความหมายของมัน
ปกป้องตรงไหน
ปกป้องยังไง
ทำไม....เขาถึงได้รู้สึกปวดหนึบราวกับว่ากำลังจะตายอยู่อย่างนี้
"ฉันอยากให้นายไปเจอคนที่ดีกว่าฉัน....และฉันเองก็พยายามถอยห่างจากนายเพราะกลัวว่าจะรักนายเข้าสักวัน" ยูชอนยิ้มสมเพชให้กับความคิดของตัวเอง เขาโง่หรือเปล่าที่คิดแบบนี้ เอาแต่ยึดมั่นกับสิ่งที่ไม่มีทางเป็นไปได้เอาแต่เชื่อว่าหัวใจของเขาจะไม่มีทางรักใครได้นอกจากคิม แจจุง
แล้วตอนนี้เป็นยังไง?
เจ็บปวดไม่แพ้คนตัวเล็กที่เขากอดอยู่นี้เลย
"ไม่มีใครหนีความรักพ้นหรอกครับคุณยูชอน....คุณยิ่งหนี มันก็จะยิ่งตามหลอกหลอนคุณ ทำให้หัวใจคุณไม่เป็นสุข ทำให้คุณรู้สึกทรมานจนแทบจะอยากให้มันหยุดเต้น" จุนซูพูดอย่างนั้นเป็นเพราะเขากำลังรู้สึกถึงมันอยู่ เขาเจ็บปวดเสียยิ่งกว่าเจ็บ ถูกคนที่ตัวเองรักผลักใสไล่ส่งยิ่งกว่าของที่ไม่มีค่า แต่ถึงอย่างนั้นเขาเองก็ไม่หยุดวิ่งไล่สักที พยายามไขว่คว้าจนเกือบจะเป็นคนเลว
"นั่นสินะ....ฉันบอกตัวเองทุกครั้งว่าคนที่ฉันรักคือแจจุง คนที่ฉันต้องการพบหน้าคือแจจุง คนที่ฉันอยากใช้ชีวิตอยู่ด้วยคือแจจุง"
ยูชอนเงียบไปในขณะที่คนฟังน้ำตาแทบร่วงเพราะคำพร่ำเพ้อที่ออกมานั้นไม่ได้ต่างอะไรไปจากหอกแหลมคมที่ทิ่มแทงหัวใจของเขาให้พังยับเยินเลยสักนิดเดียว
"ครับ..ผมรู้" ใช่...เขารู้ในหัวใจของยูชอนถูกแบ่งขอบเขตไว้อย่างชัดเจน ไม่ว่าใครหน้าไหนที่ไม่ได้ชื่อแจจุงก็ไม่สามารถย่างกรายเข้าไปได้เพราะถึงแม้จะพยายามสักแค่ไหนเจ้าของหัวใจก็จะไม่เหลียวแล
"แต่มันแปลกไป....ทุกครั้งที่ฉันตอบหัวใจว่าคนที่ฉันรักคือแจจุง ก็จะมีเสียงบางอย่างสะท้อนกลับมาว่า....แล้วจุนซูล่ะ"
"ทุกครั้งที่คำตอบจากหัวใจของฉันมันคือแจจุงเมื่อไหร่ก็จะมีอะไรบางอย่างถามว่า...แล้วจุนซูล่ะ ทุกครั้งไป"
"ฉันไม่เคยคิดเลยว่านอกจากแจจุงแล้ว.....จะมีใครมาทำให้ฉันหวั่นไหว"
"ฉันเจ็บปวดที่เห็นแจจุงรักคนอื่น....แต่ฉันก็เจ็บปวดยิ่งกว่าที่เห็นนายเฉยชาใส่ฉัน"
ในขณะที่ยูชอนพยายามพูดไปโดยไม่มองหน้าจุนซู ร่างเล็กที่พบเจอกับคำพูดที่ทิ่มแทงหัวใจมาซะเคยชินจนไม่คิดว่าจะได้ยินคำพูดพวกนี้ออกจากปากของคนที่ตนรักหมดใจ
"ห๊ะ...เมื่อกี๊คุณพูดว่าอะไรนะ" เขามั่นใจว่าได้ยินไม่ผิดพลาด แต่ดูเหมือนคำพูดของยูชอนมันช่างแตกต่างจากที่เคยได้ยินมาซะจนไม่อยากจะเชื่อหู
ความหมายของคำพูดทั้งหมดนั่นคือ
ยูชอนรักเขาอย่างนั้นเหรอ
"ฉันจะบอกว่าอยากเริ่มต้นใหม่กับนาย" ยูชอนจ้องตาจุนซูเพื่อสื่อความหมายให้รับรู้ว่าทุกคำพูดของเขานั้นเป็นความจริง
"จะ..จริง..เหรอครับ" ดูเหมือนจุนซูจะติดอ่างไปชั่วขณะ เขาไม่รู้ว่าจะต้องรู้สึกอย่างไรดี
ดีใจ?
ซาบซึ้งใจ?
เพราะในหัวใจลึกๆ ของเขายังคงต่อต้าน ที่ยูชอนมาบอกรับเขาแบบนี้ก็คงจะเป็นเพราะผิดหวังมาจากแจจุง
และเขาก็เป็นของตาย เป็นตัวเลือกสุดท้ายของยูชอน
แต่....เป็นตัวเลือกสุดท้าย ยังดีกว่าไม่ถูกเลือกเลยไม่ใช่เหรอ
"จริงสิ....ฉันอยากจะมีความสุขกับคนที่รักฉันบ้าง" ต่อให้เขาพยายามแค่ไหน แจจุงก็เป็นแค่เพียงฝัน ฝันที่ไม่มีทางเป็นจริง แล้วเขาจะมัวไขว่คว้าฝันอยู่ทำไมในเมื่อชีวิตของคนทุกคนก็ต้องเดินไปข้างหน้าและควรที่จะอยู่กับปัจจุบัน
"ขอบคุณครับ...ขอบคุณ" ไม่รู้จะพูดอะไรให้ดีไปกว่านี้ เหมือนฝันที่คิดว่าไม่มีทางเป็นจริง แต่กลับเป็นจริงขึ้นมาอย่างที่ไม่เคยคาดคิดมาก่อน
ขอบคุณหัวใจ.....ที่อดทนมาจนถึงทุกวันนี้
ขอบคุณความเข้มแข็ง....ที่ทำให้เขาไม่หมดหวังไปเสียก่อน
.....................................................................................................................................
เป็นเวลากว่าชั่วโมงแจจุงยังคงนั่งร้องไห้อยู่บนเตียงในขณะที่มีอ้อมแขนแข็งแรงของยุนโฮคอยกอดปลอบ ที่มานั่งปลอบให้อีกคนนั้นไม่ได้เป็นเพราะว่าเขาไม่ได้รู้สึกเสียใจเขาเองก็เครียดไม่แพ้กัน เพียงแต่ตอนนี้คนที่อ่อนแอที่สุดคือแจจุงและเขาสมควรที่จะเป็นคนเข้มแข็งเพื่อคอยปกป้องผู้เปรียบเสมือนลมหายใจ
ทางออกที่เขายังหามันไม่เจอกลับมีกำแพงใหญ่มาขวางกั้นทางเดินตรงหน้าเอาไว้อีกชั้น
ไม่มีทางเลยจริงๆ ที่จะไม่มีใครเจ็บปวด
แม้แต่ในเกมส์การแข่งขันก็ยังต้องมีฝ่ายหนึ่งแพ้ ฝ่ายหนึ่งชนะ
ในโลกของความเป็นจริงก็เช่นกัน ต้องมีฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง เจ็บปวดอยู่ดี
"เราจะทำยังไงกันดี" ร่างบางพยายามหยุดความเศร้าโศกเสียใจและตั้งสติ เพราะปัญหานี้ไม่ได้เป็นแค่เพียงปัญหาที่ยุนโฮจะต้องแก้ไขคนเดียว มันเป็นปัญหาที่เขาเองก็มีส่วนร่วมและควรช่วยกันหาทางออก
"ไม่รู้สิ...จริงๆ แล้วจางรินอาจจะยังไม่รู้เรื่องอะไรก็ได้นะ" ยุนโฮไม่ได้คิดเข้าข้างตัวเอง แต่รูปการณ์มันเป็นแบบนั้น จางรินเป็นผู้หญิงเก่ง ฉลาด แต่ก็ใช่ว่าเธอจะไม่มีจุดบกพร่อง ถ้าหากเธอรู้แล้วจริงจะไม่แสดงอะไรออกมาให้เขารู้เลยอย่างนั้นเหรอ
"แต่พี่พูดเหมือนต้องการจะแยกเราออกจากกัน" นั่นคือสิ่งที่ทำให้เขาเจ็บปวดมากที่สุด เขายอมเป็นชู้ เขายอมอยู่อย่างหลบๆ ซ่อนๆ แต่อย่าแยกเขาออกจากยุนโฮได้ไหม
ยุนโฮครุ่นคิดหาทางออกจนไม่สามารถจะคิดอะไรได้แล้ว ลูกของเขาอยู่ในท้องของจางริน แต่หัวใจของเขาอยู่ที่แจจุง
เขาควรจะเลือกอะไรอย่างนั้นเหรอ
เลือดเนื้อเชื้อไขของตัวเอง
หรือ หัวใจที่ฝากไว้กับแจจุง
"อย่าเพิ่งคิดอะไรไปก่อนเลยนะ ตอนนี้เรายังอยู่ด้วยกัน ก็ต้องใช้เวลาทุกวินาทีให้มีคุณค่ามากที่สุด" มือหยาบกร้านประคองพวงแก้มใสนั้นเอาไว้ทั้งสองข้าง ก่อนจะค่อยๆ ปาดคราบน้ำตาที่เพิ่งจะหยุดไหลได้สักพักนั้นทิ้ง ใบหน้าหวานๆ ของแจจุงไม่เหมาะกับน้ำตาเลยสักนิด แต่ไม่รู้ทำไมเขาถึงทำให้ใบหน้านี้มีแต่รอยยิ้มไม่ได้สักที
"เราจะอยู่ด้วยกันทั้งตอนนี้และตลอดไป....สัญญาสิ" แจจุงยกนิ้วก้อยขึ้นมาพร้อมกับมองตาของยุนโฮไม่ละไปไหน ตอนนี้ร่างบางเหมือนเด็กน้อยเอาแต่ใจที่ต้องการของเล่นและต้องได้เดี๋ยวนั้น จนยุนโฮแอบนึกขันอยู่ในใจ การจะยกมือเกี่ยวก้อยกับแจจุงนั้นไม่ใช่เรื่องยาก
หากเขาเป็นเพียงผู้ชายธรรมดา
หากเขาไม่ได้มีเมียและลูกนอนอยู่ที่ห้องตรงข้าม
หากเขาจะสามารถมอบความสุขให้แจจุงได้
"อื้อออ..." แจจุงร้องด้วยความขัดใจเมื่อนิ้วก้อยที่ยื่นออกไปนั้นไม่ได้รับการเกี่ยวก้อยสัญญาพร้อมทั้งการจู่โจมของร่างสูงที่ยังไม่ทันได้ตั้งตัว
ยุนโฮดันร่างบางให้นอนราบลงไปกับเตียงนุ่มพร้อมกับริมฝีปากหนาที่บดขยี้ปากอิ่มสีเชอร์รี่นั้นราวกับไม่เคยเจอกันมาก่อน ในขณะที่มือทั้งสองข้างก็ทำงานอย่างไม่มีขาดตกบกพร่องจนเสื้อตัวบางของแจจุงนั้นถูกถอดออกไปตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่อาจทราบได้
เมื่อผิวขาวเนียนละเอียดปรากฏขึ้นชายหนุ่มก็อดไม่ได้ที่จะลูบไล้สัมผัสด้วยความเคยชิน
ผิวนี้เป็นของเขา ร่างกายสวยงามนี้ก็เป็นของเขาเพียงผู้เดียว
"อ๊าาา ยุนโฮ" ร่างบางร้องครางอย่างเสียวซ่านเมื่อยุนโฮเคลื่อนกายลงมาใช้ปากดูดเม้มยอดอกสีสวยด้วยความเมามันส์ ฟันแหลมที่ทำหน้าที่ขบกัดไปพร้อมๆ กับเรียวลิ้นที่กำลังหยอกล้อกับส่วนปลายยิ่งทำให้อารมณ์วาบหวามของร่างบางพุ่งทะยานเต็มที่
แจจุงดันตัวเองขึ้นมาจนอยู่ในท่านั่งหันหน้าเข้าหากัน ร่างบางมอบจูบแสนหวานให้คนตรงหน้าอีกครั้งพร้อมกับมือสวยที่กำลังปลดกระดุมเสื้อของยุนโฮด้วยความเร่งรีบ เมื่อท่อนบนของทั้งคู่เปลือยเปล่าแจจุงเองก็ไม่รอช้าจัดการหยอกล้อกับยอดอกสีเข้มของร่างสูงบ้างเช่นกัน ลิ้นสวยไล้เลียไปรอบๆ ก่อนที่จะขบเม้มอย่างไม่ปราณีจนยุนโฮต้องดันให้แจจุงออกห่างเพราะไม่อย่างนั้นเขาอาจจะต้องปลดปล่อยก่อนเวลาอันควร
"อยู่เฉยๆ ดีกว่านะครับ" ยุนโฮจูบหน้าผากมนไปหนึ่งครั้งก่อนจะค่อยดันตัวของบางๆ ของแจจุงให้นอนราบลงไปกับเตียงนุ่มอีกครั้ง
ที่เขาไม่ยอมให้ทำนั้นไม่ใช่ว่าแจจุงทำไม่ได้เรื่องเสียจนรับไม่ได้
และก็ไม่ใช่ว่าจะเก่งกล้าสามารถเสียจนเขารู้สึกเสียเซลฟ์
แต่มันเป็นเพราะทุกอย่างคือแจจุงที่ทำให้เขาคลั่งจนหัวปักหัวปำอยู่ทุกวันนี้ที่ให้เขาอยากจะเป็นคนรังแกร่างบางนั้นให้ร้องครวญครางจนสาแก่ใจ
มือหนาค่อยๆ ดึงกางเกงออกเผยให้เห็นส่วนกลางลำตัวที่กำลังค่อยๆ ชูชันขึ้นมาอย่างช้าๆ ด้วยแรงกระตุ้นที่สร้างเอาไว้ก่อนหน้านี้ ผิวกายขาวผ่องของแจจุงนั้นส่งผลให้ส่วนนั้นกลายเป็นสีแดงจัดเมื่ออุณหภูมิในร่างกายสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง
"อ๊ะ อ่า" ยุนโฮไม่ได้สัมผัสส่วนนั้นอย่างจริงจังสักเท่าไหร่นัก แกล้งใช้มือปัดผ่านและทาบทับร่างกายเปลือยเปล่านั้นเอาไว้จนส่วนกลางลำตัวของทั้งสองคนบดเบียดกันผ่านเนื้อผ้าอย่างดีที่ยุนโฮยังสวมใส่อยู่
"ยะ ยุนโฮ อ่า" ร่างสูงด้านบนไม่ได้ทำอะไรเลยนอกจากหมุนวนสะโพกให้ร่างบางได้เสียวซ่านเล่นก็เท่านั้น เขารู้ว่าแจจุงกำลังทรมาณ แต่ยิ่งทรมานมากเมื่อถึงคราวที่จะต้องมีความสุขก็จะสุขมากเสียจนแทบจะสำลักเช่นกัน
"อยากให้ทำอะไรเหรอ" ใช่ว่าเขาเองจะไม่รู้สึก แต่ร่างบางเวลาที่ทำตาเว้าวอนนั้นน่ารักน่าชังเสียจนอยากจะแกล้งแรงๆ แต่ก็เป็นเขาเองที่ทนต่อแววตาแบบนั้นของแจจุงไม่ได้ต้องลุกขึ้นมาถอดกางเกงของตัวเองบ้างก่อนจะเริ่มต้นปฏิบัติหน้าที่ที่พึงกระทำมาตั้งแต่ต้น
"อื้มมม" สองขาถูกแยกออกกว้างก่อนที่นิ้วเรียวจะเริ่มปัดป่ายวนไปวนมาอยู่ตรงช่องทาง ในขณะที่ริมฝีปากหนาก็เริ่มขยับเข้าใกล้ส่วนหน้าเข้าไปทุกทีจนร่างบางหลับตาปี๋ด้วยความลุ้นระทึก และการกระทำของยุนโฮก็ทำให้แจจุงแทบลืมหายใจเมื่อริมฝีปากครอบครองส่วนกลางลำตัวพร้อมกับดันนิ้วสองนิ้วเข้าไปจนสุดความยาว
"อื้ออออ อ๊าาาาา" ความเสียวซ่านจนสุดขีดทำให้มือบางทั้งสองข้างจิกผ้าปูที่นอนจนแทบจะขาดติดมือ ยุนโฮขยับนิ้วมือและปากไปพร้อมๆ อย่างเป็นจังหวะจนทำให้แจจุงปลดปล่อยออกมาอย่างห้ามไม่อยู่ ร่างสูงตกใจเล็กน้อยแต่ก็กลืนมันทันก่อนที่จะทำให้เขาสำลักออกมา
นิ้วเรียวชักเข้าชักออกด้วยความรวดเร็วอีกครั้งเมื่อเห็นว่าช่องทางเริ่มพร้อมนิ้วที่สามก็ถูกแทรกเข้าไปโดยที่แจจุงยังไม่ทันได้รู้ตัว ปลายนิ้วทั้งสามสะกิดตุ่มรับสัมผัสด้านในที่ทำให้ร่างบางได้เสียวซ่านทุกครั้งจนเผลอขยับสะโพกตามด้วยความลืมตัว เมื่อเห็นว่าร่างกายของแจจุงพร้อมเต็มที่ร่างสูงก็ขยับตัวขึ้นมาแกนกายแข็งขึงที่ไม่ต้องผ่านการกระตุ้นใดใดพร้อมเต็มที่สำหรับการใช้งาน ยุนโฮค่อยๆ ดันตัวเองเข้าไปด้วยความนุ่มนวลที่สุดในขณะที่มือทั้งสองข้างสอดประสานมือบางของร่างด้านใต้เอาไว้ เพราะเขารู้ว่าไม่ว่าจะอีกกี่ครั้งแจจุงก็ยังเจ็บอยู่ดี
"อึก อ่ะ" แจจุงพยายามผ่อนคลายที่สุดเท่าที่จะทำได้เพื่อไม่ให้การสอดใส่ของยุนโฮมีผลกระทบต่อเขามากนัก จนในที่สุดส่วนแข็งขึงของยุนโฮก็ถูกครอบคลุมไปด้วยผนังเนื้ออ่อนนุ่มของแจจุง ชายหนุ่มค่อยๆ ดันเข้าดันออกอย่างช้าๆ ก่อนจะค่อยๆ เร่งจังหวะให้เร็วขึ้นจนร่างบางครางไม่เป็นภาษา
"อ๊าา ยุนโฮ อ่ะ" เสียงหวานหอบสะท้าน จังหวะที่เร่งเร้าของยุนโฮนั้นทำให้เขาเกือบจะปล่อยออกมาเป็นรอบที่สองจนต้องเกร็งเอาไว้เพื่อจะได้ปล่อยออกมาพร้อมๆ กับยุนโฮ
"อือ อ่า อ่ะ" ยุนโฮกระแทกกายแรงๆ อีกสองสามครั้งก่อนจะปลดปล่อยออกมาภายในช่องทางสีสวยในขณะที่แจจุงก็ปล่อยออกมาจนเลอะไปทั่วทั้งหน้าท้องของตนเองและร่างด้านบน
"อื้อออ ยุนโฮ" ร่างบางร้องครางเสียงหวานอีกครั้งเมื่อแกนกายที่ควรจะสงบลงแล้วของชายหนุ่มกลับแข็งขึงขึ้นมาอีกครั้ง และยังไม่ทันที่จะได้กล่าวประท้วงใดใด ยุนโฮก็ขยับกายอีกครั้งโดยไม่มีการขออณุญาติ ทำให้แจจุงทำได้แค่เพียงร้องครางเสียงหวานตอบสนองความต้องการที่ไม่รู้ว่าจะสิ้นสุดตอนไหนของยุนโฮ
ในขณะที่ภายนอกห้องนอนนั้นก็มีแขกที่ไม่ได้รับเชิญยืนน้ำตานองอยู่อย่างนั้นมานานนับชั่วโมง
จางรินที่ยุนโฮคิดว่าเข้านอนไปแล้วนั้นอันที่จริงเธอเพียงแค่แกล้งหลับเพราะเธอสังเกตุว่ายุนโฮมักจะตื่นขึ้นมาในยามดึกอยู่เสมอและจะกลับมาอีกครั้งก็ตอนช่วงเช้ามืด และคืนนี้เองที่เธอตัดสินใจว่าจะต้องรู้ให้ได้ว่าสามีของเธอหายไปไหน
หญิงสาวแกล้งหลับตานอนนิ่งๆ รอจนกระทั่งยุนโฮลุกเดินออกจากห้องมาด้วยความเงียบเชียบ ในขณะที่จางรินก็รีบลุกขึ้นจากเตียงแง้มประตูออกดูด้วยหัวใจที่เต้นไม่เป็นจังหวะ เธอภาวนาอยู่ในใจลึกๆ ว่าให้สามีของเธอเดินลงไปข้างล่างอย่าได้เปิดประตูห้องตรงข้ามนั้นเลย
แต่คำภาวนาในใจเธอกลับไม่เป็นผล สามีของเธอไขกุญแจเข้าห้องน้องชายของเธอไปด้วยความระมัดระวัง แต่ก็คงไม่รู้ว่าไม่ว่าจะระวังแค่ไหนเมียหน้าโง่อย่างเธอก็เห็นแล้ว
ไม่อยากจะคิดเลยว่าภายในห้องนั้นจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง เพียงบานประตูที่ถูกปิดลงนั้นปิดบังซ่อนความจริงอะไรที่เธอยังไม่รู้เอาไว้ แค่ที่เธอเห็นในห้องครัวนั้นก็แย่พออยู่แล้วหากจะมีอะไรมากกว่านั้นคงจะยิ่งกว่าคำว่ารับไม่ได้จางรินเดินวนไปวนมาอยู่ในห้องนอนของตัวเองโดยลืมแม้แต่ลูกน้อยในท้องว่าตอนนี้ต้องการการพักผ่อนมากเพียงใด จนกระทั่งผ่านไปกว่าครึ่งชั่วโมงก็ไม่มีวี่แววว่ายุนโฮจะเดินออกมาจากห้องนั้นเธอจึงตัดสินใจจะเข้าไปดูให้เห็นกับตาว่าคนสองคนที่เธอรักหมดใจนั้นไม่ได้ทำอะไรอย่างที่เธอพยายามจะไม่คิด
"อ้าวคุณหนู...ยังไม่นอนอีกเหรอคะ" ป้าจินที่มักจะนำนมอุ่นๆ มาเสิร์ฟให้แจจุงเป็นประจำเห็นคุณหนูใหญ่ของนางพอดีจึงเอ่ยทักขึ้น เพราะในเวลานี้ไม่ใช่เวลาที่คนท้องจะมาเดินไปเดินมาแบบนี้
"ยังค่ะ...เอ่อ นมของแจจุง...หนูเอาไปให้เองนะคะ" จางรินแย่งแก้วนมในมือป้าจินมาถือเอาไว้ ก่อนจะส่งยิ้มให้ป้าจินอีกครั้ง
"ค่ะ...ป้าไปนอนแล้วนะคะ คุณหนูก็อย่านอนดึกให้มากนะคะ" ป้าจินเดินจากไป ในขณะที่มือบางนั้นเริ่มสั่นเพราะไม่รู้ว่าควรจะทำอย่างไรดี เพราะต่อให้เธอแอบฟังอยู่หน้าประตูมันก็ไม่มีประโยชน์เพราะห้องทุกห้องในบ้านหลังนี้เป็นห้องเก็บเสียง
"แจจุง..จะไม่ทำให้พี่เสียใจใช่ไหม?" หญิงสาวพูดเบาๆ เพื่อเป็นการปลอบใจตัวเอง แต่เธอก็ยังไม่กล้าที่จะรับความจริงอยู่ดี หากมีอะไรเกิดขึ้นภายในห้องนี้จริงเธอเองจะเป็นคนที่เสียใจ เธอจึงตัดสินใจยืนรออยู่อย่างนั้นพร้อมกับแก้วนมที่ยังอุ่นอยู่ในตอนแรกและเย็นชืดไปจากการรอคอยมากว่าสี่ชั่วโมง
*********************************
หลังจากหายไปนานวันนี้มาต่อด้วยความจุใจ สองพาร์ทรวดเลยทีเดียว
และพร้อมกับข่าวดี เปิดจอง ชู้..ตัณหา..ปรารถนา..น้องเมีย Vol. 1 แล้วนะคะ >>> http://bronun-yunjae.exteen.com/20090817/vol-1
คลิ๊กไปดูรายละเอียดกันได้นะคะ เปิดจองรอบเดียวช้าอดนะคะ ^^ บ๊ายบาย